posttoday
เศรษฐกิจไทยอ่อนปวกเปียกท่องเที่ยวขับเคลื่อนตัวเดียว

เศรษฐกิจไทยอ่อนปวกเปียกท่องเที่ยวขับเคลื่อนตัวเดียว

29 เมษายน 2558

ปัจจุบันนักเศรษฐศาสตร์มีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยลดลงเรื่อยๆ

ปัจจุบันนักเศรษฐศาสตร์มีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยลดลงเรื่อยๆ  จากการสำรวจในเดือน เม.ย. พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ที่ระดับ 24.03 (เต็ม 100) ลดลงเล็กน้อยจากการสำรวจครั้งที่ผ่านมาที่อยู่ในระดับ 24.51 ซึ่งการที่ดัชนีลดลงและค่าดัชนีอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 ค่อนข้างมาก สะท้อนให้เห็นถึงสถานะเศรษฐกิจยังอ่อนแอเป็นอย่างมาก

เมื่อวิเคราะห์ลงไปในแต่ละปัจจัยขับเคลื่อน พบว่าปัจจัยที่ค่าดัชนีอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 50 ได้แก่ การบริโภคภาคเอกชน (ดัชนีเท่ากับ 6.45) การส่งออกสินค้า (ดัชนีเท่ากับ 7.26) การลงทุนภาคเอกชน (ดัชนีเท่ากับ 9.68) ขณะที่การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐยังคงขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ไม่เต็มที่ เห็นได้จากค่าดัชนีที่อยู่ในระดับ 38.71 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำและเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากการสำรวจครั้งก่อนที่ค่าดัชนีเท่ากับ 38.03

ขณะที่การท่องเที่ยวจากต่างประเทศเป็นปัจจัยเดียวที่ทำงานได้ดี โดยมีค่าดัชนีเท่ากับ 58.06 เพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อน และอยู่ในระดับที่สูงกว่า 50 เป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี 3 เดือน

ด้านความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า นักเศรษฐ ศาสตร์ยังคงมีความเชื่อมั่นว่าจะยังคงปรับตัวดีขึ้นกว่าปัจจุบัน แต่ความมั่นใจดังกล่าวมีระดับที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจากการสำรวจ 3 ครั้งก่อนหน้า

ด้านความเห็นของนักเศรษฐ ศาสตร์ในประเด็นวัฏจกรเศรษฐกิจอยู่ในช่วงใด พบว่าส่วนใหญ่ 52.4% เห็นว่าอยู่ในช่วงเศรษฐกิจถดถอย (Recession) รองลงมา  20.6% เห็นว่าอยู่ในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว (Recovery) และ  14.3% เห็นว่าเศรษฐกิจอยู่ในช่วงตกต่ำ (Trough) มีเพียง 1.6% ที่เห็นว่าเศรษฐกิจอยู่ในช่วงรุ่งเรือง (Peak) เมื่อแบ่งวัฏจักรออกเป็น 2 ฟาก คือ ฟากเศรษฐกิจขยายตัวจนถึงจุดสูงสุด ( 22.2%) และฟากเศรษฐกิจถดถอยจนถึงจุดต่ำสุด (66.7%) แล้วเปรียบเทียบกับการสำรวจครั้งก่อนหน้าในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา จะพบว่าเศรษฐกิจปัจจุบันอยู่ในภาวะถดถอยหรือชะลอตัว ซึ่งแตกต่างจากการสำรวจครั้งก่อนหน้าที่มองว่าเศรษฐกิจอยู่ในช่วงฟื้นตัว

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่าการส่งออกในไตรมาส 2 น่า จะยังคงหดตัวอีก คาดเบื้องต้นติดลบ 1% เนิื่องจากปัจจัยลบหลายตัวอาจจะไม่แตกต่างจากไตรมาสแรกมากนัก

ขณะที่ตัวเลขส่งออกในไตรมาสแรกหดตัวลงมากกว่าที่คาดเล็กน้อย ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยต้องมี มุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้นต่อการประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวในช่วงหลายเดือนข้างหน้า และยังคงคาดว่าภาพรวมในปี 2558 อาจขยายตัวใกล้เคียง 0%  ภายใต้กรอบคาดการณ์ในช่วงติดลบ 1% ถึงขยายตัว 2% ท่ามกลางการฟื้นตัวในกรอบที่จำกัดของราคาสินค้าส่งออกรายการสำคัญของไทย 

“หากเศรษฐกิจคู่ค้าหลักของไทยทยอยกลับมาขยายตัวได้ดีขึ้น แต่การส่งออกของไทยอาจได้รับอานิสงส์เพียงบางส่วน เพราะมีข้จำกัดของโครงสร้างในภาคการผลิต ขณะที่ สินค้าส่งออกสำคัญหลายประเภท โดยเฉพาะสินค้าเกษตร  ยังต้องรับมือกับภาวะการแข่งขันที่เข้มข้นทั้งทางด้านราคาและปริมาณผลผลิต”

นอกจากนี้ คงต้องติดตามผลจากปัจจัยลบที่เข้ามาเพิ่มเติมของตลาดส่งออกบางแห่ง อาทิ มาตรการทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีในกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงไทยที่จะถูกประเมินอีกครั้งจากสหภาพยุโรป ในด้านมาตรการเพื่อป้องกันและขจัดการทําประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (IUU) ในเดือน ต.ค. 2558

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ คาดว่าการส่งออกปีนี้มีโอกาสหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยคาดว่าจะหดตัวลง 1.3% จากปีที่ผ่านมา  เพราะยังมีหลายปัจจัยกดดันต่อไป  ทั้งราคาสินค้าเกษตรยังไม่ฟื้นตัว รวมถึงมาตรการต่างๆ จากต่างประเทศและเงินบาทที่มีทิศทางแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยนและยูโร รวมถึงค่าเงินของประเทศเพื่อนบ้าน

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว