
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ นักลงทุนกังวลดีลเปิดช่องแคบฮอร์มุซเลือนราง
Nasdaq-S&P 500 ปิดลบ หลังความหวังเปิดช่องแคบฮอร์มุซลดลง ดันราคาน้ำมันพุ่ง 5% ขณะที่หุ้นชิปถูกกดดันจากแผนเพิ่มทุนของ Intel
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันจันทร์ หลังนักลงทุนลดความหวังว่าข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นราว 5% จากความกังวลด้านอุปทานพลังงาน
ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.06% ปิดที่ 7,753.12 จุด
ดัชนี Nasdaq ลดลง 0.32% อยู่ที่ 26,605.36 จุด
ส่วน Dow Jones ลดลง 0.11% ปิดที่ 53,976.04 จุด
ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเป็นปัจจัยกดดันตลาด หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้อิหร่านชดเชยความเสียหายจากผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ
ขณะที่อิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและชดเชยความเสียหายจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล
ความเสี่ยงดังกล่าวทำให้นักลงทุนกังวลว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะกลับมาเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ และอาจทำให้ธนาคารกลางต้องชะลอการลดดอกเบี้ยหรือกลับมาพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ย
ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ WTI เพิ่มขึ้น 5.05% หรือ 3.95 ดอลลาร์ ปิดที่ 82.13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะที่น้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 4.99% หรือ 4.17 ดอลลาร์ ปิดที่ 87.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
หุ้นชิปกดดันตลาด
หุ้นกลุ่มชิปเป็นอีกปัจจัยที่กดดันตลาด โดย Intel ร่วง 4.1% หลังประกาศแผนระดมทุน 15,000 ล้านดอลลาร์ผ่านการขายหุ้น เพื่อเสริมฐานเงินทุนและสนับสนุนแผนฟื้นฟูกิจการ
ด้าน Nvidia ลดลง 2.9% แม้มีรายงานว่ากลุ่มบริษัทการเงิน ซึ่งรวมถึง Apollo Global และ Blackstone กำลังร่วมมือกับ Nvidia จัดทำแพ็กเกจเงินทุนมูลค่าสูงถึง 500,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI
นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) หลังข้อมูลตลาดแรงงานล่าสุดสะท้อนการจ้างงานที่อ่อนแอกว่าคาด
ทองคำพุ่งแตะระดับสูงสุดรอบ 9 สัปดาห์
ราคาทองคำปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 สัปดาห์ จากแรงซื้อเก็งกำไรและความต้องการถือสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการเงินสหรัฐฯ
ราคาทองสปอตเพิ่มขึ้น 0.8% อยู่ที่ 4,376.56 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังระหว่างวันแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน
ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นราว 0.5% ปิดที่ 4,419.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์







