
มทภ.2แฉภูหลวง-ภูสระดอกบัวถูกบุกรุกกว่าหมื่นไร่
สั่งการตรวจสอบเร่งด่วนเชื่อเป็นสาเหตุหลักทำให้เกิดภัยแล้งในพื้นที่ภาคอีสาน
สั่งการตรวจสอบเร่งด่วนเชื่อเป็นสาเหตุหลักทำให้เกิดภัยแล้งในพื้นที่ภาคอีสาน
พล.ท.วิร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ปัญหาสำคัญที่ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องประสบกับสภาวะภัยแล้งอย่างหนักเกิดจากปัญหาการบุกรุกทำลายป่า ซึ่งล่าสุดจากการตรวจสอบของทางกองทัพภาคที่ 2 พบว่ามีพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติหลายจังหวัด โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติภูหลวง อ.ภูหลวง จ.เลย และอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ในพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด คือ มุกดาหาร , อำนาจเจริญ และยโสธร พบว่ามีพื้นที่ป่าถูกบุกรุกมากกว่า 10,000 ไร่ ซึ่งกองทัพภาคที่ 2 ในฐานะกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนแล้ว
พล.ท.วีร์วลิต กล่าวอีกว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ป่าไม้ในพื้นที่ถูกบุกรุกทำลายจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ประชาชนในพื้นที่ขายที่ดินของตนเองให้กับนักลงทุนที่เข้ามาซื้อครอง เมื่อไม่มีที่ดินทำกินก็บุกรุกแผ้วถางป่าเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิด อีกสาเหตุมาจากการถูกกลุ่มมอดไม้ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งในส่วนนี้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบต้องเข้ามากวดขัดดูแลอย่างเข้มงวดและจริงจังมากกว่านี้
ทั้งนี้ในส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ทางกองทัพภาคที่ 2 เตรียมที่จะดำเนินการ คือขณะนี้ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้เตรียมที่จะประสานไปยังจังหวัดทุกจังหวัดที่มีพื้นที่อุทยานแห่งชาติอยู่ในพื้นที่ รวมถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานเร่งหาสกัดกั้น หาทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายป่าอย่างเร่งด่วนแล้ว
พล.ท.วีร์วลิต กล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 19 จังหวัด ว่า จากรายงานที่ได้รับขณะนี้ใน 19 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่ประสบภัยแล้งรวมทั้งสิ้น 11 จังหวัด 114 อำเภอ ส่วนใหญ่จะเป็นการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและใช้ในการอุปโภค - บริโภค ซึ่งเบื้องต้นทางกองทับภาคที่ 2 ได้สั่งการให้ทาง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในของแต่ละจังหวัดร่วมกับทางมณฑลทหารบกและจังหวัดทหารบกในพื้นที่ จัดตั้งศูนย์บรรเทาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งนำรถบรรทุกน้ำออกแจกจ่ายน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ขาดแคลน
โดยเฉพาะในเรื่องของน้ำในการอุปโภคและบริโภคอย่างเร่งด่วน ซึ่งล่าสุดทางศูนย์บรรเทาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งทั้ง 11 จังหวัดที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ง เฉพาะในส่วนของเดือนมิถุนายน 2553 ได้ออกแจกจ่ายน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคแล้วมากกว่า 4 ล้านลิตร ทั้งที่ความจริงแล้วหากเทียบกับช่วงเดียวกันของทุกปีทางศูนย์ฯจะแทบไม่มีการแจกจ่ายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งในเดือนมิถุนายนเลยเพราะในช่วงนี้เป็นช่วงเข้าสู่ฤดูฝน ทั้งนี้เนื่องจากปีนี้เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงและฤดูแล้งยาวนานกว่าปกติ ส่วนจังหวัดที่น่าเป็นห่วงที่จะต้องเผชิญกับปัญหาภัยแล้งและขาดแคลนน้ำเนื่องจากอ่างเก็บน้ำสำคัญในพื้นที่ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง มีอยู่ 4 จังหวัดหลักๆ ประกอบด้วย จังหวัดเลย และอุดรธานี ซึ่งมีอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง , จังหวัดสกลนคร ที่มีอ่างเก็บน้ำน้ำอูน เป็นแหล่งน้ำสำคัญ และจังหวัดนครราชสีมา ที่มีอ่างเก็บน้ำลำตะคองเป็นอ่างเก็บน้ำสำคัญ ทั้งหมดมีปริมาณน้ำที่อยู่ในเกณฑ์ต่ำเฉลี่ยรวมกันต่ำกว่า 40 %







