posttoday
หนึ่งเติมร้อย

หนึ่งเติมร้อย

03 มิถุนายน 2558

เมื่อสองวันก่อน ผมได้ไปร่วมงานแสดงคอนเสิร์ตของครอบครัวศิลปินแห่งชาติ อาจารย์แมนรัตน์ ศรีกรานนท์

โดย...พลเดช ปิ่นประทีป

เมื่อสองวันก่อน ผมได้ไปร่วมงานแสดงคอนเสิร์ตของครอบครัวศิลปินแห่งชาติ อาจารย์แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ ที่โรงเรียนดนตรีสยามยามาฮ่า อาคารสยามกลการ แสดงนำโดย ดร.อินทุอร กับสามี คุณอาร์ตัส บาลาเคาสคัส และบุตรสาวอายุเพียง 13 ปี ชื่อ อัสตา บาลาเคาสคัส

ครอบครัวของท่านอาจารย์มีพรสวรรค์อย่างยิ่งในด้านดนตรี และได้แบ่งปันพรสวรรค์นี้ให้กับสังคมในทุกโอกาส ครั้งนี้ก็เช่นกัน ท่านเปิดแสดงคอนเสิร์ตการกุศลเพื่อเป็นการเปิดตัว “กองทุน ๑ เติม ๑๐๐” ของมูลนิธิไทยพีบีเอส ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการหาทุนสนับสนุนบ้านพักพิงสำหรับเด็กกว่า 2,000 คน ที่องค์กรเอกชนสาธารณประโยชน์ 14 แห่ง รับภาระดูแลอยู่ด้วยความยากลำบาก

โดยพื้นฐานแล้ว สังคมไทยเป็นสังคมที่ไม่ทอดทิ้งกัน อันเป็นไปตามธรรมชาติและวิถีวัฒนธรรมของเรา จากการสำรวจขององค์กรระหว่างประเทศหลายครั้ง ต่างยืนยันว่าคนไทยเป็นคนที่ใจบุญที่สุดในโลก แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่าคนไทยยังนิยมที่จะบริจาคเพื่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เฉพาะหน้า ในขณะที่มีปัญหาสังคมอีกมากมายที่ล้วนต้องการการแก้ไขอย่างต่อเนื่องเป็นระยะยาว

ตัวอย่างในเรื่องการช่วยเหลือเด็กที่ขาดแคลนที่ยังช่วยตัวเองไม่ได้ ครอบครัวไม่พร้อมดูแลซึ่งมีจำนวนไม่น้อย เด็กที่ขาดโอกาสจากสภาพสิ่งแวดล้อมบังคับ เด็กถูกทำร้าย ถูกทารุณ ถูกทอดทิ้ง เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสติปัญญา ซึ่งต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจากสังคมและมีคุณภาพตามหลักวิชาการ เพื่อให้พวกเขาได้เติบโตขึ้นมาเป็นพลังสำคัญและเป็นอนาคตของสังคม

โครงการ ๑ เติม ๑๐๐ ได้ตรวจสอบพบว่า ปัจจุบันเด็กที่ขาดโอกาสเหล่านี้ยังมีอีกมาก หน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองท้องถิ่นไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึงและมีคุณภาพ องค์กรสาธารณประโยชน์ที่ทำงานในด้านการดูแลเด็กเหล่านี้เป็นกำลังสำคัญ แต่ยังมีจำนวนไม่เพียงพอ ไม่สอดคล้องกับสภาพความรุนแรงของปัญหา 

องค์กรเอกชนที่ทำเรื่องดีๆ ให้กับสังคม คอยประคับประคองช่วยเหลือเด็กไม่ให้เป็นภาระแก่สังคมในอนาคตเหล่านี้ ต่างประสบปัญหาขาดแคลนงบประมาณดำเนินการ เพราะต้องพึ่งเงินบริจาคและความช่วยเหลือจากสังคมเป็นอย่างมาก ภาระในการดูแลเด็กต้องมีค่าใช้จ่ายทุกวัน แต่กระแสการบริจาคและการสนับสนุนจากองค์กรระหว่างประเทศก็ลดลงอย่างมาก ทำให้หลายแห่งต้องลดจำนวนการให้ความช่วยเหลือแก่เด็ก หลายแห่งต้องปิดบ้านพักพิงไม่สามารถช่วยเหลือเด็กเหมือนเช่นที่ผ่านมา

โครงการ ๑ เติม ๑๐๐ ได้คัดกรองเบื้องต้น พบว่ามีองค์กรสาธารณประโยชน์ที่ดูแลบ้านพักพิงของเด็กเหล่านี้อย่างน้อย 14 แห่งที่กำลังอยู่ในภาวะวิกฤตและต้องการการแบ่งปัน ได้แก่ มูลนิธิอาสาพัฒนาเด็ก สาขาเชียงราย โครงการมิตรข้างถนนคนชายแดน มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว สหทัยมูลนิธิ โครงการบ้านทานตะวัน มูลนิธิเด็ก มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิด มูลนิธิเพื่อการพัฒนาการคุ้มครองเด็ก มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก จ.ขอนแก่น โรงเรียนเยาววิทย์ มูลนิธิชิลเดรนส์เวิลด์อะคาเดมีฟาวเดชัน มูลนิธิบ้านนกขมิ้น บ้านหลังใหม่ของเด็กกำพร้าเด็กเร่ร่อนเด็กด้อยโอกาส มูลนิธิเด็กพิการบ้านนนทภูมิ และมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก

องค์กรเหล่านี้มีเด็กวัยต่างๆ ที่อยู่ในความดูแลตั้งแต่แรกเกิดจนถึงเยาวชนวัยรุ่น ส่วนใหญ่ต้องดูแลตลอด 24 ชั่วโมง บางองค์กรทำงานมาเป็นระยะเวลายาวนานถึง 20-35 ปี บางโครงการดูแลเฉพาะเด็กที่ถูกทารุณกรรม เด็กข้างถนน เด็กลูกแรงงานก่อสร้าง เด็กที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไฟใต้ ฯลฯ

สิ่งที่เขาต้องการคือปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต ค่าใช้จ่ายเสริมในการศึกษาและงบประมาณสำหรับการพัฒนาตามวัยของเด็ก ตลอดจนต้องการอาสาสมัครจากภายนอกที่เข้ามาช่วยทำงานช่วยเหลือเด็กโดยตรงหรือมาช่วยทำงานด้านอื่นๆ ร่วมกันกับองค์กร

เพื่อเป็นการหนุนเสริมการปฏิบัติงานขององค์กรผู้ให้การช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ โครงการ ๑ เติม ๑๐๐ และมูลนิธิไทยพีบีเอสจึงได้พัฒนาระบบความร่วมมือทางสังคมเพื่อการแบ่งปันกันอย่างมีคุณภาพ โดยตั้งเป็นกองทุนอิสระที่มีคณะกรรมการดูแลเป็นการเฉพาะ ชื่อว่า “กองทุน ๑ เติม ๑๐๐” คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของกองทุนจะทำหน้าที่เป็นกลไกจัดการ เชื่อมโยงการแบ่งปันทั้งในรูปแบบเงินบริจาค ทรัพย์สินสิ่งของและกำลังคนจิตอาสา เพื่อส่งไปให้ถึงมือองค์กรสาธารณประโยชน์
และเด็กๆ เหล่านี้

พูดง่ายๆ ว่า กองทุน ๑ เติม ๑๐๐ ได้ขันอาสาเป็นกลไกตัวกลางในการเชื่อมโยงระหว่าง “ผู้ให้” กับ “ผู้รับ” โดยตรง และระหว่าง “ผู้ให้” ผู้บริจาคฝ่ายหนึ่ง กับ “ผู้ให้” อีกฝ่ายหนึ่งซึ่งกำลังให้บริการสังคมโดยช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ด้วยความยากลำบาก ไม่ว่าจะเป็นการให้หรือการบริจาคในรูปแบบใด จะเป็นการส่งมอบ “แรงงาน” “เวลา” “ความรู้ความเชี่ยวชาญ” “ทรัพย์สินเงินทอง” และ “สิ่งของเครื่องใช้” โดยจะพิจารณาจัดสรรสมทบให้เป็นทุนทำงานแบบให้เปล่า โปร่งใส เป็นธรรม และไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ท่านที่สนใจเป็นอาสาสมัครทำงานกับองค์กรด้านเด็ก หรือกองทุน ๑ เติม ๑๐๐ หรือบริจาคสิ่งของ เช่น ชุดนักเรียน รองเท้า กระเป๋านักเรียน อุปกรณ์การเรียน ผ้าอ้อมสำเร็จรูป อาหารแห้ง นม น้ำดื่ม เสื้อผ้าชุดลำลอง อุปกรณ์กีฬา ฯลฯ สามารถติดต่อได้ที่ www.1for100.or.th และ facebook : ThaiPBSFoundation

ส่วนท่านที่ประสงค์จะบริจาคเงินสมทบกองทุน ๑ เติม ๑๐๐ สามารถโอนเงินเข้าบัญชีมูลนิธิองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงไทย สาขาการปิโตรเลียม เลขที่ 071-0-15623-5

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว