
เปิดปม 181 วันชั้น 14 สอบ 3 แพทย์ ใบความเห็นยื้อส่ง “ทักษิณ” กลับเรือนจำ
คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 3 แพทย์ ปมรับตัว-ออกความเห็นแพทย์-ไม่ส่ง “ทักษิณ ชินวัตร” กลับเรือนจำ หลังผลสืบสวนชี้มีมูล
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีข้าราชการตำรวจ 3 นาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพักรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ หลังผลการสืบสวนข้อเท็จจริงเห็นว่ามีมูลควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนรับตัว การออกความเห็นแพทย์ ไปจนถึงการส่งตัวผู้ต้องขังกลับเรือนจำ
ผู้ถูกกล่าวหา ประกอบด้วย พล.ต.อ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งแพทย์ใหญ่ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ, พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ และ พ.ต.อ.ชนะ จงโชคดี นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลตำรวจ
สอบปมรับตัว “ทักษิณ” เข้าพักชั้น 14
สำหรับ พล.ต.อ.โสภณรัชต์ ผลการสืบสวนระบุว่า คืนวันที่ 22 สิงหาคม ต่อเนื่องวันที่ 23 สิงหาคม 2566 โรงพยาบาลตำรวจรับตัวนายทักษิณจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และให้อยู่ในห้องพักรักษาตัวชั้น 14 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โดยไม่ได้เข้าตึกอุบัติเหตุหรือห้องที่จัดไว้สำหรับผู้ป่วยซึ่งเป็นผู้ต้องขัง
ตลอดระยะเวลา 181 วันที่นายทักษิณพักรักษาตัว ยังไม่ได้มีการย้ายเข้าห้องสำหรับผู้ป่วยคดี โดยผลสืบสวนเห็นว่า การใช้ดุลพินิจดังกล่าวไม่มีเหตุผลอันสมควรและไม่เป็นไปตามระเบียบโรงพยาบาลตำรวจ ทำให้นายทักษิณได้รับประโยชน์จากการเข้าพักในห้องดังกล่าว
อีกประเด็น คือ ขั้นตอนการจำหน่ายผู้ป่วยคดี หรือการส่งตัวกลับเรือนจำ โดยผลสืบสวนระบุว่า พล.ต.อ.โสภณรัชต์ ในฐานะแพทย์ใหญ่ มีอำนาจอนุมัติจำหน่ายผู้ป่วยคดีและกำกับดูแล แต่เมื่อทราบอาการผู้ป่วยแล้ว กลับไม่ได้สั่งการหรือเร่งรัดให้แพทย์เจ้าของไข้ทำความเห็นตามระเบียบ ส่งผลให้นายทักษิณยังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจโดยไม่ต้องกลับเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ ผลสืบสวนยังพาดพิงถึงการออกใบแสดงความเห็นแพทย์ลงวันที่ 15 กันยายน และ 18 ตุลาคม 2566 เพื่อใช้ประกอบการขออนุญาตให้นายทักษิณพักรักษาตัวนอกเรือนจำเกิน 30 วัน และเกิน 60 วัน โดยเห็นว่า พล.ต.อ.โสภณรัชต์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการดังกล่าว
สอบ “พล.ต.ท.ทวีศิลป์” ปมออกความเห็นแพทย์
ส่วน พล.ต.ท.ทวีศิลป์ ถูกกล่าวหาในประเด็นการออกใบแสดงความเห็นแพทย์ 2 ฉบับ
ฉบับแรก ลงวันที่ 15 กันยายน 2566 ระบุสาระสำคัญว่า การรักษายังไม่สิ้นสุด เนื่องจากต้องรักษาแผลผ่าตัด รวมถึงตรวจและวางแผนผ่าตัดโรคที่รายงาน จึงจำเป็นต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล
ฉบับที่สอง ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2566 ระบุถึงความจำเป็นต้องรับการผ่าตัดเร่งด่วน เนื่องจากมีอาการปวดรุนแรง รวมถึงมือและขาอ่อนแรง
อย่างไรก็ตาม ผลการสืบสวนเห็นว่า ขณะออกความเห็นดังกล่าวไม่ใช่กรณีเร่งด่วน และการออกเอกสารมีผลให้ระยะเวลาพักรักษาตัวของนายทักษิณขยายออกไป ก่อนถูกนำไปประกอบการพิจารณาอนุญาตให้รักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ
สอบแพทย์เจ้าของไข้ ปมไม่ส่งกลับเรือนจำ
สำหรับ พ.ต.อ.ชนะ ซึ่งเป็นแพทย์เจ้าของไข้ ผลสืบสวนระบุว่ามีหน้าที่ทำความเห็นจำหน่ายผู้ป่วยคดีกลับและเสนอแพทย์ใหญ่พิจารณา แต่ไม่พบหลักฐานว่าได้ออกความเห็นให้นายทักษิณกลับเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หรือกลับไปรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์
คำสั่งระบุด้วยว่า พ.ต.อ.ชนะ เคยเบิกความเป็นพยานต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า อาการป่วยของนายทักษิณสามารถกลับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2566 ผลสืบสวนจึงเห็นว่าควรออกความเห็นแพทย์เพื่อส่งตัวกลับ แต่ไม่ปรากฏว่าได้ดำเนินการตามหน้าที่
ตั้ง “พล.ต.อ.อิทธิพล” นั่งประธานสอบ
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยมี พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมกรรมการและฝ่ายเลขานุการรวม 9 นาย
คณะกรรมการได้รับมอบหมายให้สอบสวนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร. ก่อนเสนอสำนวนเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
คำสั่งยังกำหนดว่า หากระหว่างการสอบสวนพบมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรงในเรื่องอื่น หรือมีหลักฐานพาดพิงถึงข้าราชการตำรวจรายอื่นว่ามีส่วนร่วม ให้ประธานกรรมการรายงานต่อผู้บังคับบัญชาโดยเร็ว
ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาทั้งหมดในคำสั่งยังอยู่ในกระบวนการสอบสวนทางวินัย การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนยังไม่ถือเป็นข้อยุติว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิด โดยต้องรอผลการสอบสวนและการพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป.







