
ลักทรัพย์ร้านร้านอะไหล่แอร์โคราชกวาด 5 แสนหนี
นครราชสีมา-วงจรปิดจับภาพคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ร้านอะไหล่แอร์ โคราช สูญทรัพย์สินกว่า 5 แสนบาท
นครราชสีมา-วงจรปิดจับภาพคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ร้านอะไหล่แอร์ โคราช สูญทรัพย์สินกว่า 5 แสนบาท
วันที่ 8พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานจากนางอังศวีร์ วณิชยากุลณิช อายุ 36 ปี เจ้าของร้านผู้พิชิตชัยอะไหล่แอร์ ตั้งอยู่เลขที่ 907 ม.1 ถ.สุรนารายณ์ ต.บ้านเกาะ อ.เมืองนครราชสีมา ว่า ให้ช่วยติดตามคนร้ายที่มาประกอบเหตุงัดร้านและฉกทรัพย์สินไป มาดำเนินคดี หลังจากที่ภาพกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายก่อเหตุงัดประตูร้าน เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2558 เวลาประมาณ 03.00 น. ก่อนจะเข้ามาลักทรัพย์สินมีค่าสูญหายไปหลายรายการ ประกอบ เงินสด ประมาณ 250,000 บาท, สร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1 บาท จำนวน 2 เส้น,สร้อยข้อมือทองคำ น้ำหนักครึ่งสลึง จำนวน 2 เส้น, จี้เลี่ยมทอง ของวัดเล่งเน่ยยี่ จำนวน 1 องค์, พระเครื่องเลี่ยมทองคำ จำนวน 2 องค์, และพระเครื่องชื่อดัง อีกกว่า 10 องค์ รวมมูลค่ากว่า 5 แสนบาท
นางอังศวีร์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนพักอาศัยอยู่ภายในร้านชั้น 2 เพียงลำพัง กับลูกสาว วัย 9 ปี และลูกชาย วัย 8 ปี ส่วนสามี ไปทำธุระต่างจังหวัด ซึ่งช่วงกลางดึกตนได้ยินเสียงคล้ายคนเดินอยู่ข้างบ้าน แต่ไม่ได้เอะใจ เนื่องจากข้างบ้านกำลังอยู่ในระหว่างการปรับปรุงบ้าน จนกระทั่งช่วงเช้า เมื่อเปิดร้าน ก็ต้องตกใจ เมื่อพบกระเป๋าสะพายที่มีเงินสดกว่า 160,000 บาท ที่วางอยู่ในห้องนอน มีร่องรอยถูกรื้อค้น และทรัพย์สินมีค่าที่อยู่ในกระเป๋าสะพายหายไปหมด และเมื่อมาตรวจสอบลิ้นชักเก็บเงินด้านล่างที่มีเงินสดอยู่เกือบ 1 แสนบาท ถูกรื้อค้นหายไปจนหมด รวมถึงที่ล็อคประตูก็มีร่องรอยถูกทุบจนพัง จึงมารู้ว่าถูกคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์สิน
และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบคนร้ายที่ก่อเหตุชัดเจน โดยคนร้ายเป็นชายไทย อายุประมาณ 35-40 ปี ไม่สวมเสื้อ กางเกงยีนส์สีดำ ทำการงัดประตูที่ล็อค และเดินเข้ามารื้อค้นทรัพย์สินภายในร้าน โดยใช้เวลารื้อค้นทรัพย์สินมีค่านานกว่า 30 นาที ก่อนที่จะเดินขึ้นไปหยิบกระเป๋าสะพายที่เจ้าของร้านวางอยู่ถึงภายในห้องนอน ก่อนนำกระเป๋าสะพายที่ลักมา ลงมายืนรื้อค้นเอาทรัพย์สินอยู่หน้าร้าน แล้วนำกระเป๋าสะพายไปวางทิ้งไว้หน้าประตูร้าน ก่อนเดินหลบหนีไปอย่างลอยนวล
ร.ต.ท. วีระชน ปรากฏมาก ร้อยเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า คนร้ายน่าจะมาดูลาดเลาไว้ก่อนหน้านี้ โดยอาศัยจังหวะที่สามีเจ้าของร้าน ไม่อยู่และปล่อยให้ภรรยา และลูก ๆ อยู่บ้านเพียงลำพัง จึงกล้าเข้ามาลงมือก่อเหตุ ซึ่งจะได้สั่งการให้ชุดสืบสวน เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียง เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป







