posttoday
เปิดใจ ขรก.จอมท้าชน ลั่นตำแหน่งนี้มีเงินให้ก็ไม่เอา

เปิดใจ ขรก.จอมท้าชน ลั่นตำแหน่งนี้มีเงินให้ก็ไม่เอา

11 มิถุนายน 2558

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

“ปฏิเสธไม่ได้ว่า เรากำลังวนเวียนอยู่กับระบบราชการเดิมๆ ซึ่งก็คือระบบอุปถัมภ์ที่เอื้อให้การทุจริตฝังรากลึก จากกี่ยุคกี่สมัยและสะสมเพิ่มขึ้น และต้องยอมรับว่า ในบางกระทรวง คนที่มาเป็นข้าราชการระดับสูงได้มาจากการซื้อตำแหน่ง จากใบสั่งนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจ ที่พูดกันว่าข้าราชการต้องโปร่งใส มันเป็นแค่ภาคทฤษฎีที่ปฏิบัติจริงไม่ได้” สมัคร ดอนนาปี ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดใจหลังประกาศลาออกจากตำแหน่งมีผลปลายเดือนนี้

สมัคร ได้ชื่อว่าเป็นข้าราชการเที่ยงตรงต่อสู้กับขบวนการทุจริตทุกรูปแบบ ทั้งการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ การบุกรุกที่ดินในเขตอุทยาน ก่อนลาออกก็มีปัญหาขัดแย้งกับเจ้ากระทรวง เพราะยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ทำความผิดอะไร

“การแต่งตั้งระดับผู้อำนวยการสำนักแต่ละครั้งจะมีใบสั่งที่ไม่มีหลักฐานมา คนนี้วิ่งเสนอชื่อไปให้อีกคน การแต่งตั้งแทบทุกคนต้องมีคนหนุนหลังต้องเป็นเด็กของใคร และต้องมีผลประโยชน์ต่างตอบแทน ถ้ามองเผินๆ ก็ไม่เห็นมีใครทุจริต ผมนั่งอยู่วงในผมก็รู้เรื่องนี้ดี และรู้ว่าการตรวจสอบร้องเรียนข้าราชการนั้นมีจุดอ่อนมากมาย

“เช่น รับเรื่องที่ร้องนำไปดองไว้เป็นปี บางทีหมดกระแสข่าวเรื่องก็หายไปเลย และคนที่ตำแหน่งใหญ่ก็มักทุจริต แต่จะยอมทิ้งหลักฐานไว้” สมัคร เปลือยกระบวนการ วิ่งเต้นเก้าอี้ให้ฟัง

เขาย้ำว่าการเรียกร้องความยุติธรรมในแวดวงราชการเป็นเรื่องที่เต็มไปด้วยอุปสรรคมากมายประสบการณ์ช่วงปี 2543 ที่เป็นหัวหน้าศูนย์ต้นน้ำ จ.สุรินทร์ ครั้งนั้นลูกน้องของเขาจ้างชาวบ้านมาทำงานแล้วไม่ยอมจ่ายเงินชาวบ้านมาร้องเรียน จนเกือบลุกลามเป็นการลงมือเผาสำนักงานต้องให้ลูกน้องอีกคนเอาเงินไปจ่ายให้คนงานกลุ่มดังกล่าว 2 แสนบาท เรื่องจึงยุติ

กระนั้นแทนที่จะได้รับการยกย่องว่าเข้าไปแก้ปัญหาให้กับองค์กร เขาสมัครกลับถูกมองว่าทำผิดวินัยราชการจน ปลอดประสพ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ ขณะนั้นตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง และที่สุดก็ให้ออกจากราชการโดยไม่เปิดโอกาสให้ชี้แจง

เมื่อพบว่าตัวเองไม่ได้รับความยุติธรรม จึงทำเรื่องอุทธรณ์ต่อสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และระหว่างนั้นก็ยังมีการฟ้องร้องในคดีอื่นๆ ระหว่างตัวเขาและผู้บังคับบัญชาสูงสุดในขณะนั้นคือ ปลอดประสพอีกหลายคดี

สมัคร เล่าว่า การถูกให้ออกจากราชการถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับข้าราชการทุกคนก็นับเป็นเวลา 3 ปีที่ต้องว่างงาน ใช้ไปกับการต่อสู้คดีเพื่อขอความเป็นธรรมให้ตัวเองต้องขายรถยนต์ส่วนตัวเพื่อนำเงิน 2 แสนบาท ไปจ้างทนายความมาต่อสู้คดี แต่ก็แพ้ในศาลชั้นต้น เมื่อเงินหมดก็เริ่มศึกษาจนพบว่า การต่อสู้ในชั้นศาลไม่จำเป็นต้องใช้ทนายความ แต่สามารถว่าความให้ตัวเองได้ จึงเริ่มว่าความเองในที่สุดก็ชนะคดี ประกอบกับผลการอุทธรณ์ของ ก.พ.ออกมาว่า “เป็นผู้บริสุทธิ์” ให้กลับเข้ามารับราชการได้เหมือนเดิม

“ไม่ใช่เรื่องง่าย หากเราร้องเรียนของความเป็นธรรมให้ตัวเอง หรือร้องเรียนผู้บังคับบัญชาเรื่องทุจริต เช่น ถ้าคุณจะยื่นคำร้องถอดถอนอธิบดีประเด็นที่ร้องอธิบดีคนนั้นๆ ต้องสอบสวนให้จบระหว่างดำรงตำแหน่ง แต่หากมีการเลื่อนขั้นจากอธิบดีให้เป็นปลัดในระหว่างนั้น เรื่องที่เราร้องไปก็จะถูกยกไป”

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาอื่นอย่างการตามร้องเรียนที่มักจะล่าช้า เช่น ที่สำนักอุทยานที่ถูกร้องเรียนเรื่องไม้พะยูง เมื่อปีที่แล้วตรวจสอบแล้วพบว่า มีการทำไม้พะยูงในอุทยานจริง มีความผิด เรื่องนี้เป็นไปได้หรือที่ผู้ใหญ่ไม่รู้ไม่เห็น แต่เรื่องนี้ก็เงียบไปแล้วและคนทำก็ได้ดีเสียด้วย

“ผมพูดได้ว่าเกินครึ่งของอุทยานมีพี่เบิ้มหนุนหลังทั้งนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่วงจรทุจริตจะหายไป” สมัคร ยืนยันว่าการแก้ปัญหาการทุจริตยากจะขุดรากถอนโคน หากไม่ใช้ยาแรง

“จากประสบการณ์ที่รับราชการมาจนใกล้เกษียณ คิดว่าถ้าจะแก้เรื่องทุจริตได้คือต้องนับหนึ่งกันใหม่ ต้องนิรโทษกรรม ความผิดในอดีตย้อนกลับไปแก้ไม่ได้ที่แล้วมาก็แล้วไป ใครทุจริตอีกก็ต้องลงโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิตถึงจะแก้ได้”

ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เล่าอีกว่า หลังชีวิตราชการก็ถึงเวลาที่ต้องต่อสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตัวเองอีกครั้ง เนื่องจากถูกร้องเรียนว่าเรียกเก็บค่าเปอร์เซ็นต์จากอุทยานต่างๆ แม้จะเหนื่อยแต่ก็เป็นเรื่องที่ถอยไม่ได้ก่อนจะทิ้งท้าย

สมัคร ยืนยันว่า หากมีการ กล่าวหาว่าตัวเองเรียกเปอร์เซ็นต์ ก็พร้อมให้ไปสืบได้ ใครมีหลักฐานว่าตัวเองทุจริตก็แจ้งมาได้ พร้อมจะต่อสู้ เนื่องจากเรื่องที่กล่าวมา ทราบดีว่าวงจรผลประโยชน์หมุนไปอย่างไร และอย่างที่ทราบกันว่าเก้าอี้ในตำแหน่งระดับนี้มีคนอยากได้มากมาย เพราะวิ่งแล้วสามารถหาเงินได้

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน