
ขู่นำชาวนาประท้วงชลประทานไม่ปล่อยน้ำ
เกษตรกรพื้นที่รอบอ่างที่บุรีรัมย์เรียกร้องให้ชลประทานปล่อยน้ำหลังชะลอทำนามานานร่วม 2 เดือน
เกษตรกรพื้นที่รอบอ่างที่บุรีรัมย์เรียกร้องให้ชลประทานปล่อยน้ำหลังชะลอทำนามานานร่วม 2 เดือน
ชาวนาต.บ้านบัว อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ กว่า 120 ครัวเรือน ซึ่งพื้นที่นาอยู่ในเขตบริการของโครงการชลประทานกว่า 1,000 ไร่ กำลังได้รับความเดือดร้อนจากภาวะฝนทิ้งช่วง ไม่มีน้ำทำนามานานร่วม 2 เดือน บางรายเกรงว่าจะต้องทำนาล่าช้าออกไปอีก จึงยอมควักกระเป๋าลงทุนซื้อน้ำมันมาสูบน้ำจากคลองที่ใกล้แห้งขอดกว่าหมื่นบาท มาใส่ที่นาเพื่อหว่านกล้า
เนื่องจากชลประทานไม่ปล่อยน้ำให้กับเกษตรกร เพื่อไถหว่านปักดำข้าว โดยโครงการชลประทานอ้างว่า น้ำในอ่างมีปริมาณกักเก็บน้อยเกรงว่าจะประสบปัญหาภัยแล้ง ไม่มีน้ำดิบเพียงพอในการทำประปา เกษตรกรจึงเรียกร้องให้ทางชลประทาน และหน่วยงานที่รับผิดชอบได้เร่งพิจารณาปล่อยน้ำให้เกษตรกรได้หว่านกล้าไปก่อน หากไม่เช่นนั้นเกษตรกรก็จะรวมตัวกัน ไปขอความช่วยเหลือที่สำนักงานโครงการชลประทานต่อไป
นายสุเทพ ธรรมลา อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/1 หมู่ 14 ต.บ้านบัว กล่วว่า ตนทำนาทั้งหมด 38 ไร่ซึ่งอยู่ในเขตบริการของชลประทาน ปกติทุกปีทางชลประทานจะปล่อยน้ำให้เกษตรกรทำนาช่วงระหว่างเดือนพ.ค.-มิ.ย. แต่ปีนี้เข้าสู่ฤดูทำนามาเกือบ 2 เดือนแล้ว เกษตรกรก็ยังไม่สามารถหว่านกล้า และปักดำข้าวได้ เนื่องจากประสบปัญหาฝนทิ้งช่วง ประกอบกับทางชลประทานยังไม่มีการปล่อยน้ำให้เกษตรกรทำนา ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก
นายสุเทพ กล่าวอีกว่า จากผลกระทบดังกล่าวตนเกรงว่าจะต้องยืดระยะเวลาการทำนาออกไปอีก จึงจำเป็นต้องยอมควักกระเป๋าตัวเองเป็นเงินกว่าหมื่นบาท ไปลงทุนซื้อน้ำมันเพื่อสูบน้ำจากคลองที่ใกล้จะแห้งขอด มาใส่นาให้สามารถไถหว่านกล้าไปก่อน เพื่อเสี่ยงรอน้ำฝน และน้ำจากทางชลประทานที่จะปล่อยมาหล่อเลี้ยง จึงอยากวิงวอนให้ทางชลประทานได้ปล่อยน้ำเพื่อให้เกษตรกรได้ทำนาทันต่อฤดูกาลเพาะปลูกในปีนี้ด้วย
ขณะที่ นายวิชัย ประนมรัมย์ ผู้ใหญ่บ้าน ม. 14 ต.บ้านบัว บอกว่า ลูกบ้านที่เป็นชาวนากว่า 120 ครัวเรือน กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จากปัญหาฝนทิ้งช่วง ประกอบกับทางชลประทานไม่ปล่อยน้ำให้เกษตรกรทำนา ซึ่งต่างจากทุกปีที่ผ่านมาที่จะเริ่มทำนาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จึงเรียกร้องให้ทางชลประทานเร่งปล่อยน้ำให้เกษตรกรทำนา ได้ทันต่อฤดูกาลผลิตนี้ด้วย







