
การท่องเที่ยวทางรถยนต์
โดย...ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม
โดย...ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม
การท่องเที่ยวตามเส้นทางรถยนต์เริ่มกำลังจะเป็นที่นิยม ไม่เพียงแต่ภายในประเทศไทยของเราในปัจจุบันนะครับ หากแต่ในอนาคตเมื่อการก่อสร้างถนนต่างๆ ในหลายประเทศอาเซียนแล้วเสร็จสมบูรณ์ รัฐบาลแต่ละประเทศสามารถที่จะเปิดใช้เส้นทางคมนาคมทางรถยนต์เชื่อมโยงระหว่างกลุ่มประเทศในอาเซียนที่รวมประเทศจีนตอนใต้ หรือภาคตะวันออกของอินเดีย ในอนาคตที่ผมมีความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยของเราจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางประเภทนี้หลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวผ่านและแวะพัก จะมีจำนวนไม่น้อยไปกว่านักท่องเที่ยวในปัจจุบันที่นิยมโดยสารเครื่องบินหรือช่องทางอื่นๆ ครับ
เส้นทางคมนาคมทางรถจากด่านเชียงของที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีน เส้นทางรถยนต์จากด่านมุกดาหารที่จะมีนักท่องเที่ยวทั้งจากลาวและเวียดนาม หรือจากด่านแม่สอดที่จะมีทั้งนักท่องเที่ยวจากพม่าและอินเดียในอนาคต นอกจากนี้ ด่านสะเดา ด่านจังโหลนก็เช่นเดียวกัน น่าจะจอแจและขวักไขว่ด้วยขบวนรถยนต์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติจากมาเลเซีย จากสิงคโปร์ หรือแม้กระทั่งจากอินโดนีเซีย รวมไปถึงนักการทูต ชาวเอเชีย ชาวตะวันตกที่มีถิ่นพำนักในกลุ่มประเทศเหล่านี้ที่มีความต้องการเข้ามาพักผ่อน มาช็อปปิ้ง มารับประทานอาหาร หาความสุขในพื้นที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในบ้านเรา ทั้งชายหาด ในเมือง และพื้นที่ทางธรรมชาติ ป่าเขาลำเนาไพรตลอดปีครับ
ประเภทของรถยนต์หรือยานพาหนะในการเดินทางก็จะเปลี่ยนไป ไม่เพียงแต่รถเก๋ง รถตู้ หรือรถทัวร์เท่านั้น หากแต่จะมีรถหรูหราประเภท Caravan, Campervan หรือประเภท Motorhome ซึ่งในระยะแรกๆ อาจจะไม่มากนัก เพราะในย่านประเทศเหล่านี้ ราคารถเหล่านี้ยังค่อนข้างแพง รวมถึงผู้ประกอบการให้เช่ายังมีไม่มากนักครับ แต่ทว่าในอนาคตไม่แน่ครับ อาจจะเป็นที่นิยมมากขึ้นหากมีการพัฒนา
สิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ น้ำใช้ รวมถึงระบบการทิ้งขยะสิ่งปฏิกูลต่างๆ ฯลฯ ในสถานที่สามารถจอดพักค้างแรมได้ เช่น สวนสาธารณะ อุทยานแห่งชาติ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ หรือบริเวณชายหาดต่างๆ เป็นต้น
แต่ที่ผมวิตกกังวลจริงๆ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ไม่ใช่เรื่องเหล่านี้ครับ ผมเป็นห่วงในเรื่องระเบียบวินัยของกฎจราจรของทั้งผู้ใช้รถใช้ถนนและเจ้าหน้าที่ของรัฐในประเทศไทยของเรา ที่ใช้ควบคุมดูแลกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ ในประเทศไทย ทั้งในพื้นที่ชนบท เขตจังหวัดใหญ่ๆ และรวมไปถึงกรุงเทพฯ อยากจะขอให้หน่วยเหนือที่ควบคุมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเหล่านี้ได้ช่วยวางแผนการดำเนินงานป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่จะนำมาซึ่งความเสียหายต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของประเทศเราในอนาคตครับ
ปัญหาหลักที่ควรจะเริ่มแก้ไข คือ การปลูกฝังให้พี่น้องคนไทยของเรานี่แหละครับ หันมามีความเคารพระเบียบวินัย เคร่งครัดต่อกฎจราจร มีความเห็นอกเห็นใจผู้ใช้รถใช้ถนน ทั้งในปัจจุบันที่มีคนไทยเป็นส่วนใหญ่ กับในอนาคตที่ประเทศของเราจะเป็นศูนย์กลางในการคมนาคม ทั้งการท่องเที่ยว ขนส่งสินค้า และการเดินทางผ่านของบรรดาประชาชน และผู้มีถิ่นพำนักในประเทศเพื่อนบ้าน
ทั้งหลายที่จะหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมากครับ
คงจะต้องยอมรับความจริงในด้านการใช้รถใช้ถนนของพวกเราคนไทยทั้งหลาย ไม่ว่ารถบรรทุกที่วิ่งกันแบบแซงซ้ายแซงขวา ไม่วิ่งในเลนหรือช่องทางที่ทางการกำหนดไว้ให้ การบรรทุกสินค้าเกินพิกัดที่กฎหมายกำหนด ซึ่งนำมาซึ่งการเสื่อมสภาพของถนนที่เร็วกว่าการคาดการณ์ การไม่นิยมล็อกตู้คอนเทนเนอร์ของรถประเภทหัวลากจูงทั้งหลายเพียงเพื่อความปลอดภัยของตนเองในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ตู้คอนเทนเนอร์จะหล่นบนพื้นถนน แต่หัวรถลากจูงจะไม่พลิกคว่ำ คนขับจะปลอดภัย แต่เคราะห์กรรมจะไปตกสู่ผู้ใช้รถใช้ถนนแทน
รถตู้โดยสารที่นิยมเร่งทำเวลาแซงซ้ายแซงขวา ทั้งบนถนนหลวงหรือในซอยเล็กๆ เพื่อให้ได้เที่ยววิ่งมากขึ้นในแต่ละวัน การบรรทุกผู้โดยสารมากขึ้น การละเลยการคาดเข็มขัดนิรภัย หรือการคัดเลือกคนขับที่คำนึงถึงปริมาณมากกว่าคุณภาพ อีกทั้งรถโดยสารประจำทางและไม่ประจำทางก็เช่นเดียวกัน คนขับไม่มีความชำนาญพอในเส้นทาง นอนพักผ่อนไม่พอ เสพหรือเสริมยาที่เชื่อว่าจะบำรุงกำลังความสามารถ ในการขับรถให้ถึงที่หมายในเวลาที่กำหนด เป็นต้น
ยังครับ ยังไม่หมด รถแท็กซี่ที่นิยมจอดรถไม่เลือกที่ เพียงเพื่อความสะดวกของตนเองในการรับส่งผู้โดยสาร โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนที่อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุทั้งเล็กทั้งใหญ่แก่ผู้ร่วมใช้รถใช้ถนนได้ วิถีการใช้ดำเนินชีวิตของพี่น้องไทยกับการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ทั้งการบรรทุกผู้โดยสาร การสวมหมวกกันน็อก การขับขี่สวนทางช่องทางการขับขี่ การฝ่าไฟแดงที่สามารถเกิดอุบัติภัยถึงแก่ชีวิตได้อย่างง่ายดาย
ท่านผู้อ่านลองนึกภาพดูนะครับ ถ้าในอนาคตอันไม่ไกลจากนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหลายที่ผมกล่าวมาข้างต้น ขับรถมาท่องเที่ยวเมืองไทยบนความหวังที่จะตักตวงความสุข ความสำราญ รวมไปถึงความประทับใจในอัธยาศัยไมตรีจิต ยิ้มสยามของพี่น้องชาวไทยทั้งหลายทั้งในช่วงวันหยุด วันตรุษต่างๆ วันสำคัญตามประเพณีไทย อาทิ วันสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่ วันแห่เทียนพรรษา ฯลฯ เป็นต้น
นอกเหนือไปจากปัญหาเรื่องความแตกต่างของพวงมาลัยขับรถด้านซ้าย ด้านขวา ปัญหาในการสื่อสารทั้งในด้านการพูด ป้ายบอกเส้นทางการจราจร การจำกัดความเร็วในย่านชุมชนเมือง บนถนนไฮเวย์ บนทางด่วน รวมไปถึงวิธีการข้ามถนนของพี่น้องเรา ที่ยังยึดถือแนวทางตามใจคือไทยแท้ ไม่นิยมใช้ทางม้าลายหรือสะพานข้ามถนนแต่อย่างใด
นอกจากนี้แล้ว ยังมีอาชญากรรมบนท้องถนน ทั้งที่มีอยู่กับที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกนะครับ ทั้งการประทุษร้ายต่อร่างกายและขโมยหรือปล้นทรัพย์สิน การกรรโชกทรัพย์ผู้ใช้รถใช้ถนนโดยสร้างอุบัติเหตุเทียม เช่น การตั้งใจชนเฉี่ยวรถ หรือแม้กระทั่งการปาหินใส่รถ โรยตะปูเรือใบ เพื่อให้เกิดอุบัติภัยต่างๆ ที่มิจฉาชีพทั้งหลายคิดค้นขึ้น เพื่อทำมาหากินในทางไม่สุจริตต่อผู้ใช้รถใช้ถนนทั้งหลาย ผมว่านะครับ ในเวลานี้ลำพังพวกเราคนไทยกันเองยังเบื่อ แถมบางท่านถึงขนาดที่ว่าต้องอาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเลยครับ ว่าทุกครั้งที่ก้าวขึ้นรถขับออกจากบ้าน ขอให้แคล้วคลาดจากภัยอันตราย กลับมาถึงบ้านโดยสวัสดิภาพทุกประการ
หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหลายครับ ผมอยากจะฝากเรื่องนี้ไว้ให้ท่านๆ ทุกระดับช่วยกรุณาพิจารณาด้วยนะครับ อย่ารอให้ใครเขามาตรวจมาตรฐานกฎหมาย หรือข้อบังคับการใช้รถใช้ถนนบ้านเรา อย่ารอให้ต่างชาติเข้ามาประจาน หรือออกประกาศเตือนคนของเขา ในการขับรถเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเลยครับ
บทเรียนของการขนส่งการคมนาคมของสายการบินทางอากาศ อุบัติเหตุทางเรือโดยสารที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา น่าจะเพียงพอที่หน่วยงานของรัฐทั้งหลายให้ตระหนัก สร้างเกิดมีนโยบายเชิงป้องกันมากกว่าการแก้ไขเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว มีการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัดโดยเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ
การท่องเที่ยวโดยทางรถยนต์ที่จะช่วยกระจายความมั่งคั่ง เม็ดเงิน และความเจริญรุ่งเรืองในเศรษฐกิจของชาติไปในชุมชน หมู่บ้าน ตำบล จังหวัด โดยนักท่องเที่ยวทั้งต่างชาติและคนไทย เราไม่ควรปล่อยโอกาสเหล่านี้หลุดลอยไปนะครับ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนไทย ต้องร่วมมือ สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปครับ







