
ไทยเปิดทางสหรัฐบินผ่านน่านฟ้าช่วยเหลือโรฮีนจา
พล.อ.ธนะศักดิ์ เผย ไทยเปิดทางสหรัฐส่งเครื่องบินสำรวจช่วยเหลือโรฮีนจาลอยลำกลางทะเล ย้ำเวทีเสวนาเพื่อหาทางออกร่วมกัน
พล.อ.ธนะศักดิ์ เผย ไทยเปิดทางสหรัฐส่งเครื่องบินสำรวจช่วยเหลือโรฮีนจาลอยลำกลางทะเล ย้ำเวทีเสวนาเพื่อหาทางออกร่วมกัน
วันที่ 29 พ.ค. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ กล่าวเปิดการประชุมว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย ว่า วันนี้ (29พ.ค.) ถือเป็นเรื่องที่ดี ที่นานาชาติจะร่วมมือกัน เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่ของประเทศใดประเทศหนึ่ง เวทีวันนี้ไม่ใช่เวทีที่จะมาพูดหรืออภิปราย แต่เป็นเวทีที่จะหารือเพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหา ซึ่งต้องมีการแก้ปัญหาในระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อความยั่งยืน
ทั้งนี้ พร้อมย้ำว่าเบื้องต้นต้องให้ความช่วยเหลือตามขั้นพื้นฐานหลักมนุษยธรรม ซึ่งไทยได้อนุมัติให้มีการจัดตั้งเรือช่วยชีวิต หรือ โฟลตติ้ง แพ๊ตฟอร์ม เพื่อให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ก่อนส่งไปยังประเทศที่มีความพร้อมให้การช่วยเหลือต่อไป
นอกจากนี้ ไทยได้อนุมัติให้เครื่องบินสหรัฐฯบินเข้าเขตน่านฟ้าไทย ตามที่ได้เคยแจ้งความประสงค์ไว้ ว่าต้องการลาดตระเวนสำรวจผู้อพพยพที่ลอยลำอยู่กลางทะเล โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ได้อนุมัติด้วยวาจา ซึ่งจะสามารถปฏิบัติงานได้ตั้งแต่วันนี้ โดยศูนย์ของสหรัฐฯจะต้องประสานกับศูนย์อำนวยการลาดตระเวนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย (ศอ.ยฐ.) ซึ่งมีกองบัญชาการกองทัพไทยเป็นผู้รับผิดชอบหลัก
สำหรับปัญหาเรื่องการค้ามนุษย์ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า เป็นปัญหาที่ทั่วโลกประสบ แต่ยืนยันว่าไทยมีความจริงใจในการแก้ปัญหา และได้มีการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วย
ด้าน ดาโต๊ะ อิบบราฮิม บิล อับดุลลา รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย กล่าวในที่ประชุมว่าภายหลังการประชุมในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า จะจัดการประชุม ระดับ summit เรื่องการค้ามนุษย์ ซึ่งมี 4 ประเทศเข้าร่วมได้แก่ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย และเมียนมา
ด้าน นายทิต ลิน ผู้แทนพิเศษ เมียนมา กล่าวว่าพม่าไม่ใช่ประเทศเดียวที่ประสบปัญหาผู้อพยพทางเรือและเห็นว่าทุกประเทศควรร่วมแก้ปัญหา และมีความยินดีที่หลายประเทศที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้มีการพูดถึงพม่ายกเว้น UNHCR กับออสเตรเลียที่ต้องกลับไปศึกษาข้อมูลให้มากกว่านี้ว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไรทั้งนี้พม่ายืนยันว่า ได้ให้ความร่วมมือกับทุกประเทศที่จะร่วมกันแก้ปัญหารวมถึงการร่วมมือกับมาเลเซียและอินโดนีเซียด้วย โดยขณะนี้ได้ให้กองทัพเรือและกองทัพอากาศ ลาดตระเวนทางทะเลเพื่อช่วยคนเหล่านี้ โดยย้ำว่าปัญหานี้คือการค้ามนุษย์
ส่วนนายshahidul haque ปลัดกระทรวงการต่างประเทศบังคลาเทศกล่าวยันจุดยืนว่า บังคลาเทศในการต่อต้านขบวนการการค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบ แต่ยอมรับว่า30เปอร์เซนต์ของเหยื่อค้ามนุษย์เป็นผู้อพยพที่เดินทางออกมาจากประเทศบังคลาเทศซึ่งผู้อพยพเหล่านั้นตระหนักอยู่เสมอว่าต้องการแสวงหาโอกาสและที่ทำกินที่ดีกว่า
ต่อมาเวลา 11.05 น. พล.อ.ธนะศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า การประชุมวันนี้จะไม่ใช่เวทีที่เป็นเพียงแสดงความคิดเห็น แต่ต้องเป็นเวทีที่หาทางแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยในชั้นต้นเราจะช่วยแหลือตามหลักมนุษยธรรม ทั้งนี้ มีรายงานข่าวถึงจำนวนผู้อพยพทางทะเลว่ามีจำนวนมาก แต่ข้อมูลพบว่าเหลือเพียง 3,000 คน และไทยได้จัดเรือหลวงจำนวน 2 ลำ ซึ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ เพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการพิเศษ (Floating Platform) รองรับผู้อพยพทางทะเล โดยในเรือประกอบด้วย ทีมแพทย์ ทีมสอบสวน ทีมจดบันทึกและคัดแยกก่อนส่งไปยังศูนย์พักพิงที่ประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย
พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวอีกว่า ไทยยังได้ทำงานร่วมกับองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน(ไอโอเอ็ม) โดยมีการตั้งศูนย์ประสานงานที่ประเทศไทย และขณะนี้ไอโอเอ็มได้มอบเงินให้จำนวน 2 ล้านเหรียญสหรัฐ (64ล้านบาทโดยประมาณ) ซึ่งในส่วนของไทยเห็นว่าเงินดังกล่าวควรเก็บไว้ที่ไอโอเอ็ม และเราพร้อมที่จะให้การสนับสนุนตามคำขอจากไอโอเอ็ม
พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนการอนุญาตให้สหรัฐบินเข้าน่านฟ้าไทย เพื่อค้นหาและช่วยเหลือผู้อพยพทางทะเล ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้อนุมัติด้วยวาจาว่าอนุญาตให้เครื่องบินของสหรัฐบินลาดตระเวน แต่ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของทางการไทย และประสานกับผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการลาดตระเวนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย(ศอ.ยฐ.) ซึ่งมีกองบัญชาการกองทัพไทยเป็นผู้ดูแล ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าสหรัฐตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ประเทศมาเลเซีย ทั้งนี้ ตนได้แจ้งให้นายแพทริค เมอร์ฟีย์ อุปทูตสหรัฐประจำประเทศไทย รับทราบแล้ว ซึ่งปฏิบัติการได้ทันที
“ผมยืนยันว่าการประชุมครั้งนี้ไม่ใช่ปาหี่ แต่แสดงถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหาทั้งปัญหาการค้ามนุษย์และช่วยเหลือผู้อพยพ อย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้(28 พ.ค.) เราได้พูดคุยกับพม่าและบังกลาเทศแล้วว่าเราจะร่วมกันในการแก้ปัญหา และการประชุมวันนี้จะไม่พูดว่าใครเป็นต้นเหตุของปัญหา ถ้าเกิดพูดการประชุมจะไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะการประชุมครั้งนี้มีจุดประสงค์ให้ทุกฝ่ายร่วมกันแก้ไขปัญหา” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ กล่าว







