
แนะพลิกวิกฤตชิงนำอาเซียน
อดีตเลขาธิการอาเซียน ชี้เวทีเจรจาปลายเดือนนี้ เดิมพันสูง แนะไทยดูแลชาวโรฮีนจา
อดีตเลขาธิการอาเซียน ชี้เวทีเจรจาปลายเดือนนี้ เดิมพันสูง แนะไทยดูแลชาวโรฮีนจา
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน ระบุว่า ประเทศไทยควรเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสจากปัญหาผู้อพยพชาวโรฮีนจา โดยใช้สถานการณ์นี้พิสูจน์ตนเองและลบล้างข้อกล่าวหาจากประชาคมโลกว่าด้วยเรื่องการค้ามนุษย์รวมถึงชิงการนำในภูมิภาค
“นี่คือการเดินหมากทางการทูตที่มีเดิมพันสูงยิ่งในการประชุมวันที่ 29 พ.ค. ประเทศไทยจะต้องไม่เพลี่ยงพล้ำ ขณะที่สมาชิกอาเซียนได้รวมตัวกันเป็นประชาคมที่เกื้อกูลต่อกัน ไทยในฐานะเจ้าของความคิดเรื่องอาเซียน ก็ชอบที่จะรับบทบาทนำให้ชาวโลกตระหนักว่า ไม่ละเลยปัญหาท้าทายด้านมนุษยธรรม” นายสุรินทร์ กล่าว
อดีตเลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า การที่เลขาธิการสหประชาชาติได้โทรศัพท์สายตรงถึงผู้นำไทย และสนับสนุนรัฐบาลไทยให้ร่วมหารือกับประเทศที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี รวมถึงการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐได้ต่อสายมายัง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ไม่เคยเจรจาด้วยนับแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ารับหน้าที่ แสดงให้เห็นว่าวิกฤตคนอพยพชาวโรฮีนจาอาจเป็นกุญแจเปิดประตูทางการทูตให้กับประเทศไทย
นายสุรินทร์ กล่าวว่า ความจริงประเทศไทยไม่มีอะไรจะเสียจากยุทธศาสตร์การนำภูมิภาคในการแก้ไขปัญหานี้ แต่กลับจะได้ประโยชน์ หากการเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสครั้งนี้ประสบความสำเร็จ เดินแต้มอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ประเทศไทยต้องโน้มน้าวให้ตัวละครทั้งหมดหันหน้าเข้าหากันและเห็นความเร่งด่วนภายใต้การนำของประเทศไทย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยืนยันว่าจะไม่มีการสร้างศูนย์อพยพพักพิงให้ชาวโรฮีนจา จะมีเพียงศูนย์ควบคุมของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเท่านั้น ดังนั้น คนไทยอย่าเป็นห่วง ขณะเดียวกันเราต้องทำตามหลักมนุษยธรรมด้วย และประเทศในอาเซียนจะต้องไม่ทะเลาะกัน
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้มีชาวโรฮีนจาที่อยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจำนวน 318 คน โดยจะเร่งพิสูจน์สัญชาติชาวโรฮีนจาที่อยู่ในการควบคุมทั้งหมด







