ถอนพาสปอร์ตทักษิณ ปิดฉากปรองดอง
การยกเลิกหนังสือเดินทางของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถือเป็นสัญญาณแตกหักชัดเจนระหว่างขั้วอำนาจเก่าและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
การยกเลิกหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถือเป็นสัญญาณแตกหักชัดเจนระหว่างขั้วอำนาจเก่าและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถมยังเป็นการปิดประตูตาย “ปรองดอง”
ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เกิดการยกเลิกพาสปอร์ต เพราะเหตุการณ์ในช่วงระหว่างเดินทางไปแสดงปาฐกถาที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา นอกจากเป็นการเคลื่อนไหวครั้งแรกหลังรัฐประหารแล้ว เนื้อหาที่ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์ส พาดพิงการทำงานของ คสช. โดยเฉพาะปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ
ก่อนตบท้ายด้วยระเบิดลูกใหญ่ ผ่านการให้สัมภาษณ์สื่อที่นั่นและถูกนำมาเผยแพร่ผ่านอินเทอร์เน็ต แฉตั้งแต่การเคลื่อนไหวของม็อบ ก่อนจะมาถึงรัฐประหาร ซึ่งเชื่อมโยงว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลังไปถึงองคมนตรี จนทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาปฏิเสธ
“ผมขอเปิดใจอีกครั้งว่าไม่มีใครสั่งผมได้เพราะชีวิตผม เข้าใจหรือยัง คนเป็นหัวหน้ามีชีวิตและใช้ความรับผิดชอบและตัดสินใจเอง ไม่มีใครมาสั่งการ เหมือนกับจะสั่งให้ผมไปตาย ถ้ามีคนสั่งให้คุณไปตาย คุณไปกันหรือไม่ล่ะ”
ทั้งนี้ จากเหตุผลตามคำชี้แจงของกระทรวงการต่างประเทศ อ้างอิงเนื้อหาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้พิจารณาเห็นว่า ถ้อยคำให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ มีเนื้อหาบางส่วนที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยหรือชื่อเสียงและเกียรติภูมิของประเทศไทย ประกอบกับกรณีดังกล่าวอยู่ระหว่างการสืบสวนสวบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญาในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 326 และ 328 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (3) และ (5)
ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายเมื่อเสียงเรียกร้องให้ยกเลิกพาสปอร์ต พ.ต.ท.ทักษิณ มีมาตั้งแต่หลังรัฐประหาร ด้วยความคาดหวังว่าจะใช้อำนาจพิเศษเข้ามาเคลียร์อุปสรรคปัญหาต่างๆ แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
หนึ่งในเหตุผลสำคัญเพื่อส่งสัญญาณเอาจริงและป้องกันไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ อาศัยจังหวะบ้านเมืองไม่ปกติเดินสายเคลื่อนไหวกดดัน คสช.อยู่นอกประเทศ เหมือนอย่างที่ปรากฏให้เห็นก่อนหน้านี้
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ยุทธศาสตร์ สงบ สยบ ความเคลื่อนไหว พร้อมออกมาให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่าจะไม่เคลื่อนไหวใดๆ ต้องการให้ คสช.ทำงานอย่างเต็มที่ เพราะเชื่อว่าภารกิจต่อจากนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก
สอดรับไปกับสัญญาณที่ถ่ายทอดไปถึงบรรดาอดีต สส.เพื่อไทย และคนเสื้อแดง ให้เพลาๆ การเคลื่อนไหว รอคอยถึงการเลือกตั้งครั้งใหม่ตามโรดแมป เพราะเชื่อว่าหากปล่อยให้ คสช.อยู่ในอำนาจ
ต่อไป ย่อมมีโอกาสที่จะสะดุดขาตัวเองล้ม ทั้งจากปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องออกแรง
จนช่วงนั้นเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการฮั้วระหว่าง คสช.และขั้วอำนาจเก่า ก่อนที่ความขัดแย้งจะปะทุรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นยกเลิกพาสปอร์ตครั้งนี้
แม้มาตรการนี้จะไม่มีผลอะไรกับ พ.ต.ท. ทักษิณ ในเชิงปฏิบัติ เพราะถึงจะยกเลิกหนังสือเดินทางเลขที่ U957441 และเลขที่ Z530117 ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค. แต่เจ้าตัวมีหนังสือเดินทางของมอนเตเนโกร ใช้เดินทางไปไหนมาไหนได้อยู่แล้ว
ดังนั้น มาตรการนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณ ประกาศตัดขาดความสัมพันธ์แบบชัดเจน และยังถือเป็นมาตรการตอบโต้ความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ
แต่หากวิเคราะห์ที่มาที่ไปของ พ.ต.ท. ทักษิณ ที่ออกมาเปิดหน้าชนเป็นครั้งแรก ดูจะเกี่ยวข้องกับการที่น้องสาวกำลังถูกไล่บี้ในคดีที่เกี่ยวข้องอย่างหนัก จนทำให้ต้องออกมาแสดงความคิดเห็นหลังจากเงียบมาเกือบปี
สัญญาณแตกหักดูจะชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่ง ส่งผลให้ถูกกันออกจากสนามการเมืองเบื้องต้น 5 ปี จากการปล่อยปละให้เกิดความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวหลายแสนล้านบาท
แถมการไล่บี้เอาผิดทั้งทางความผิดทางอาญาที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และใช้หลักทรัพย์ 30 ล้านบาท ประกันตัวออกไปต่อสู้คดี ท่ามกลางการจับจ้องว่าเส้นทางของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ อาจจะต้องไปใช้ชีวิตเร่ร่อนนอกประเทศซ้ำรอยพี่ชายหรือไม่
อีกทั้งความเสียหายนับแสนล้านบาทที่อยู่ระหว่างการไล่เอาผิดผู้เกี่ยวข้อง ยิ่งถูกมองว่าเป็นการไล่เช็กบิลขั้วอำนาจเก่าแบบเต็มสูบ จนทำให้หลายคนเริ่มร้อนๆ หนาวๆ และเป็นห่วงกันว่าจะฉุดให้บรรยากาศการเมืองกลับมาร้อนแรงอีกเร็วๆ นี้
ที่สำคัญการเชือดไก่ให้ลิงดูครั้งนี้ ยังถือเป็นการส่งสัญญาณไปถึงบรรดาแกนนำ เพื่อไทย หรือคนเสื้อแดง ไม่ให้ออกมาเคลื่อนไหวสร้างความปั่นป่วนหรือท้าทายในอนาคต เพราะนั่นอาจจะย้อนกลับมาเป็นชนวนทำให้ถูกไล่เช็กบิลได้ในภายหลัง
ยิ่งในวันที่อำนาจเต็มยังอยู่ในมือของ คสช.ผ่านมาตรา 44 ที่เปิดทางสร้างความถูกต้องชอบธรรม


