"บวรศักดิ์" ไม่มั่นใจปรองดองสำเร็จชี้ทุกคนยังไม่ไว้วางใจกัน
"บวรศักดิ์" ลั่นไม่มั่นใจปรองดองสำเร็จ เหตุ 2 พรรคใหญ่ยังยึดจุดยืนเดิม ชงเลิก 2 มาตรฐาน ไม่มีใครได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เสื้อแดง-นกหวีด ต้องหันหน้าคุย
"บวรศักดิ์" ลั่นไม่มั่นใจปรองดองสำเร็จ เหตุ 2 พรรคใหญ่ยังยึดจุดยืนเดิม ชงเลิก 2 มาตรฐาน ไม่มีใครได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เสื้อแดง-นกหวีด ต้องหันหน้าคุย
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้กล่าวปาฐกถาเรื่อง "อนาคตการปรองดองและสมานฉันท์สังคมไทย"ภายในพิธีรำลึกและสืบสาน 23 ปี พฤษภาประชาธรรม จัดขึ้นโดย มูลนิธิพฤษภาประชาธรรมและคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ณ สวนสันติพร อนุสรณ์สภานพฤษภาประชาธรรม ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ
นายบวรศักดิ์กล่าวว่า การปรองดองและสมานฉันท์เป็นสิ่งที่คนไทยคาดหวัง ประเทศประสบกับความขัดแย้งมาหลายยุค ฉากแรก คือความขัดแย้งของชนชั้นนำตั้งแต่สมัยอยุธยา ฉากที่ 2 ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ มีการจัดตั้งพรรคคอมมิวนิสต์และนิรโทษกรรมในที่สุด ฉากที่ 3 ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน เช่น เหตุการณ์ในเดือน พ.ค. ปี 35 และฉากที่ 4 ยุคที่ผู้นำที่มีประชาชนบางกลุ่มสนับสนุนจำนวนมาก และประชาชนที่ไม่สนับสนุน ซึ่งในฉากสุดท้ายนี้มีผู้ประเมินความเสียหาย คาดว่ามีมูลค่ากว่า 3.3 หมื่นล้านบาท ในรอบ 8 ปีที่ผ่านมา
"ความขัดแย้งในอดีตจบลงด้วยการที่ประมุขลงมาระงับความขัดแย้งและจบลงด้วยการนิรโทษกรรม แต่วิกฤตที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่าสังคมเกิดความไม่ไว้วางใจในการนิรโทษกรรม ซึ่งหากจัดให้มีการเลือกตั้งและเข้าสู่ระบบการเมือง ความขัดแย้งเหล่านี้จะยังคงอยู่"นายบวรศักดิ์กล่าว
นายบวรศักดิ์กล่าวว่า ฉะนั้นคณะกมธ.ยกร่างฯ จึงจัดให้มีคณะกรรมเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ (คปช.) เพื่อแก้ไขความขัดแย้ง คือ 1. จัดตั้งคณะกรรมการ 15 คน โดยมีตัวแทนของทุกฝ่าย 2. สร้างความปรองดองอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการนำแกนนำแต่ละฝ่ายมาตกลงกัน ที่เรียกว่า "เกี๊ยะเซียะ" 3. คปช. เป็นคนกลางประสานผู้นำในความขัดแย้ง 4. รายงานข้อเท็จจริง การละเมิดกฎหมาย และผู้เกี่ยวข้อง-ผู้กระทำ 5. คปช. มีหน้าที่เยียวยาผู้ได้รับความเสียหาย 6. เสนอ พระราชกฤษฎีกาอภัยโทษแก่บุคคลที่เกี่ยวกับการดำเนินการและผู้ได้สำนึกผิดต่อ คปช. แล้ว 7. คปช. ให้การศึกษาแก่ประชาชน สร้างเครื่องเตือนใจผลร้ายและความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก 8. ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม สร้างการยอมรับกลุ่มคนหลากหลาย
"คณะ กมธ.ยกร่างฯ ไม่มีวาระซ่อนเร้นใดๆทั้งสิ้น เพราะพระราชกฤษฎีประกาศใช้กับทุกคน ไม่ใช่เฉพาะใครคนใดคนหนึ่ง"นายบวรศักดิ์ ระบุ
นายบวรศักดิ์ กล่าวอีกว่า คณะกมธ.ยกร่างฯ ไม่ได้แก้ไขเฉพาะความขัดแย้งเฉพาะหน้า เพราะชนชั้นจะเจรากันได้วันนี้ แต่ปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างคนมั่งมี-คนไม่มี ยังอยู่ คำถามสุดท้าย คือจะสามารถแก้ไขได้สำเร็จหรือไม่ ตนตอบไม่ได้ แต่สัญญาณที่เห็น คือ ทุกคนยังปราศจากความไว้วางใจ พรรคใหญ่ 2 พรรค ยังมีจุดยืนเดิม พูดภาษาเดิมเหมือน 8 ปี ที่ผ่านมา ไม่สร้างความหวังเท่าไหร่
ดังนั้นการสร้างความหวังที่ถูกต้อง คือ 1. คนที่เป็นผู้นำความขัดแย้ง จะต้องนำทุกคนเข้ามาและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม 2. ประชาชนที่เป็นเสียงเงียบต้องแสดงเจตจำนงให้ชัด ไม่ยอมรับความขัดแย้งที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและมิจฉาวาจา เพราะฉะนั้นความเงียบของคนไทยจะเป็นอุปสรรสำคัญอีกประการ 3. สื่อมวลชนยุติการเลือกข้าง วันนี้สื่อสารมวลชนหลายแห่งหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์อยู่ในความขัดแย้ง ไม่ได้รายงานสาร แต่เป็นการรายงานความขัดแย้ง โดยการให้ข้อมูลข้างเดียว 4. สร้างความยุติธรรมในสังคม หากยังมี 2 มาตรฐาน การยอมรับด้วยสันติวิธีจะยังไม่เกิดขึ้น ความสร้างยุติธรรม คือ ไม่มีพรรคหนึ่ง-พรรคสองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เสื้อแดง-นกหวีด มีถูกบางส่วน ไม่ถูกบางส่วน นี่คือเงื่อนไขความสำเร็จความปรองดอง หวังว่าจะเป็นก้าวแรกในการปรองดองสมานฉันท์ ไม่ใช่แค่วาจาและอยู่ที่เดิม







