posttoday
โลกระทึกวิกฤตหนี้กรีซ นับถอยหลังพ้นสกุลยูโร

โลกระทึกวิกฤตหนี้กรีซ นับถอยหลังพ้นสกุลยูโร

03 มิถุนายน 2558

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

ถึงหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะย้ำแล้วย้ำอีก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญก็เตือนแล้วเตือนอีก ว่ากรีซกับบรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลาย ซึ่งประกอบด้วย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) สหภาพยุโรป (อียู) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ต้องบรรลุข้อตกลงร่วมกันให้ได้ภายในสิ้นเดือน พ.ค. เพื่อให้กรีซได้รับเงินช่วยเหลือที่จะทันจ่ายหนี้ที่ต้องถึงกำหนดชำระกับไอเอ็มเอฟในวันที่ 5 มิ.ย.นี้

แต่จนแล้วจนรอด ปัญหาหนี้สาธารณะกรีซก็ยังไม่ได้ข้อตกลงใดๆ และล่วงเลยกำหนดเข้าสู่เดือน มิ.ย.

กลายเป็นสัญญาณที่เด่นชัดว่าประเด็นปัญหาดังกล่าวของกรีซกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะวิกฤตอย่างแท้จริง และทำให้การพ้นจากสกุลเงินยูโร (ยูโรโซน) ของกรีซมีความเป็นไปได้มากขึ้น

ทั้งนี้ เหล่าผู้เชี่ยวชาญซึ่งติดตามสถานการณ์หนี้กรีซมาอย่างต่อเนื่องอธิบายว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นสำหรับกรีซในขณะนี้ก็คือการที่กรีซไม่สามารถกู้ยืมเงินจากตลาดพันธบัตรในประเทศต่างๆ ได้

ขณะเดียวกัน วิกฤตยังมาจากการที่กรีซจำเป็นต้องได้เงินช่วยเหลือเพื่อมาชำระหนี้ของตนเอง แต่อียูกับไอเอ็มเอฟ ซึ่งมีอำนาจให้เงินดังกล่าวยังไม่ยินยอมอนุมัติเพราะกรีซยังไม่แสดงจุดยืนชัดเจนว่าจะทำตามแผนรัดเข็มขัดเพื่อปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ

ทว่า ความเคลื่อนไหวข้างต้นก็ยังไม่ถือเป็นวิกฤต เท่ากับข้อเท็จจริงที่ว่ากรีซมีเวลาจำกัด

แน่นอนว่า ลำพังแค่การเจรจาหาข้อตกลงกันไม่ได้ย่อมไม่เป็นปัญหา เพราะในท้ายที่สุดแล้ว หลายฝ่ายเชื่อว่า กรีซกับเจ้าหนี้ย่อมต้องหาทางออกร่วมกันได้ แต่ความจริงก็คือกรีซไม่เหลือเวลาที่จะให้เจรจาแล้ว เพราะกรีซมีหนี้ที่ต้องชำระให้ได้ภายในสิ้นเดือน มิ.ย.

สำหรับหนี้หลักๆ ที่กรีซต้องชำระในเดือนนี้ก็คือหนี้ที่ต้องจ่ายให้กับไอเอ็มเอฟมูลค่าเกือบ 1,600 ล้านยูโร โดยในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ กรีซต้องจ่ายคืนงวดแรกก่อนที่ 300 ล้านยูโร ซึ่งมีรายงานล่าสุดระบุว่า ไอเอ็มเอฟอาจยืดกำหนดชำระหนี้ให้กรีซออกไปเป็นภายในเดือน มิ.ย.นี้แทน

และแม้จะสามารถยืดกำหนดชำระหนี้กับไอเอ็มเอฟได้ แต่กรีซก็ยังต้องจ่ายสวัสดิการรัฐและเงินเดือนต่างๆ มูลค่าประมาณ 1,700 ล้านยูโร ภายในสิ้นเดือนนี้ โดยเงินส่วนนี้เป็นเงินที่กรีซไม่สามารถผ่อนผันการชำระได้

ขณะเดียวกัน หากสถานการณ์เลวร้ายขีดสุดเพราะกรีซไม่อาจจ่ายหนี้ให้ไอเอ็มเอฟได้ภายในสิ้นเดือน ซึ่งย่อมหมายความว่าเพราะกรีซไม่อาจหาข้อตกลงกับเจ้าหนี้ จนไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ กรีซย่อมต้องผิดนัดชำระหนี้กับไอเอ็มเอฟแน่นอน

ทั้งนี้ สิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่จะตามมาหลังการผิดนัดชำระหนี้ก็คือการสูญเสียเครดิตความน่าเชื่อถือ ที่จะทำให้กรีซไม่สามารถไปขอกู้ยืมเงินจากชาติพัฒนาแล้วได้อีกเลยอย่างน้อยหลายปี

ยิ่งไปกว่านั้น การที่ไม่สามารถจ่ายหนี้ไอเอ็มเอฟยังส่งผลต่อภาคธนาคาร เพราะเหล่าผู้ฝากเงินทั้งหลายอาจเกิดความตื่นตระหนกและแห่ถอนเงินจากธนาคาร ซึ่งทุกวันนี้ชาวกรีซก็ทยอยถอนเงินออกจากบัญชีอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว

สถานการณ์ข้างต้นทำให้ภาคธนาคารกรีซต้องได้รับความช่วยเหลือจากอีซีบีอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่กรีซที่ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือก็เปรียบเสมือนหลุมระเบิดที่อีซีบีไม่อยากเสี่ยงปล่อยเงินเข้าสู่ระบบธนาคารของกรีซ

ถ้าเหตุการณ์ในกรีซเคลื่อนไหวมาถึงสถานะข้างต้น ภาคธนาคารกรีซย่อมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากประกาศปิดทำการชั่วคราวโดยไม่มีกำหนดเปิด เหมือนเช่นที่ไซปรัสเคยทำมาแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน เพื่อจำกัดความเสียหาย และเป็นการซื้อเวลาเพื่อเจรจาหาทางจัดการปัญหาหนี้ และให้รัฐบาลกรีซได้มีโอกาสกำจัดการเบิกเงินออกจากธนาคาร

นักวิเคราะห์ในซีเอ็นเอ็น มันนี่ ประเมินว่า สถานการณ์ข้างต้นอาจทำให้กรีซต้องหันมาใช้ระบบใบยืมเงิน (ไอโอยู) แทน แต่ระบบดังกล่าวก็สามารถใช้งานได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น ในกรณีที่ระบบการเงินขาดสภาพคล่อง เช่น กรณีของรัฐแคลิฟอร์เนียในปี 2009

เท่ากับว่าในระหว่างที่เหตุการณ์ล่วงเลยมาจนกรีซต้องใช้ไอโอยู และในระหว่างที่ใช้ไอโอยูกรีซยังไม่สามารถหาทางจัดการหนี้ของตนเองได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว นักวิเคราะห์หลายสำนัก รวมถึงมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เห็นตรงกันว่า กรีซก็ไม่เหลือทางอื่นนอกจากจำเป็นต้องออกจากสกุลเงินยูโรจริงๆ และหันมาพิมพ์เงินใช้เอง

เรียกว่าเป็นอันสิ้นสุดสถานะผู้ใช้เงินสกุลยูโรอย่างแท้จริง และเป็นทางเลือกที่ไม่ว่าจะกรีซหรืออียูต่างต้องเจ็บตัวด้วยกันทั้งสองฝ่าย อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่าอาจทำให้เศรษฐกิจโลกเจอลูกหลงครั้งใหญ่ด้วย

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย