posttoday
"บิ๊กตู่" อยู่ยาว แค่คิดก็เสียวหลัง

"บิ๊กตู่" อยู่ยาว แค่คิดก็เสียวหลัง

08 มิถุนายน 2558

สภาวะแบบนี้ไม่เป็นผลดีต่อการทำงานระยะยาวในหลายๆ ด้านของแม่น้ำ 5 สาย เนื่องจากจะโดนจ้องจับผิดตลอดเวลา

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นับว่ามีนัยทางการเมืองเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการส่งสัญญาณถึงการอยู่ในตำแหน่งต่อไปเกินกว่าโรดแมปที่ตัวเองกำหนดเอาไว้ ทั้งๆ ที่ชายชาติทหารนายนี้ประกาศต่อสาธารณะหลายครั้งว่าไม่คิดจะอยู่ในตำแหน่งเกินกว่าปฏิทินปี 2559

ย้อนอดีตกลับไปเมื่อครั้ง คสช.ลงมือทำการรัฐประหารใหม่ๆ เมื่อเดือน พ.ค. 2557 พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2557 ว่า “ขอเวลาให้เราได้แก้ไขปัญหาให้ท่านโดยเร็ว จากนั้นทหารก็จะกลับไปทำภารกิจของเราต่อไป และจะคอยเฝ้ามองประเทศชาติและประชาชนชาวไทยก้าวต่อไปข้างหน้าสู่อนาคต ด้วยความสุขแบบยั่งยืน” อันเป็นสัญญาประชาคมว่า คสช.จะใช้เวลาปฏิรูปประเทศประมาณ 1 ปี และจัดการเลือกตั้งคืนอำนาจให้กับประชาชน

จากนั้น พอเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกฯ ก็กล่าวผ่านเวทีสาธารณะ รวมไปถึงให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเพื่อยืนยันถึงโรดแมปของ คสช. ยืนยันในหลักการเดิม คือ ไม่คิดอยู่ในอำนาจแบบไม่มีกำหนด ในทางกลับกันยังบ่นน้อยใจในทำนองว่าอยากลาออกจากตำแหน่งด้วยซ้ำ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคำพูดของนายกฯ ในงานมอบนโยบายให้กับเอกอัครราชทูตไทยในยุโรปและผู้ช่วยทูตทหารที่ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2557 ว่า “ผมพร้อมจะลาออก อยากจะลาออกทุกวัน แต่เห็นประชาชนเดือดร้อนทนไม่ได้ และไม่ได้อยากอยู่เกินแม้แต่วันเดียว”

ในปัจจุบัน สัญญาประชาคมทั้งหมดที่นายกฯ ให้ไว้ กำลังถูกสั่นคลอนจากคำพูดของตัวเอง ภายหลังแสดงความคิดเห็นด้วยคำพูดแปลกๆ ถึงสองครั้งภายในวันเดียวต่อกรณีที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เสนอให้ทำประชามติว่าเห็นด้วยกับการปฏิรูปประเทศ 2 ปีก่อนการเลือกตั้งหรือไม่

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ ตอบคำถามของสื่อมวลชนในเรื่องดังกล่าวที่ทำเนียบรัฐบาลว่า “วันนี้ใครต้องการให้ตนปฏิรูป ประชาชนก็ต้องไปหาทางมา” จากนั้นในวันเดียวกันก็มาตอบชี้แจงคำถามของสมาชิก สปช. ที่ถามกลางเวทีสัมมนาแม่น้ำ 3 สายกลางรัฐสภาด้วยคำพูดว่า “อยู่ที่คนไทยจะต้องการปฏิรูปหรือไม่”

ถ้อยคำของนายกฯ เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้การเมืองร้อนขึ้นมาทันที

นายกฯ สามารถตอบคำถามด้วยคำพูดที่ไม่เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองได้ผ่านการประกาศว่าจะเดินตามโรดแมป ทว่ากลับไม่เป็นเช่นนั้น โดยเลือกจะตอบคำถามด้วยท่วงทำนองที่สื่อถึงการสืบทอดอำนาจในรูปแบบใหม่

ฝ่ายที่จุดประเด็นเรื่องการทำประชามติเริ่มแรกมาจากสมาชิก สปช. นำโดย “ไพบูลย์ นิติตะวัน” และ “มนูญ ศิริวรรณ” ต่อมามีการขยายผลออกไปนอกสภาเป็นลำดับ ดังจะเห็นได้จากความเคลื่อนไหวของ “พระพุทธะอิสระ” ที่เตรียมรวบรวมรายชื่อประชาชน 5 หมื่นคน ให้ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อนำไปสู่การทำประชามติ

หาก คสช.และคณะรัฐมนตรีรับลูก และแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 เพื่อเปิดทางทำประชามติในประเด็นดังกล่าวจริง โดยอ้างว่าเป็นความต้องการของประชาชนตามที่นายกฯ ได้ลั่นวาจาเอาไว้ ย่อมเกิดคำถามว่าที่มาที่ไปของการนำมาซึ่งการประชามตินั้นมีความชอบธรรมในทางการเมืองหรือไม่

ความหวาดระแวงจากหลายฝ่ายที่มีต่อนายกฯ จะทวีคูณมากขึ้นทันที

ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า พล.อ.ประยุทธ์ ถูกครหาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วว่าจะสืบทอดอำนาจเชิงรัฐธรรมนูญหรือไม่ หลังจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ออกมาเปิดให้นายกรัฐมนตรีในอนาคตไม่จำเป็นต้องเป็น สส. ซึ่งมีแนวโน้มว่าคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะคงบทบัญญัตินี้ไว้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

เมื่อยิ่งมาเจอกับการถูกเพ่งเล็งเรื่องการสืบทอดอำนาจรูปแบบใหม่ผ่านการทำประชามติ ยิ่งทำให้ต้นทุนของนายกฯ ลดลงมากขึ้นไปอีก

สภาวะแบบนี้ไม่เป็นผลดีต่อการทำงานระยะยาวในหลายๆ ด้านของแม่น้ำ 5 สาย เนื่องจากจะโดนจ้องจับผิดตลอดเวลา

ผลกระทบเต็มๆ จะตกไปอยู่กับ “คณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ”

บรรยากาศการแสวงหาความคิดเห็นจากทุกฝ่ายเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปจะเกิดขึ้นได้ลำบาก ยิ่งไปกว่านั้นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะขาดการยอมรับว่าเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนภายใต้หลักการ “พลเมืองเป็นใหญ่” รัฐธรรมนูญเวอร์ชั่นปฏิรูปจะถูกมองในฐานะเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศที่รองรับการสืบทอดอำนาจแทน ซึ่งเป็นเรื่องที่ใครก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น

ปี 2535 ประเทศไทยเคยมีบทเรียนมาแล้ว มาในปีนี้สถานการณ์แบบในอดีตอาจวนกลับมาอีก เพียงแต่มาในรูปแบบใหม่ที่มีต้นเหตุมาจากการทำประชามติสืบทอดอำนาจ

ณ จุดนี้มีเพียง พล.อ.ประยุทธ์ คนเดียวเท่านั้นที่สามารถตัดไฟตั้งแต่ต้นลมได้ โดยประกาศเป็นสัญญาประชาคมอีกครั้งว่าจะพาประเทศเป็นไปตามโรดแมปที่ตัวเองวางไว้ และจะทำประชามติเฉพาะเรื่องร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น เพื่อไม่ให้ไฟที่เพิ่งถูกจุดลุกลามไปมากกว่านี้

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน