
ออกหมายจับอีก 11 คนค้าโรฮีนจา-นายกเทศมนตรีปาดังฯมอบตัวสู้คดี
"ผบ.ตร."นั่งหัวโต๊ะประชุมปราบค้ามนุษย์ ด้าน"เอก" เผยศาลออกหมายจับอีก11คนคดีโรฮีนจา ขณะที่นายกเทศมนตรีปาดังฯมอบตัวสู้คดี
"ผบ.ตร."นั่งหัวโต๊ะประชุมปราบค้ามนุษย์ ด้าน"เอก" เผยศาลออกหมายจับอีก11คนคดีโรฮีนจา ขณะที่นายกเทศมนตรีปาดังฯมอบตัวสู้คดี
วันที่ 8 พ.ค. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจ้งแผนการปฏิบัติแบบบูรณาการตามยุทธศาสตร์ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างถูกต้อง พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ซึ่งตำรวจทุกนายจะต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง สนับสนุน หรือเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่งหากพบพยานหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องทางใดทางหนึ่งจะถูกลงโทษตามวินัยอาญาร้ายแรงอย่างเด็ดขาด โดยเบื้องต้นจะมีคำสั่งให้ย้ายมาช่วยราชการก่อนและหากการสอบสวนพบว่ามีการกระทำผิดจริงก็จะให้ออกจากราชการทันทีและถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอาญา เนื่องจากปัญหาการค้ามนุษย์ถือเป็นปัญหาระดับประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก
ส่วนความคืบหน้าคดีพบศพชาวโรฮีนจา พื้นที่ปาดังเบซาร์ จ.สงขลานั้น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวบุคคลสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องอันดับ 1 ได้แล้ว ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีปาดังเบซาร์ โดยได้เข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่เมื่อวานนี้ และสามารถจับกุมตัวนายสุพจน์ หมื่นซิ่ว ผู้ลงมือยิงชาวโรฮีนจาได้แล้ว ซึ่งอยู่ในการสืบสวนสอบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนบุคคลระดับสูงที่เกี่ยวข้องนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของตำรวจกระทำได้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะรายงานให้รัฐบาลทราบต่อไป
ขณะที่พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การสืบสวนขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้หมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่ม 11 ราย และอยู่ระหว่างขออนุมัติหมายจับ 7 ราย ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ออกหมายจับแล้ว 18 หมาย รวมขณะนี้เจ้าหน้าที่ออกหมายทั้งสิ้น 36 ราย โดยหมายจับที่ออกมานั้นมีบุคคลสำคัญระดับฝ่ายปกครอง นักการเมืองระดับท้องถิ่น ซึ่งบางส่วนเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่แล้วขณะที่ และจากการตรวจสอบยังพบว่าพื้นที่ก่อเหตุนั้นมีพื้นที่คาบเกี่ยว 2 จุดด้วยกันคือ จังหวัดสตูลและปาดังเบซาร์ และหลังตำรวจกดดันอย่างหนัก นายบรรจง ปองผล หรือโกจง นายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ ซึ่งถือเป็นตัวการสำคัญในคดี ได้เข้ามอบตัวแล้วและอยู่ระหว่างการสอบปากคำ ส่วนนายสุพจน์ หมื่นซิ่ว ผู้ต้องหาอีกคนที่ถือเป็นกุญแจสำคัญ เชื่อมโยงข้อมูลการฆาตกรรมชาวโรฮีนจา ในพื้นที่จ.สตูลและจ.สงขลา ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้แล้ว อยู่ระหว่างคุมตัวไปตรวจค้นบ้านพักเพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม และจากการจับกุมนายสุพจน์ได้นั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามกองกลางที่ใช้ก่อเหตุ และจากการตรวจค้นพบระเบิดจำนวนหนึ่ง และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่าทหารเกี่ยวข้อง แต่หากการสืบสวนสอบสวนพบบุคคลใดร่วมกระทำความผิดจะดำเนินการทางกฎหมายทันที
ภาพประกอบข่าว







