
สิ่งที่ไม่มีเขียนในรัฐธรรมนูญ
ปรากฏการณ์ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย ฟีเวอร์ ไม่ได้แค่ทำให้ธุรกิจโต๊ะสนุกเกอร์ฟูเฟื่อง หรือจูงใจให้เด็กๆ
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
ปรากฏการณ์ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย ฟีเวอร์ ไม่ได้แค่ทำให้ธุรกิจโต๊ะสนุกเกอร์ฟูเฟื่อง หรือจูงใจให้เด็กๆ หลายคนเริ่มเดินเข้าสู่วงการนักสอยคิว ทั้งจริงจัง ทั้งสมัครเล่น พร้อมสรรหาฉายามา ศิษย์นั้น ศิษย์นี้มาเป็นสร้อยต่อท้ายชื่อเล่นตัวเอง
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็คือ สปิริตในสังเวียนสักหลาดที่ไม่ได้จะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ
ในจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็ม ต๋อง ศิษย์ฉ่อย กำลังโน้มตัวไปแทงลูกกลางโต๊ะ แต่มือดันไปโดนลูกที่ขอบโต๊ะด้วยความไม่ตั้งใจ และที่สำคัญด้วยมุมที่ยากจะมีใครสังเกตเห็นเมื่อลำตัวโน้มบังไว้เกือบมิด
แต่ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย ตัดสินใจบอกกรรมการ แจ้งถึงการกระทำที่ผิดกฎกติกา และย่อมจะทำให้เขาเสียฟาวล์ เสียแต้ม และอาจถึงขั้นสูญเสียชัยชนะ ทั้งที่หากนิ่งไว้และทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อาจไม่มีใครรู้ ใครเห็น ใครทักท้วง ซึ่งย่อมจะทำให้เส้นทางสู่ชัยชนะง่ายขึ้น ถึงจะไม่มีใครรู้ แต่อย่างน้อยคนหนึ่งที่รู้ก็คือตัวเขาเอง
หลังแจ้งกรรมการเสียงผู้บรรยายเกมข้างสนามกล่าวชื่นชม ต๋อง ศิษย์ฉ่อย นอกเหนือไปจากแค่เรื่องฝีไม้ลายมือ แต่ยังเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักสนุกเกอร์รุ่นใหม่
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้สามารถเขียนบังคับไว้ในกฎกติกา แต่เป็นเรื่องของจิตสำนึกที่จำเป็นจะต้องมีควบคู่กันไปเพื่อทำให้กฎกติกามีความเข้มแข็ง ไม่ต่างจากเกมกีฬาอื่นๆ ที่บางครั้งสปิริตมีส่วนสำคัญมากกว่าผลแพ้ชนะ
ยิ่งเสียงตอบรับ ชื่นชม จากสังคมดังมากขึ้นเท่าไหร่ ย่อมปลุกให้จิตสำนึกงอกงาม และทำให้กฎกติกามีผลบังคับใช้ได้จริงมากขึ้นโดยไม่ต้องมีผู้ควบคุม
ไม่ต่างจากบางสังคมบางพื้นที่ ซึ่งกฎกติกาบ้านเมืองเป็นเพียงแค่กรอบที่กำหนดเอาไว้ให้เพียงแค่ได้อ้างอิงเมื่อเป็นเรื่องเป็นคดีที่ต้องทำให้เป็นเรื่องเป็นราว
แต่รายละเอียดเนื้อหาการใช้ชีวิตกลับถูกกำหนดด้วยกฎกติกาอีกชุด อย่างเช่นเรื่องของความเชื่อ บาป บุญ คุณ โทษ
การไม่ลักทรัพย์ ไม่ฆ่าคน ไม่ขโมยของ บางครั้งก็ไม่ได้เพราะกลัวกฎหมายที่มีการกำหนดโทษรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต จำคุก ปรับ แต่หลายคนไม่ทำเพราะกลัวบาป ที่จะติดตัวไปทั้งชาตินี้ ชาติหน้า อย่างไม่อาจสลัดทิ้งได้
แม้จะรอดคุก รอดตะราง แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นบาปกรรม ทั้งที่ไม่สามารถหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาอ้างอิงยืนยันความมีอยู่จริงของบาปบุญ
ขณะที่บางสังคมอาจกลัวมาตรการตอบโต้จากสังคมมากกว่าเรื่องบาปบุญ แต่ก็มีผลให้ระงับการกระทำความผิดตามกฎหมายได้ไม่ต่างกัน
นักการเมืองบางคน ในบางสังคมถึงขั้นไม่อาจทนมีชีวิตอยู่ได้ เมื่อถูกจับได้ว่าทุจริตคอร์รัปชั่น จนรีบชิงหนีการพิพากษาจากสังคม ก่อนที่กระบวนการทางกฎหมายจะเอาผิด
ขณะที่บางสังคมกลับหันมายอมรับเรื่องการทุจริตของนักการเมือง ถ้าเขาทำประโยชน์ให้กับสังคม หรือแม้แต่เป็นพวกเดียวกัน สีเดียวกันเท่านั้น
ในจังหวะที่สังคมกำลังผ่านหลักไมล์สำคัญครบรอบขวบปีหลังรัฐประหาร หลายคนกำลังตั้งหน้าตั้งตารอ “เลือกตั้ง” หรือ “รัฐธรรมนูญ” โดยหาสนใจเรื่องสปิริต จริยธรรม กระแสสังคม ทั้งที่ควรจะ
เร่งสร้างไปควบคู่กันเพื่อทำให้ทั้งการเลือกตั้งหรือรัฐธรรมนูญยั่งยืน
ภาพอดีตยังชัดเจนในความทรงจำของใครบางคน นักศึกษากลุ่มหนึ่งรวมตัวหน้าที่ทำงาน กกต.ชั่วคราวเพื่อเรียกร้องให้ กกต.จัดการ “เลือกตั้ง” ให้แล้วเสร็จเมื่อปีก่อน ท่ามกลางเสียงปืนและคาวเลือด
ด้วยแววตามุ่งหวังเขาเชื่อว่า “เลือกตั้ง” จะเป็นทางออกของสังคมเวลานั้น
ทุกอย่างเริ่มชัดเจนขึ้นหลังบทสนทนายืดยาวระหว่างเก็บข้าวเก็บของ ลอกสติ๊กเกอร์รณรงค์เลือกตั้งออกจากพื้นถนน เขาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่ง บ้านเกิดอยู่เกือบเหนือสุดของประเทศ ยืนยันว่าไม่ฝักใฝ่สีเสื้อกลุ่มใด
แต่สิ่งที่ทำเอาคู่สนทนาถึงกับอึ้งอยู่นานคือคำตอบที่สุดจะย้อนแย้งว่า เขาคงจะไม่เดินทางกลับไปเลือกตั้งที่บ้านเกิด เพราะติดภารกิจหลายอย่างที่มหาวิทยาลัย
บทสนทนาขาดช่วงทุกอย่างเงียบงัน สวนทางกับความคิดในหัววนเวียนอยู่กับประเด็นเลือกตั้ง และรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาปีกว่าคำตอบยังพร่ามัว







