posttoday
รัฐบาลยันไร้นโยบายลดค่ารักษารพ.เอกชนให้ใกล้รพ.รัฐ

รัฐบาลยันไร้นโยบายลดค่ารักษารพ.เอกชนให้ใกล้รพ.รัฐ

05 มิถุนายน 2558

รมว.สาธารณสุข ระบุ เอกชนต้องรับต้นทุนที่สูงอยู่แล้ว แต่พร้อมให้หลักประกันสุขภาพภายใต้ระบบเศรษฐกิจเสรี

รมว.สาธารณสุข ระบุ เอกชนต้องรับต้นทุนที่สูงอยู่แล้ว แต่พร้อมให้หลักประกันสุขภาพภายใต้ระบบเศรษฐกิจเสรี

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสนช.ได้ตั้งกระทู้ถามทั่วไป เรื่อง นโยบายรัฐบาลในการควบคุมค่ายาและค่ารักษาพยาบาลที่สูงเกินจริงของโรงพยาบาลเอกชน

โดยนพ.เจตน์ อภิปรายตอนหนึ่งว่า รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่าจะมีการยกระดับคุณภาพบริการด้านสาธารณสุข และสุขภาพของประชาชน แต่พบว่ามีการร้องเรียนเกี่ยวกับค่าบริการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนที่สูงเกินจริงเป็นจำนวนมาก

นพ.เจตน์ กล่าว่า โรงพยาบาลเอกชนในปัจจุบันมีจำนวนมากขึ้น เพื่อสอดรับกับกระแสการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทำให้เอกชนต้องลงทุนและควบรวมกิจการ ไปจนถึงการดึงตัวหมอมาจากภาครัฐ ซึ่งเป็นการลงทุนในราคาที่สูง ดังนั้น เมื่อเกิดการลงทุนสูง ทำให้ราคาค่ารักษาถีบตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกัน ปัจจุบันประเทศไทยยังต้องการเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ในอาเซียน แต่หากค่ารักษาพยาบาลมีราคาแพงเกินไป อาจทำให้ผู้ป่วยต่างชาติไม่เดินทางมารักษาในประเทศ และต้องสูญเสียรายได้ปีละหลายแสนล้านบาท จึงอยากสอบถามว่ารัฐบาลจะดำเนินการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไร

นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข (สธ.) ชี้แจงว่า ปัญหาดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แสดงความห่วงใยเป็นอย่างมาก โดยการแก้ไขปัญหานี้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสรุปถึงสาเหตุราคาค่ารักษาพยาบาลที่แพงมาจากต้นทุนค่าใช้จ่ายทางเทคโนโลยี การแพทย์ที่พัฒนาขึ้น การพัฒนายาใหม่ ต้นทุนการควบคุมความเสี่ยง ต้นทุนในที่ดินและสิ่งก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นตามระดับมาตรฐานของโรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่ง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีความเข้าใจดีว่าต้นทุนที่สูงขึ้นเป็นเรื่องที่เอกชนต้องแบกภาระไว้ ดังนั้น รัฐบาลก็ไม่ได้มีนโยบายว่าจะต้องทำให้ราคาของโรงพยาบาลเอกชนต้องมีราคาแบบเดียวกันของโรงพยาบาลในภาครัฐแต่อย่างใด

นพ.รัชตะ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการแก้ไขปัญหานั้นกระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพาณิชย์ เอกชน และภาคประชาชน โดยได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาไว้ดังนี้ 1.ตั้งคณะกรรมการดำเนินการแก้ไขปัญหาค่ารักษาพยาบาลแพงของภาคเอกชน มีผู้แทนจากทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมทำงาน

2.เรื่องค่ายาที่มีราคาแพง ขณะนี้ยาเป็นสินค้าควบคุมตามประกาศของคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการพ.ศ.2558 โดยโรงพยาบาลเอกชนจะต้องมีแนวทางในการกำหนดสัดส่วนของกำไรและการบริหารจัดการราคายาให้มีความเหมาะสมกับต้นทุน ซึ่งในแต่ละโรงพยาบาลจะมีราคาแตกต่างกันได้ แต่ต้องประกาศราคาให้ประชาชนได้รับทราบตามกลไกของตลาด

3.การไม่กำหนดให้ประชาชนต้องซื้อยาที่โรงพยาบาลเอกชน โดยสามารถไปซื้อยาข้างนอกโรงพยาบาลได้ ซึ่งคณะกรรมการชุดจะมีข้อสรุปและแนวทางแก้ไขปัญหาออกมาภายในสัปดาห์หน้า

"นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนทุกแห่งทำเว็บไซต์เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบค่ารักษาพยาบาลได้ เพื่อสื่อสารให้ประชาชนตรวจสอบราคาก่อนทำการรักษา" นพ.รัชตะ กล่าว

รมว.สาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า ยืนยันมาตรการทั้งมดจะเป็นการคุ้มครองให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างเป็นธรรมและมีความเหมาะสมภายใต้ระบบเศรษฐกิจเสรี ทั้งนี้ ยอมรับว่าหากค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้นเรื่อยๆจะทำให้ศักยภาพการแข่งขันของไทยลดน้อยลง แม้ว่าในภาพรวมค่ารักษาพยาบาลของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศยังต่ำกว่าประมาณ 3 เท่าก็ตาม

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ปัญหาราคายาที่มีราคาสูงส่วนหนึ่งมาจากการที่ยาบางประเภทมีสิทธิบัตรยาคุ้มครองอยู่ ซึ่งรัฐบาลสามารถใช้มาตรการ Compulsory Licensing (การบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา) เพื่อเจรจากับเจ้าของสิทธิบัตรเพื่อให้ลดราคายาลงมา โดยที่ผ่านมาก็ได้ดำเนินการมาได้ด้วยดี แต่การใช้มาตรการนี้ต้องใช้อย่างระมัดระวังและจำเป็นเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบทางการค้าในวงกว้าง เนื่องจากประเทศไทยอยู่ในบัญชี Priority Watch List ของสหรัฐอเมริกา (กลุ่มประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษด้านทรัพย์สินทางปัญญา) โดยมีสาเหตุมาจากการบังคับใช้สิทธิที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย