posttoday
ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องไม่ให้ประกัน

ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องไม่ให้ประกัน

30 มิถุนายน 2553

 

ยันโทษแรงแกนนำนปช.ติดคุกยาว พบจยย.ต้องสงสัยพาหนะยิงอาร์พีจี

โพสต์ทูเดย์ — ศาลอุทธรณ์ยกคำร้อง 10 แกนนำ นปช.ยื่นประกันตัว ชี้ข้อหาก่อการร้ายโทษประหาร หากให้ประกันหวั่นหนี

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ให้ยกคำร้องของนายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กับพวก ซึ่งเป็นแกนนำ นปช.รวม 10 คน ที่ยื่นอุทธรณ์ขอประกันตัวในข้อหาร่วมกันก่อการร้าย เนื่องจากเห็นว่าข้อหาร่วมกันหรือใช้ผู้อื่นให้กระทำความผิดฐานก่อการร้ายมีอัตราโทษสูงถึงประหารชีวิต และเป็นภัยแก่ประชาชนโดยส่วนรวม หากอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาอาจหลบหนี

ด้านนายคารม พลทะกลาง ทนายความ นปช. กล่าวว่า ในวันนี้จะยื่นคำร้องต่ออธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพื่อขอให้พาตัวแกนนำ นปช.มาควบคุมตัวอยู่รวมกันในแดนเดียวภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เนื่องจากขณะนี้มีการแยกขัง ซึ่งอาจเป็นการกลั่นแกล้งได้

สำหรับความคืบหน้ากรณีการยิงอาร์พีจีใส่ถังน้ำมันเชื้อเพลิงของกรมพลาธิการทหารบกนั้น เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และตรวจสอบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ซีบีอาร์ ที่ตำรวจพบจอดทิ้งไว้บริเวณปากซอยทรายทอง 20 โดยชาวบ้านยืนยันว่ามีชาย 2 คนนำมาจอดทิ้งไว้ตั้งแต่คืนวันเกิดเหตุ โดยเบื้องต้น พบคราบเขม่าดินปืนอยู่เป็นจำนวนมาก คาดว่าน่าจะเป็นรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ

ด้าน พ.ต.ท.ไวยกูล กิจเพชร พนักงานสอบสวน (สบ 3) เจ้าของคดี ได้นำพยานซึ่งเป็นชาวบ้านจำนวน 3 คน และมีบ้านพักอยู่ใกล้กับโรงเรียนท่าทรายอุปถัมภ์มาสอบปากคำ แต่ยังไม่สามารถสเกตช์ภาพคนร้ายได้ เนื่องจากระหว่างเกิดเหตุคนร้ายใส่หมวกกันน็อก พร้อมกับปิดบังใบหน้าด้วยการคาดผ้าอำพราง

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า เหตุการณ์ยิงจรวดอาร์พีจีถล่มใส่คลังน้ำมันนั้น เป็นการยิงแบบอินไซเดอร์ที่ล่วงรู้ข้อมูลภายใน เพราะถังน้ำมัน 10 ถัง มีเพียงถังเดียวเท่านั้นที่ไม่มีน้ำมัน คือถังที่ถูกยิง จากข้อมูลภายในพบว่า พล.อ. “ป.” อยู่เบื้องหลังการสร้างสถานการณ์ เพื่อนำไปสู่การคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ต่อไป เพราะกฎหมายนี้เป็นกฎหมายเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ระงับไม่ให้เกิดการชุมนุม

นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และในฐานะเลขาฯ ศอฉ. กล่าวว่า การคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไว้อีกนั้น คงต้องดูความเสียหายจากการก่อวินาศกรรม และต้องดูว่าจะเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ด้วยหรือไม่ เพราะสถานการณ์ยังถือว่าไม่เรียบร้อย ซึ่งในวันที่ 6 ก.ค. น่าจะมีความชัดเจน

สำหรับที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาระบุว่าจะมีจุดที่ตกเป็นเป้าหมายประมาณ 40 จุด ในการก่อวินาศกรรมนั้น เจ้าหน้าที่ดูอยู่ทุกจุดทุกแห่งที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย หรือการก่อวินาศกรรมแล้ว

นายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องการยกเลิกพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) นั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ให้แนวทางกับ ศอฉ.พิจารณาจากสถานการณ์จริงในพื้นที่ ซึ่งมีทั้งต้องการให้คงไว้และต้องการให้ยกเลิก

อย่างไรก็ตาม หากมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อาจจะมีการเสนอให้กลับไปใช้พระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรแทนในบางพื้นที่

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ