
ประยุทธ์ไฟเขียวแก้รธน.ชั่วคราว
พล.อ.ประยุทธ์ เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวรองรับประชามติ
พล.อ.ประยุทธ์ เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวรองรับประชามติ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุม ครม.นัดพิเศษในวันที่ 29 พ.ค.นี้ จะหารือถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 เพื่อรองรับประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐบาลไม่ขัดข้องในเมื่อทุกฝ่ายต้องการให้ทำประชามติ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงาน ถ้าผ่านการเห็นชอบร่วมกันว่าให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวดังกล่าวแล้วก็จะลงนามเพื่อนำรัฐธรรมนูญที่ได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย
“ส่วนรายละเอียดในการทำประชามตินั้น ต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอมาว่าจะทำกันอย่างไร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีความห่วงใย คือ จะทำอย่างไรไม่ให้สิ่งที่ได้ทำลงไปนั้นไม่สูญเปล่า ตามที่เคยกล่าวว่าการเสียของและไม่เสียของนั้น ไม่ใช่การไล่ล่าใคร แต่ต้องการให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้หมด ต้องเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมเพราะถ้าไม่เชื่อมั่นแล้วประเทศไทยจะเป็นไปอย่างไร
“ทุกวันนี้ผมก็พยายามจะไม่บิดเบือนอำนาจตุลาการองค์กรอิสระ จะผิดจะถูกว่ามา แต่ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมส่วนใครไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต้องถูกลงโทษ เป็นนักโทษไปแค่นั้น” นายกฯ กล่าว
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษาและโฆษกกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า หาก ครม.ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกรอบเวลาการส่งร่างรัฐธรรมนูญ จากเดิมที่กำหนดให้ต้องส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พิจารณาภายในวันที่ 23 ก.ค. จะปรับเป็นวันที่ 21 ส.ค. และการลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบของ สปช. จากเดิมที่กำหนดไว้เป็นวันที่ 6 ส.ค. จะเลื่อนไปเป็นวันที่ 4 ก.ย.
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า หากมีการประกาศให้ทำประชามติ ตามกฎหมายกำหนดให้ กกต. เป็นผู้กำหนดวันให้ประชามติภายใน 120 วัน โดยแบ่งเป็นช่วง 90 วันแรก ทำความเข้าใจกับประชาชนและจัดทำเอกสารส่งให้กับผู้มีสิทธิออกเสียง จากนั้นอีก 30 วัน ประชาชนจะมีเวลาในการศึกษาทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจประชามติ
นายบุญเลิศ คชายุทธเดช สมาชิก สปช. กล่าวว่า ได้ยื่นเอกสารการขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญในนามส่วนตัว โดยเสนอให้เขียนบทเฉพาะกาลเรื่องนิรโทษกรรมกับผู้เกี่ยวเนื่องกับการกระทำที่มี
เหตุจูงใจทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 2549-22 พ.ค. 2557 ทั้งนี้ไม่ครอบคลุมถึงแกนนำผู้ที่สั่งการชุมนุม







