
ลุ้นจีดีพีต่ำ3%
สภาพัฒน์แถลงตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกวันนี้ เอกชนคาดโตไม่ถึง 3% ทุกกิจกรรมแผ่ว
สภาพัฒน์แถลงตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกวันนี้ เอกชนคาดโตไม่ถึง 3% ทุกกิจกรรมแผ่ว
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะแถลงตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไตรมาสแรกปี 2558 ในวันที่ 18 พ.ค.นี้ ซึ่ง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม และเลขาธิการ สศช. ได้รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในช่วงกลางเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา มั่นใจว่าเศรษฐกิจไตรมาสแรกนี้จะขยายตัวได้ 3% และยังคงประมาณการทั้งปีที่ 3.4-4.5% สอดคล้องกับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ซึ่งมั่นใจว่าเศรษฐกิจไตรมาสแรกจะขยายได้ 3%
ขณะที่นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส คาดเศรษฐกิจในไตรมาสแรก อาจจะโตเพียง 1.6% เมื่อเปรียบเทียบกับในไตรมาสแรกปีที่ผ่านมา และเพิ่งปรับลดประมาณการเศรษฐกิจในปีนี้ลงจาก 3.5% เป็น 2.5%
ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจธนาคารทหารไทย คาดไตรมาสแรกเศรษฐกิจจะขยายตัวเพียง 2.8% เพราะแรงส่งแผ่วลงจากไตรมาสก่อน และสภาพัฒน์จะมีการปรับเปลี่ยนวิธีการเก็บรวบรวมและประเมินตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) รูปแบบใหม่ในวันที่ 18 พ.ค.นี้ รอติดตามว่าจะส่งผลต่อองค์ประกอบจีดีพีในแต่ละส่วนมากน้อยเพียงใด
“ตัวเลขเศรษฐกิจยังคงไร้ทิศทาง จนเสมือนว่ากิจกรรมต่างๆ ยังคงนิ่งสนิท ส่งออกไตรมาสแรกหดตัว 4.4% มีเพียงภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวอย่างเด่นชัดที่สุด” ทีเอ็มบี ระบุ
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งให้กรมสรรพากรเข้มงวดการเก็บภาษีนิติบุคคลรอบครึ่งปี ซึ่งจะเริ่มมีการจ่ายกันเดือน ส.ค. 2558 นี้เป็นต้นไป เพื่อให้การจัดเก็บภาษีของกรมเพิ่มขึ้น หลังจากต่ำกว่าเป้าหลายหมื่นล้านบาท ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา
สำหรับมาตรการเก็บภาษีนิติบุคคล ขณะนี้ได้รับทราบว่ากรมสรรพากรได้เรียกผู้ประกอบการมาทำความเข้าใจว่า ไม่ให้มีการประเมินกำไรครึ่งปีต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อทำให้เสียภาษีน้อย โดยกรมมีการเปรียบเทียบรายได้ของผู้ประกอบการที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันว่าควรมีทิศทางเดียวกัน เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ มีผู้ประกอบการรายหนึ่งเสียภาษีรอบครึ่งปีมาก แต่อีกบริษัทหนึ่งเสียภาษีลดลง ก็เป็นเรื่องที่จะต้องถูกตรวจสอบทบทวนการเสียภาษีใหม่
“ที่ผ่านมากรมสรรพากรทำการตรวจสอบการเสียภาษีก่อนเสียจริงเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งกระทรวงการคลังให้ความสำคัญเรื่องนี้ และได้สั่งให้อธิบดีกรมสรรพากรรับทราบแล้ว” นายรังสรรค์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังให้กรมสรรพากรตรวจสอบการเสียภาษีของแต่ละพื้นที่ด้วย โดยเฉพาะพื้นที่ภาษีที่อยู่ติดหรือใกล้เคียงกัน ก็ควรเก็บภาษีไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ควรแตกต่างกันมาก การที่เขตหนึ่งเก็บภาษีได้มาก แต่พื้นที่ติดกันเก็บได้น้อย ก็ต้องตรวจว่ามีความผิดปกติมาจากสาเหตุอะไร
ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้กรมสรรพากรได้ยกเลิกการผ่อนผันแจ้งยอดภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากรายได้ของดอกเบี้ยผู้ฝากเงินกับธนาคารทุกแห่ง จากเดิมที่ให้ธนาคารยื่นแต่ยอดรวมเท่านั้น ธนาคารจะต้องส่งข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่ายของดอกเบี้ยรับแยกเป็นรายให้ครบทุกรายเพื่อตรวจสอบว่าผู้ฝากเงินเสียภาษีหรือการขอคืนภาษีถูกต้องหรือไม่ นอกจากนี้ ยังใช้เป็นฐานข้อมูลในการติดตามการเสียภาษีให้ครบด้วย
สำหรับการปราบปรามทุจริต และอุดช่องโหว่ของภาษี รมว.คลังให้ความสำคัญมาก ซึ่งการสอบสวนผู้บริหารกรมสรรพากร 3 คนจะสรุปในเดือนหน้า







