
กม.ภาษีมรดกฉลุย เกินร้อยล้านต้องจ่าย
สนช.เห็นชอบกฎหมายภาษีมรดก เก็บส่วนเกิน 100 ล้านบาท
สนช.เห็นชอบกฎหมายภาษีมรดก เก็บส่วนเกิน 100 ล้านบาท
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเสียงข้างมาก 145 ต่อ 5 เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก และร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร เพื่อให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายโดยให้มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว คือการให้ผู้ได้รับมรดกจากเจ้ามรดกแต่ละราย ไม่ว่าจะได้รับมาในคราวเดียวหรือหลายคราว ถ้าได้รับมาจากเจ้ามรดกแต่ละรายรวมกันมีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท ต้องเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท ในอัตรา 10% ของมูลค่าในส่วนที่ต้องเสียภาษี และถ้าผู้ได้รับมรดกเป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดานให้เสียภาษีในอัตรา 5%
สำหรับบรรยากาศการพิจารณาของ สนช.เป็นไปอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะมาตรา 6 ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ กำหนดให้การจัดเก็บภาษีเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมสรรพากร แต่มีผู้เสนอคำขอแก้ไขให้บัญญัติลงไปว่าภาษีที่จัดเก็บได้ให้นำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน โดยนำไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับคนยากจน
อย่างไรก็ตาม นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ได้ชี้แจงว่า การจะนำเงินส่วนนี้มาเป็นรายการใช้จ่ายของภาครัฐจะต้องดำเนินการผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี ดังนั้น จะไปให้กำหนดเป็นการเฉพาะไม่ได้
ขณะที่มาตรา 12 เกี่ยวกับการกำหนดการจัดเก็บภาษีจากส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท เดิมคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เสียงข้างมากเตรียมอภิปรายเพื่อให้กลับไปใช้อัตราที่เกิน 50 ล้านบาท ตามเดิม แต่เมื่อนายสมหมายชี้แจงว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ได้ขัดข้องกับการแก้ไขตัวเลขดังกล่าว จึงทำให้ไม่มีการอภิปรายในมาตรานี้
นายสมหมายยังได้กล่าวหลัง สนช.มีมติว่า กฎหมายทั้งสองฉบับถือเป็นกฎหมายประวัติศาสตร์ และหวังว่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคิดว่าน่าจะเป็นกฎหมายที่อยู่กับประเทศไปอย่างยืนยาว ไม่ถูกยกเลิกเหมือนในอดีตที่ผ่านมา







