
"บิ๊กจิ๋ว"เชื่อรธน.ถูกฉีกอีกแน่
"บิ๊กจิ๋ว"เปิดบ้านให้อวยพร 83ปี ฟันธงมีฉีกรธน.แน่นอน แจงพบชาวนาเพื่อรับฟังปัญหา แนะนายกฯแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือความต่างในสังคม
"บิ๊กจิ๋ว"เปิดบ้านให้อวยพร 83ปี ฟันธงมีฉีกรธน.แน่นอน แจงพบชาวนาเพื่อรับฟังปัญหา แนะนายกฯแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือความต่างในสังคม
ที่บ้านพักซอยปิ่นประภาคม พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย เปิดบ้านพักให้บุคลใกล้ทั้งข้าราชการ นักการเมือง นักธุรกิจ ประชาชน เข้าอวยพรเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ครบรอบ 83 ปี
โดยมีเลี้ยงพระทำบุญตักบาตร ขณะที่ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีบุคคลในแวดวงต่างๆทยอยเดินทางเข้าอวยพรต่อเนื่อง อาทิ นพ.เหวง โตจิราการ นายวีระกานต์ มุสิกพงษ์ แกนนำ นปช. นายพิทยา พุกกะมาน กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย นายวัน มูหะหมัด นอร์มะทา สมาชิกพรรคเพื่อไทย พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรมว.ศึกษาธิการแกนนำพรรคเพื่อไทย นายเสนาะ เทียนทอง สมาชิกพรรคเพื่อไทย รวมทั้งอดีตสส.พรรคเพื่อไทย ร่วมอวยพรวันเกิดหลังเข้าอวยพรวันเกิดนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อาทิ นางยงยุทธ วิชัยดิษฐ เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานได้มีการมอบเหรียญหลวงพ่อเกษม เขมโก รุ่นชนะศึกชายแดน และหนังสือบันทึกสัมภาษณ์พิเศษ พล.อ.ชวลิต ในรายการพีชทีวี สเปเชี่ยล เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 58 ให้กับผู้ที่มาร่วมงาน
โดยพล.อ.ชวลิต ระบุว่า วันเกิดปีนี้ อยากให้เกียรติประวัติของชาติที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีตของไทยที่เคยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค และเราเคยไปช่วยรอบบ้านเอาไว้ แต่วันนี้กลับกลายเป็นรัฐล้มเหลวทำให้รู้สึกเจ็บปวด การจะกลับมาเหมือนเดิมง่ายนิดเดียว หันหน้าเข้ามาหากัน และเปิดใจก็เท่านั้นเอง
ด้านคุณหญิง พันเครือ ยงใจยุทธ ภริยาพล.อ.ชวลิต กล่าวว่าอย่ามองเรื่องที่ พล.อ.ชวลิต ไปพบชาวนานั้นเป็นเรื่องการเมืองเลย ดเพราะ พล.อ.ชวลิต มีเจตนาที่ดีอยากช่วยเหลือชาวนาให้มีสถานภาพที่ดีขึ้น อย่าไปหาว่าปฎิวัติเลย
จากนั้น พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า วันเกิดปีนี้อยากเห็นประเทศสงบสุข เป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่เหมือนในอดีตที่เป็นศูนย์กลางทางการค้า พร้อมขอให้คนไทยหันหน้าเข้าหากัน ส่วนการลงพื้นที่พบปะชาวนาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้น เป็นเพียงการลงไปรับฟังปัญหาความเดือดร้อนและแนะแนวทางให้แก้ปัญหา ไม่มีนัยยะทางการเมืองหรือต้องการทำลายภาพลักษณ์ของรัฐบาล และที่ผ่านมาได้เดินทางไปหลายจังหวัดทั้งภาคเหนือ ภาคอีสานและภาคใต้ แต่ไม่มีใครให้ความสนใจ ทั้งนี้ไม่มีรู้เสียใจที่ผู้ใหญ่ในรัฐบาลออกมาต่อว่าว่าไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ เพราะตระหนักดีว่าภาระของรัฐบาลมีมาก บางครั้งอาจให้ความดูแลช่วยเหลือเกษตรกรไม่ทั่วถึง ดังนั้นตนเองจึงขอช่วยเหลือในส่วนนี้
เมื่อถามว่ารัฐบาลและคสช.จับตาการเคลื่อนไหวโดยเฉพาะการพบชาวนาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พล.อ.ชวลิต กล่าวย้ำว่า การลงพื้นที่เป็นเพียงการลงไปรับฟังปัญหาความเดือดร้อนและแนะแนวทางให้แก้ปัญหาเท่านั้น
พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า รัฐบาลจะแก้ปัญหาบ้านเมืองถูกทางหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลเห็นปัญหาหลักของชาติคืออะไร หากรู้ก็จะสามารถแก้ได้ตรงจุด ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าวันนี้ทุกกคนมองว่าปัญหาคือต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกภาคส่วนจึงมุ่งไปที่จุดนั้น ในขณะที่ปัญหาปากท้องประชาชน กลับได้รับความสนใจน้อยกว่าทั้งที่มีความสำคัญ อย่างไรก็ตามส่วนตัวไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญและการทำประชามติ เพราะเชื่อว่าจะมีการฉีกรัฐธรรมนูญเหมือนทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนรัฐบาล
" ก่อนหน้านี้ผมเสนอทำรัฐธรรมนูญ 2ฉบับคือฉบับที่20และ21หากไม่พอใจฉบับที่20 ก็นำฉบับที่21 มาใช้โดยไม่ต้องฉีกอีก แต่เสนอไปแล้วถูกด่ากลับมา ส่วนเรื่องการทำประชามตินั้น ผมท้าพนันได้เลยว่าต้องมีการฉีกอีกแน่นอน ที่ผ่านมาเป็นมันวงจร มีการยกร่าง จัดการเลือกตั้ง แล้วเมื่อขัดแย้งทหารเข้ามาและฉีกรัฐธรรมนูญ จากนั้นยกร่างใหม่ เป็นมาอย่างนี้ตลอด แต่ทั้งนี้ต้องให้เกียรติรัฐบาลและให้เครดิตบ้างว่าเขาจะทำได้หรือไม่ เป็นเรื่องธรรมดาที่อาจที่พลาดบ้าง แต่เป็นหน้าที่ของเราที่จะสะท้อนให้เขาทราบว่าประชาชนคิดเห็นอย่างไรบ้าง"พล.อ.ชวลิต กล่าว
พล.อ.ชวลิต กล่าวให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการทำงานเพื่อแก้ปัญหาประเทศและขอให้ทุกคนเห็นใจโดยเฉพาะการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับการบริหารประเทศในภาวะเช่นนี้ในฐานะรัฐบาลเฉพาะกาลเพื่อลดความขัดแย้งและสร้างความปรองดอง ทั้งนี้ไม่มีอะไรต้องชี้แนะนายกรัฐมนตรี เพราะใจถึงใจส่งถึงกันอยู่แล้ว
เมื่อถามว่ามองว่ารัฐธรรมนูญนี้เกิดจากบุคคลเฉพาะกลุ่มที่ต้องการเข้ามาแสวงหาอำนาจหรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ไม่ได้พูดอย่างนั้น เดี๋ยวจะถูกเชิญตัว อย่างที่บอกว่ารัฐธรรมนูญเกิดขึ้นเพราะความขัดแย้ง ดังนั้นต้องช่วยกันแก้ไขจุดนี้ ที่กังวลกันว่าเมื่อรัฐธรรมนูญยังมีความขัดแย้งกัน จะทำให้เกิดความปรองดองได้หรือไม่ ต้องบอกว่าความปรองดองไม่ได้เกิดที่รัฐธรรมนูญ แต่เกิดขึ้นเพราะความแตกต่างในสังคมจึงต้องแก้ตรงนี้
เมื่อถามว่าแผนปรองดองที่รัฐบาลดำเนินการจะสำเร็จหรือไม่นั้น พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ยังไม่ทราบในสาระสำคัญ แต่เห็นว่าการปรองดองจะต้องทำก่อนการพัฒนา คือปรองดองก่อนการปฏิรูปตามที่คสช.กำหนดไว้ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าในเมื่อยังมีการปฏิบัติสองมาตรฐานขณะนี้ จะทำให้เกิดการปรองดองได้อย่างไรนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องของรัฐบาลเป็นหลักที่พูดถึงสื่อ อาจหมายความว่าขอความร่วมมือจากสื่อให้ช่วย เพราะเห็นว่ามีความเป็นอิสรเสรี ซึ่งไม่ต้องการเห็นการปรองดองแบ่งระดับ แบ่งพวก แบ่งฝ่าย
เมื่อถามว่ามองรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเปิดทางให้มีการตั้งพรรคทหารเกิดขึ้นหรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ที่ผ่านมาทหารไม่เคยมีพรรคของตัวเองได้ เพราะฉะนั้นอย่าไปห่วงในเรื่องนี้ ส่วนที่ถามว่าคสช.มีแนวโน้มไปสนับสนุนพรรคการเมืองให้ลงเลือกตั้งหรือไม่นั้น ส่วนตัวไม่ทราบ แต่เขาคงต้องแสดงความเป็นธรรม มิเช่นนั้นจะเข้ามาแก้ปัญหาได้อย่างไร
พล.อ.ชวลิต กล่าวถึงโอกาสในการเป็นแกนนำพรรคการเมืองและนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ว่าหากถามถึงความพร้อม ส่วนตัวก็พร้อมแต่วันนี้ไม่ว่าจะอยู่สถานะใดก็สามารถแก้ไขปัญหาให้กับบ้านเมืองได้โดยขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกของตัวมันเอง
ทุกคนสามารถแก้ไขได้ โดยไม่ต้องอยู่ในฐานะอะไรเลย ถ้าถามว่าพร้อมหรือไม่ ส่วนตัวเชื่อว่าทุกคนพร้อมหมด แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นนายกฯ เพราะอยู่ที่ไหนก็ทำงานให้บ้านเมืองได้ ตอนนี้ควรปล่อยให้กลไกต่างๆเดินต่อไปได้ และคอยช่วยเหลืออยู่ตรงกลางดีกว่าเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์กองกำลังที่สาม เข้ามาคั่นกลางความขัดแย้งในอนาคต โดยใช้เวลาระหว่างนี้แนะนำแนวทางให้กับคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ถือว่าพอแล้ว







