
กางสถิติเลือกตั้งกทม.เขต 6
‘เพื่อไทย’ ข่ม ‘ปชป.’ โดยไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
‘เพื่อไทย’ ข่ม ‘ปชป.’ โดยไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
คงไม่ต้องบอกว่าการเลือกตั้งซ่อมกทม.เขต 6 กทม.มีความหมายขนาดไหน เพราะด้านพรรคเพื่อไทยจะได้เป็นโอกาสสำหรับการทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมและถ้าเกิดชนะขึ้นมาก็เท่ากับว่าเป็นการเรียกขวัญและกำลังใจให้กับพลพรรคคนเสื้อแดงได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ งานนี้ท่องคาถาคำเดียวว่า “แพ้ไม่ได้เด็ดขาด” เนื่องจากถือว่าตอนนี้ตัวเองกุมความได้เปรียบไว้อย่างเต็มที่ทั้งอำนาจรัฐและงบประมาณ เรียกได้ว่าเสบียงกรังสำหรับการทำศึกครั้งนี้เต็มพิกัด
อย่างไรก็ตาม หากดูประวัติศาสตร์พื้นที่เลือกตั้งกทม.เขตนี้แล้วไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่ประชาธิปัตย์จะเข้ามาปักธงได้ง่ายๆอย่างที่คาดการณ์เอาไว้เพราะล้วนแล้วเคยเป็นพื้นที่คุ้นเคยของพรรคเพื่อไทยตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทยมาแล้วทั้งสิ้น ซึ่งพื้นที่เขต 6 ประกอบด้วย เขตคลองสามวา หนองจอก คันนายาวและบึงกุ่ม
โดยย้อนกลับไปเมื่อครั้งการเลือกตั้งส.ส.ปี2544 อันเป็นครั้งแรกที่พรรคไทยรักไทยส่งผู้สมัครลงสู่สนามเป็นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งเวลานั้นยังใช้ระบบการเลือกตั้งแบบ ‘เขตเดียวคนเดียว’ ปรากฏว่าพรรคไทยรักไทยมีชัยเหนือพรรคประชาธิปัตย์แบบราบคาบแทบทั้งสิ้น ดังนี้
เขตบึงกุ่ม ตอนนั้นอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 20 ผลปรากฏว่า นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ จากพรรคไทยรักไทยได้รับคะแนนถึง 30,330 คะแนน มากกว่านายทิวา เงินยวง ของประชาธิปัตย์ที่ได้เพียง 24,891 คะแนน ต่อด้วยเขตคันนายาว อยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 21ร่วมกับเขตสะพานสูง นายศราวุฒิ ศรีสกุน ผู้สมัครของประชาธิปัตย์มีเพียง 17,614 คะแนน แพ้หมดท่าให้กับ นายธวัชชัย สัจจกุล จากไทยรักไทยที่ได้คะแนนถึง 32,518 คะแนน
เขตหนองจอก อยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 25 ร่วมกับเขตลาดกระบัง นายมงคล กิมสูนจันทร์ ของไทยรักไทยได้ 39,656 คะแนน ยัดเยียดความปราชัยให้กับนายวสันต์ กระโจมทอง ของประชาธิปัตย์ที่มีเพียง 24,352 คะแนนเท่านั้น ส่วนเขตคลองสามวาเวลานั้นอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 26 ร่วมกับเขตมีนบุรี ผลปรากฏว่านายวิชาญ มีนชัยนันท์ จากพรรคไทยรักไทยได้ไปถึง 43,274 คะแนนมากกว่านายสมัย เจริญช่าง ของประชาธิปัตย์ 33,083 คะแนน
ต่อมา การเลือกตั้งส.ส.ในปี 2548 ปรากฏว่ายังคงเป็นไทยรักไทยที่กวาดเรียบในทุกที่นั่งเหมือนเดิม ได้แก่ เขตเลือกตั้งที่ 20 นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ พรรคไทยรักไทย ได้ 40,139 คะแนน ชนะ นายทิวา เงินยวง ของประชาธิปัตย์ที่ได้เพียง 29,458 คะแนน เขตเลือกตั้งที่ 21 นายเอกพจน์ วงศ์อารยะ พรรคไทยรักไทย ได้48,043 คะแนน ชนะ นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ จากประชาธิปัตย์ที่ได้เพียง 35,633 คะแนน
เขตเลือกตั้งที่ 25 นายมงคล กิมสูนจันทร์ พรรคไทยรักไทย ได้78,296 คะแนน ชนะ นายอนันต์ ฤกษ์ดี ของประชาธิปัตย์ที่ได้เพียง 35,906 คะแนน และ เขตเลือกตั้งที่ 26 นายวิชาญ มีนชัยนันท์ พรรคไทยรักไทย 73,744 คะแนน ชนะ นายประพันธ์ ปุษยไพบูลย์ ของประชาธิปัตย์ที่ได้เพียง 43,034 คะแนน
ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์เพิ่งจะมาได้รับชัยชนะในพื้นที่เลือกตั้งดังกล่าวเมื่อมีการเปลี่ยนระบบเลือกตั้งมาเป็นเขตใหญ่เรียงเบอร์ตามรัฐธรรมนูญ2550 ซึ่งมีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ด้วยการเอาเขตคลองสามวา หนองจอก คันนายาวและบึงกุ่ม มารวมกันเป็นเขตเลือกตั้งที่6 มีส.ส.ได้ 3 คน ซึ่งผลปรากฏว่าประชาธิปัตย์ได้มา 2 คน คือ นายสมัย เจริญช่าง มี108,944 คะแนน และ นายทิวา เงินยวง มี 107,058 คะแนนส่วนอีก 1 คนเป็นของ นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ของพรรคพลังประชาชนในเวลานั้น มี 102,126 คะแนน
ไม่เพียงเท่านี้ เมื่อลงลึกเข้าไปที่คะแนนของผู้สมัครอีก 3 คนของทั้งสองพรรคที่ไม่ได้รับเลือกตั้งก็จะเห็นได้ว่ามีคะแนนไล่บี้กันเลยทีเดียว โดยเรียงลำดับดังนี้ นายเกรียงยศ สุดลาภา ประชาธิปัตย์ 98,604 คะแนน นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ พลังประชาชน 98,561 คะแนน และ นางนลินี ทวีสิน พรรคประชาชน 93,305 คะแนน
เพราะฉะนั้น จะเห็นได้ว่าเมื่อดูจากสถิติในอดีตที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่พรรคประชาธิปัตย์จะชนะพรรคเพื่อไทยได้อย่างง่ายดาย เพราะส่วนใหญ่ฐานทางการเมืองที่มีมิตรรักแฟนเพลงอยู่ในระดับหนึ่งพอสมควร จึงเป็นการบ้านโจทย์ที่สำคัญของประชาธิปัตย์หากจะพา พนิช วิกิตเศรษฐ์ มีชัยเหนือ ก่อแก้ว พิกุลทอง ของพรรคเพื่อไทย.







