
จี้นายกเร่งคดีพันธมิตรยึดสนามบินเป็นคดีพิเศษ
โฆษกพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี เร่งรัดคดีพันธมิตรยึดสนามบิน เป็นคดีพิเศษ ขู่ไม่ดำเนินการภายใน 7 วัน เตรียมยื่นถอดถอนออกจากตำเเหน่งทันที
โฆษกพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี เร่งรัดคดีพันธมิตรยึดสนามบิน เป็นคดีพิเศษ ขู่ไม่ดำเนินการภายใน 7 วัน เตรียมยื่นถอดถอนออกจากตำเเหน่งทันที
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยและคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย เข้ายื่นเอกสารเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เร่งรัดคดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิป ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเข้าข่ายเป็นการก่อการร้าย ให้เป็นคดีพิเศษ รวมถึงการดำเนินการกับท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มพธม. ต่อกองรับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล
เอกสารร้องเรียนระบุว่า รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายแบบสองมาตรฐาน และเลือกปฏิบัติระหว่างฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลกับฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ซึ่งเห็นได้จากการดำเนินคดีระหว่างกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กับกลุ่มพันธมิตรฯ ทั้งที่กลุ่มพันธมิตรฯ ได้ก่อความเดือดร้อนให้กับประเทศชาติ โดยการบุกยึดทำเนียบรัฐบาล สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ท่าอากาศสุวรรณภูมิ รวมถึงสถานที่ราชการต่างๆ นอกจากนี้ยังไม่มีการตรวจสอบท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ก่อนหน้านี้ทางตำรวจสันติบาลได้ส่งรายชื่อบุคคล องค์กร ห้างร้านที่มีความหน้าสงสัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน 78 รายชื่อให้แก่ พล.ต.อ ปทีบ ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่กลับไม่มีการดำเนินคดีแต่อย่างใด
ผิดกับกรณีทางนปช. ที่รัฐบาลมีการตั้งข้อหาก่อการร้ายแก่ผู้ชุมนุมและแกนนำ รวมถึงยังเร่งจับกุมดำเนินคดีและนำไปเป็นคดีพิเศษอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีกรณีของนางภคินี สุวรรณภัคดี มารดาของ นายอรรถวิทย์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปปัตย์ ที่ถูกฟ้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ในข้อหาทุจริตการอนุมัติสินเชื่อ ฉ้อโกง แล้วถึงข้องหาอื่นๆอีกหลายข้อหา โดยมีมูลค่าความเสียหายเป็นเงินกว่า 4,000ล้านบาท ถือเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งนางภคินีหลบหนีไป แต่รัฐบาลกลับไม่ได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย แตกต่างกับคดี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีโทษจำคุกเพียง 2 ปี แต่กลับไล่ล่าจับกุมเหมือนเป็นอาชญากร
หากนายกฯไม่ดำเนินการใดๆภายใน 7 วัน ถือว่ามีเจตนาละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ ตนและฝ่ายคณะทำงานฝ่ายกฎหมายจะดำเนินการยื่นถอดถอนนายกฯ ออกจากตำแหน่ง และยื่นข้อกล่าวหาต่อคณะกรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)







