posttoday
ฤดูฝนนี้ไม่มีน้ำ เขื่อนเหลือใช้ได้แค่ 45 วัน

ฤดูฝนนี้ไม่มีน้ำ เขื่อนเหลือใช้ได้แค่ 45 วัน

11 มิถุนายน 2558

สถานการณ์ภัยแล้งก็ยังไม่จบสิ้น ซ้ำสัญญาณร้ายหน้าฝนปีนี้อาจมีน้ำน้อย ถึงขั้นกระทบต่อการทำนาปี รายได้หลักของชาวนา

ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์

แม้จะเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูฝนตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา แต่สถานการณ์ภัยแล้งก็ยังไม่จบสิ้น ซ้ำสัญญาณร้ายหน้าฝนปีนี้อาจมีน้ำน้อย ถึงขั้นกระทบต่อการทำนาปี รายได้หลักของชาวนา

ทองเปลว กองจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักอุทกวิทยา กรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้ออกประกาศให้ชาวนา 22 จังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาชะลอปลูกข้าวนาปี เพื่อประหยัดน้ำต้นทุนในเขื่อนขนาดใหญ่ 4 แห่ง คือ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ซึ่งเหลือใช้อีกเพียง 45 วัน

“สถานการณ์แล้งปีนี้รุนแรงเท่ากับปี 2553 ต้องประกาศเลื่อนทำนาปีออกไป 1 เดือน โดยคณะอนุกรรมการวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ ประเมินว่าปีนี้ฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ย ประกอบกับมีปรากฏการณ์เอลนินโญจะเกิดฝนทิ้งช่วงในช่วงปลายเดือน มิ.ย. และต้นเดือน ก.ค. ซึ่งอาจจะเกิดวิกฤตภัยแล้งรุนแรง”

ผู้อำนวยการสำนักอุทกวิทยา ระบุว่า ปรากฏการณ์เอลนินโญมีสัญญาณชัดเจน ปกติจะมีพายุเข้าไทยอย่างต่ำปีละ 2 ลูก แต่ปีนี้จะเกิดยากทำให้ฝนน้อย สถานการณ์อย่างนี้น่าตกใจมาก โดยช่วงปลายเดือน มิ.ย. ต่อต้นเดือน ก.ค. จะวิกฤตที่สุด

บุญชอบ หอมเกษร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักใต้ ซึ่งรับผิดชอบดูแลเขื่อนพระรามหก ควบคุมน้ำเข้าสู่คลองระพีพัฒน์ หล่อเลี้ยงพื้นที่ทำนาใน จ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนครนายก บอกว่า เชื่อว่าน้ำในปีนี้ไม่เพียงพอ จึงขอเตือนชาวนาโดยเฉพาะพื้นที่นากว่า 5 หมื่นไร่ ที่ไถหว่านไปแล้วเสี่ยงที่จะเสียหาย ส่วนนาปีอีก 3 หมื่นไร่ ที่ชาวนากำลังประเมินความเสี่ยง ทางกรมชลประทานขอแจ้งว่าไม่ควรทำเพราะจะขาดทุนได้

ด้าน สุรชัย ขันอาสา ผวจ.พิจิตร ซึ่งมีพื้นที่ปลูกข้าวกว่า 1.8 ล้านไร่ ก็ยืนยันว่า  ขณะนี้น้ำเหนือเขื่อนมีปริมาณน้อยลงมาก เนื่องจากฝนไม่ตก กรมชลประทานจึงแจ้งมาว่าให้นับถอยหลังจากวันนี้ไป 23 วัน ถึงวันที่ 3 ก.ค. หากยังไม่มีฝนตกลงมาเติมน้ำในเขื่อน กรมชลประทานมีความจำเป็นต้องหยุดจ่ายน้ำให้กับชาวนาที่อยู่ในเขตพื้นที่ชลประทาน จึงขอเตือนภัยให้ชาวนาเตรียมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวด้วย

อย่างไรก็ตาม ชาวนากลุ่มหนึ่งในพื้นที่ ต.ท่าหลวง อ.เมือง จ.พิจิตร รวมตัวกั้นคลองชลประทาน เพื่อผันน้ำเข้าที่นาซึ่งไถหว่านไปแล้ว ทำให้ไม่มีน้ำไหลเข้าบึงสีไฟ ขณะที่ทางราชการอนุโลมให้ชาวนาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แต่มีข้อแม้ว่าเมื่อน้ำไหลเข้าเต็มพื้นที่นาข้าวแล้ว ต้องเปิดทางให้น้ำไหลลงบึงสีไฟเพื่อรักษาระบบนิเวศ

ด้าน จ.ชัยนาท เสวก สาททอง ชาวนา หมู่ 2 ต.วัดโคก อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท กล่าวว่า หากไม่มีน้ำก็คงต้องยอมรับและชะลอการทำนา เพราะหากลงทุนสูบน้ำบาดาลในขณะที่ราคาข้าวตันละไม่ถึง 8,000 บาทอย่างในปัจจุบันก็คงขาดทุน อย่างไรก็ตาม หากในช่วงปลายเดือน ก.ค.ยังไม่มีน้ำฝนตกลงมาเพียงพอแก่การทำนา อยากให้รัฐบาลและกรมชลประทานเตรียมการให้ความช่วยเหลือชาวนาด้วย เพราะถึงตอนนั้นคงได้รับความเดือดร้อนไปทั่วประเทศ

สมหวัง ปั้นงาม ชาวนา หมู่ 1 ต.ศิลาดาน อ.มโนรมย์ ก็บอกว่า ได้จ้างรถตีดินเตรียมทำนาไว้แล้วจำนวน 10 ไร่ จึงจำเป็นต้องเดินหน้าหว่านข้าวเพราะลงทุนไปแล้ว แม้จะเสี่ยงขาดทุนก็จำเป็นต้องทำ เพราะยังมีความหวังบ้าง

สถานการณ์ขาดน้ำในช่วงฤดูฝนปีนี้จึงมีแนวโน้มที่จะเกิดผล กระทบอย่างรุนแรง ข้อมูลของศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน ระบุว่า เขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศรวมกัน มีปริมาตรน้ำในอ่าง 34,877 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 47% ขณะที่ช่วงเดียวกันนี้ของปี 2557 มีปริมาตรน้ำในอ่าง 36,279 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 49%

ด้านสภาพน้ำท่า หรือน้ำในแม่น้ำสายหลักต่างๆ อาทิ ปิง วัง ยม น่าน บางปะกง และมูล อยู่ในเกณฑ์น้อยและมีแนวโน้มลดลงอีก ขณะที่สถานการณ์ภัยแล้งยังคงมีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 29 จังหวัด 223 อําเภอ 1,244 ตําบล 11,203 หมู่บ้าน แยกเป็นพื้นที่ภาคเหนือ 10 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 จังหวัด ภาคกลาง 8 จังหวัด และภาคใต้ 3 จังหวัด

อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักที่ลดลง ส่งผลให้น้ำทะเลหนุนเข้ามามากขึ้น โดยการตรวจวัดค่าความเค็มแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าน้ำสามเสน กทม. และแม่น้ำบางปะกง ที่บริเวณสะพานวัดแก้วพิจิตร อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี พบว่าค่าความเค็มสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน

ทั้งนี้ ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำป่าสัก ในเขต จ.พระนคร ศรีอยุธยา พบว่ามีระดับน้ำต่ำกว่า ทุกปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในแม่น้ำป่าสักเกิดปัญหาวิกฤตอย่างหนัก ระดับน้ำที่แห้งส่งผลกระทบต่อการเดินเรือขนส่งสินค้า โดยเรือลำเลียงทั้งนำเข้าและส่งออกต้องจอดเข้าคิวรอเวลาน้ำทะเลหนุน จึงจะผ่านจุดที่เป็นคอขวดสันดอนกลางแม่น้ำป่าสักใกล้สะพานบ่อโพง ในเขต อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยาได้

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว