
ความเชื่อมั่นดีขึ้น เร่งงบ-ส่งออก
สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทยเดือน มี.ค. 2558 ครอบคลุม 43 กลุ่มอุตสาหกรรม พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเดือน มี.ค. ยังมีแนวโน้มขยายตัวอยู่บ้าง เพราะความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวดีขึ้นอยู่ระดับ 100.4 จากเดือน ก.พ. ที่อยู่ในระดับ 99.2 เป็นการกลับมาดีขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน หลังจากลดลงตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2558 จากระดับ 101.7
สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทยเดือน มี.ค. 2558 ครอบคลุม 43 กลุ่มอุตสาหกรรม พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเดือน มี.ค. ยังมีแนวโน้มขยายตัวอยู่บ้าง เพราะความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวดีขึ้นอยู่ระดับ 100.4 จากเดือน ก.พ. ที่อยู่ในระดับ 99.2 เป็นการกลับมาดีขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน หลังจากลดลงตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2558 จากระดับ 101.7
เนื่องจากผู้ประกอบการโดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมทั้งธุรกิจในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ เชื่อมั่นว่าผลจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะเริ่มเห็นผลช่วงไตรมาส 3 ของปีงบประมาณ 2558 แต่เศรษฐกิจภาพรวมจะดีขึ้นหรือไม่ต้องติดตามสถานการณ์จริงอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการเห็นว่าการบริโภคและการลงทุนจะเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการในการขยายการลงทุน ภาคเอกชนจึงได้เสนอแนะให้รัฐเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกการค้าการลงทุนโดยเม็ดเงินลงทุนของภาครัฐที่วางไว้ประมาณ 2 แสนล้านบาท ควรจะทยอยออกมาได้ใน
ช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ จากขณะนี้ที่การเบิกจ่ายค่อนข้างล่าช้า
นอกจากนี้ ต้องเร่งแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำ ขณะเดียวกันด้านการส่งออกรัฐควรดูแลค่าเงินให้มีเสถียรภาพและอยู่ในระดับที่แข่งขันได้
“ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 29 เม.ย.นี้ อยากให้พิจารณาปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.5% เพื่อทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง 3-5% ทันที เพราะปัจจุบันภูมิภาคอ่อนค่าลงไปแล้วเฉลี่ย 6-7% ทำให้การส่งออกไทยเสียเปรียบ การที่ กนง.ลดดอกเบี้ยช่วงที่ผ่านมา 0.25% ทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงเพียง 2-3% เท่านั้น จึงยังไม่เพียงพอ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจใช้เครื่องมืออื่นเข้ามาดำเนินการนอกจากเครื่องมือด้านดอกเบี้ยอย่างเดียว” นายสุพันธุ์ กล่าว
ขณะที่ เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 2 เป็นต้นไปยังคงน่าเป็นห่วง เพราะแรงกระตุ้นเศรษฐกิจที่มาจากการท่องเที่ยวเริ่มจะหมดไป รัฐบาลจึงควรเร่งกระตุ้นการเบิกจ่ายงบประมาณ โดยไตรมาสแรก สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ระบุว่า มีการเบิกจ่ายงบประมาณเพียง 26% ถือว่าต่ำมาก และต่ำกว่าในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา หากรัฐบาลยังไม่สามารถผลักดันการเบิกจ่ายให้ได้ 30-40% จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจซบเซา โดยเดือน พ.ค.นี้ ธนาคารจะทบทวนการเติบโตเศรษฐกิจใหม่จากเดิม 3.5% โดยอาจจะปรับลดลงต่ำกว่า 3%
นอกจากนี้ ปัจจัยที่น่าเป็นห่วงมากคือ การเรียกร้องปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำจาก 300 บาท/วัน เป็น 360 บาท/วัน ซึ่งจะส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรุนแรงกว่าการปรับค่าแรง 300 บาท เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เพราะช่วงนั้นเศรษฐกิจขยายตัว 6-7% แต่ขณะนี้เศรษฐกิจไทยโตเพียง 3% กว่าเท่านั้น
ด้าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกในเดือน มี.ค. เบื้องต้นได้รับรายงานว่าจะติดลบ 4% แต่ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ดีขึ้นจากเดือน ก.พ.ที่การส่งออกติดลบถึง 6% และเชื่อว่าแนวโน้มการส่งออกของไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ จะขยายตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะได้เร่งรัดการแก้ไขปัญหาให้กับแต่ละอุตสาหกรรม รวมทั้งจัดทำแผนเพื่อผลักดันการส่งออกเป็นรายอุตสาหกรรม คาดว่าจะได้แผนงานทั้งหมดภายในเดือน พ.ค.นี้ และจะเริ่มทำงานตั้งแต่เดือน มิ.ย.เป็นต้นไป โดยการส่งออกปีนี้น่าจะโตได้ 1%
ส่วนการแก้ไขปัญหาที่สหภาพยุโรป (อียู) ให้ใบเหลืองสินค้าประมงไทย (IUU Fishing) นั้น ได้มอบหมายให้ อภิรดี ตันตราภรณ์ รมช.พาณิชย์ นำคณะเดินทางไปยังอียู เพื่อทำการชี้แจง และอธิบายความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้า







