posttoday
ยธ.เผยประชาชนกว่าร้อยละ60 ไม่เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม

ยธ.เผยประชาชนกว่าร้อยละ60 ไม่เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม

15 พฤษภาคม 2558

กระทรวงยุติธรรม เผย ข้อมูลประชาชนกว่าร้อยละ60 ไม่เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม

กระทรวงยุติธรรม เผย ข้อมูลประชาชนกว่าร้อยละ60 ไม่เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยคุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และพ.ต.ต.ชวนัสถ์ เจนการ รองโฆษกสำนักงานกิจการยุติธรรม ร่วมกันแถลงข่าวประเด็นสถานการณ์อาชญากรรมในกระบวนการยุติธรรม  และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กับการส่งเสริมการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์

นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า จากการสำรวจ วิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรม และกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย สะท้อนให้เห็นปัญหาต่างๆที่กระบวนการยุติธรรมจะต้องเร่งแก้ไขปัญหา คือ 1.ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ไม่ได้รับการบริการจากกระบวนการยุติธรรม พบมีผู้ประสบเหตุกว่าร้อยละ 66.6 ไม่ได้แจ้งความต่อตำรวจ ทำให้คดีไม่เข้าสู่และไม่ได้รับการบริการจากกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ ยังพบประชาชนมีโอกาสเป็นเหยื่ออาชญากรรมสูงถึงร้อยละ 6.9

นายชาญเชาวน์ ยังกล่าวต่อว่า 2.คดีกระบวนการยุติธรรมส่วนใหญ่ร้อยละ 80 รัฐเป็นผู้เสียหาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดียาเสพติด 3.ปัญหาปริมาณคดีที่เพิ่มสูงขึ้นและความแออัดของผู้ต้องขัง และ 4.ปัญหาการกระทำผิดซ้ำหลังถูกปล่อยตัว โดยพบว่า นักโทษจากเรือนจำมีอัตรากรกระทำผิดซ้ำในระยะเวลา 3 ปี ถึงร้อยละ 35.8 ซึ่งเด็กและเยาวชนจากศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนมีโอกาสกระทำผิดสูงถึงร้อยละ 41.5 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้กระทำผิดในคดียาเสพติด

นายชาญเชาวน์ กล่าวต่อว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว กระทรวงยุติธรรมจึงมีโครงการยุติธรรมชุมชนนำร่องต้นแบบ 12 จังหวัด เพื่อผลักดันการให้บริการให้ความรู้และการช่วยเหลือกับประชาชนลงไปสู่ระดับชุมชน เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน และลดภาระคดีที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแบบทางการโดยไม่จำเป็น อีกทั้ง ยังเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันอาชญากรรม โดยผลักดันโครงการสถานีตำรวจล้ำสมัย เพื่อขยายจุดให้บริการประชาชน โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วย ซึ่งคาดว่า 1-2 เดือนนี้ จะเห็นเป็นรูปเป็นร่างได้ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารคดี โดยผลักดัน พ.ร.บ.มาตรการแทนการฟ้องคดีอาญา ซึ่งจะเป็นการให้อำนาจพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการสามารถไกล่เกลี่ยคู่ความได้ นอกจากนี้ ยังเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ ในประเด็นการจัดประเภทเรือนจำให้เหมาะสมกับผู้กระทำความผิดแต่ละประเภท

ด้าน พ.ต.ต.ชวนัสถ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา คดีที่มีการฟ้องร้องเป็นจำนวนมาก และติดอันดับคดีที่เข้าสู่กระบวนการของศาลมากที่สุด หนึ่งในจำนวนนั้น คือ ความผิดตามกฎหมายทหาร เช่น คดีการหนีการเกณฑ์ทหาร โดยเฉลี่ยปีละ 10,000 ราย ซึ่งตามกฎหมายแล้วเจ้าหน้าที่พัสดีจะต้องไปแจ้งความดำเนินคดี เพื่อออกหมายจับและนำตัวมาเข้าสู่กระบวนการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีอยู่ที่ศาลแขวง  เมื่อนำตัวมาศาลก็จะสั่งให้รอลงอาญา เนื่องจากโทษไม่เกิน3 ปี  ทั้งนี้ มองว่าควรใช้มาตรการทางปกครองมากกว่า โดยการปรับเปลี่ยนด้วยการรณรงค์เชิญชวนให้มาเกณฑ์ทหาร ไม่ควรนำมาทางการทางอาญา มากเกินไป  เนื่องจากมีคดีเข้าสู่ระบบกระบวนการดยไม่จำเป็น ทังนี้กลุ่มคนส่วนใหญ่ที่ถูกดำเนินคดีจะเป็นช่วงคนวัยทำงานและเรียนหนังสือ สำหรับชาวบ้านธรรมดาจะเดินทางไปเกณฑ์ทหารมากกกว่าคนวัยทำงาน 

ด้าน คุณหญิง พรทิพย์ กล่าวถึงกรณีเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการส่งเสริมการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้รับฟังความเห็นของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไปประกอบพิจารณา เพื่อให้ดำเนินการต่อไปได้ ประกอบกับคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสนับสนุนการปฏิบัติงานติดตามคนหายแลัพิสูจน์ศพนิรนามพ.ศ. ... ที่กระทรวงยุติธรรมเสนอแก้ไขเพิ่มเติม จากร่างที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วและได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 29 เม.ย.2558 ว่า ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการส่งเสริมการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์พ.ศ. ...จะส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงบริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการยุติธรรมในการตรวจพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างมีระบบและมาตรฐาน รวมไปถึงการส่งเสริมและพัฒนาการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์กับภาคเอกชนให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น  

ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาตร์ กล่าวอีกว่า ร่างพ.ร.บ. ดังกล่าว มีภารกิจหลัก 4 ด้าน คือ 1.ในการลดความเลื่อมล้ำ เช่นการตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์สัญชาติ การพิสูจน์ศพนิรนาม การรับเรื่องราวร้องทุกข์ การจัดการระบบฐานข้อมูลดีเอ็นเอ 2.สนับสนุนการร้องขอจากหน่วยงานอื่น เช่นพนักงานสอบสวนกอ.รมน. ปปส. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) 3.สนับสนุนการตรวจในภาคเอกชน และ 4.พัฒนาระบบมาตรฐานของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และเอกชนให้เทียบเท่าสากล

พญ.คุญหญิงพรทิพย์ กล่าวต่อว่า  สำหรับสาระสำคัญของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสนับสนุนการปฏิบัติงานติดตามคนหายและพิสูจน์ศพนิรนาม พ.ศ.2558 ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการพัฒนาระบบการติดตามคนหายและการพิสูจน์ศพนิรนาม (ค.พ.ศ.) โดยมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นรองประธานกรรมการ ทั้งนี้ ค.พ.ศ. จะสนับสนุนและส่งเสริมภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการติดตามคนหายและการพิสูจน์ศพนิรนาม

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน