
กรุงเก่าลั่น3เดือน ร้านค้าต้องรื้อหมด
ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ลั่น 3 เดือน ร้านค้าบุกรุกที่ดินสาธารณะ-ถนนหลวงต้องรื้อถอนให้หมด
ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ลั่น 3 เดือน ร้านค้าบุกรุกที่ดินสาธารณะ-ถนนหลวงต้องรื้อถอนให้หมด
นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ทางจังหวัดจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดด้วยการนำกฎหมายมาบังคับใช้กับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่บุกรุกที่ดินสาธารณะ และถนนสายสำคัญของจังหวัด หลังจากถูกร้องเรียนจากผู้ใช้รถใช้ถนนว่าได้รับความเดือดร้อนหนัก เสี่ยงอันตรายขณะเดินทางเท้า รวมถึงความไม่สะดวกสบายที่ต้องใช้รถใช้ถนนเนื่องจากร้านค้ายังคงบุกรุกอย่างหนัก
นายอภิชาติ กล่าวว่า ปัญหาพ่อค้าแม่ค้าบุกรุกที่ดินสาธารณะและถนนหลวงมี 3 พื้นที่ พื้นที่แรก ได้แก่ ถนนอู่ทองหน้าโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา มีร้านโรตีสายไหมบุกรุกตลอดแนว ซึ่งได้มีการแจ้งเตือนและดำเนินการมาได้ระยะหนึ่งแล้ว มีกว่า 70% ให้ความร่วมมือในการถอยร่นเข้าไป 1 เมตร แต่ร้านที่ยังดื้อรั้นให้เวลาอีก 1 เดือน หากไม่รื้อจะมีการแจ้งความเอาผิด
ขณะที่พื้นที่แห่งที่ 2 คือ หลังวิหารหลวงพ่อพระมงคลบพิตร จุดที่ห้ามตั้งร้านค้าโดยให้เวลา 3 เดือนในการรื้อถอน หากไม่ทำจะแจ้งความเอาผิดทางกฎหมายเช่นกัน ส่วนพื้นที่แห่งที่ 3 คือ ตลอดแนวของถนนสายเอเชียจาก อ.พระนครศรีอยุธยา ถึง อ.บางปะอิน มีร้านโรตีสายไหมมาตั้งร้านติดช่องจราจรของถนน
ทั้งนี้ ตั้งทั้งขาเข้าและขาออกกรุงเทพมหานคร ซึ่งพบว่ามีร้านที่เสี่ยงอันตรายเกือบ 150 ร้านค้า จึงให้เวลา 3 เดือนรื้อถอน หากไม่ทำจะแจ้งความเอาผิดพร้อมจับกุม ข้อหาหนัก ทั้งบุกรุกและกีดขวางการจราจร
ด้าน นายสุชัย รวยริน อดีตนายกเมืองพัทยา 1 ใน 12 ผู้ประกอบการที่ถูกนายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา รักษาราชการแทนนายกเมืองพัทยา ใช้แต่อำนาจตามกฎหมายหลังออกคำสั่งรื้อถอนอาคารพัทยาใต้ กล่าวว่า หากทางเทศบาลเมืองพัทยายังคงยืนยันรื้อถอน จะส่งผลกระทบการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาอย่างรุนแรงในอนาคต
ทั้งนี้ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวเก่าแก่ที่เป็นจุดขายสำคัญของเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก ขณะที่การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวก็รุนแรงขึ้นตามลำดับ หลังจากนี้จะร่วมหารือกับผู้ประกอบการเพื่อเร่งยื่นหนังสืออุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว นอกจากนี้ก็พร้อมนัดเจรจาร่วมกับภาครัฐเพื่อหาทางออกที่ชัดเจนต่อไป







