posttoday
มหากาพย์ ‘ธุรกิจหลอกฟันเงิน’

มหากาพย์ ‘ธุรกิจหลอกฟันเงิน’

26 เมษายน 2558

ปรากฏการณ์แชร์ลูกโซ่ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันสร้างความเสียหายต่อสภาพเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง

ปรากฏการณ์แชร์ลูกโซ่ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันสร้างความเสียหายต่อสภาพเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง โดยมีประชาชนตกเป็นเหยื่อนับไม่ถ้วนและแพร่ระบาดไปทุกหย่อมหญ้าอย่างรวดเร็ว ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ไม่ได้เน้นขายของขายบริการ แต่เน้นการหาสมาชิกจำนวนมากๆ ส่วนใหญ่เป็นการระดมทุนจากประชาชนที่เป็นสมาชิก เนื่องจากได้ผลการจ่ายค่าตอบแทนที่สูงกว่าปกติ

คดีแชร์ลูกโซ่ที่มีผู้เสียหายมากที่สุดคือ คดีแชร์ลอตเตอรี่ ที่เกิดขึ้นกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูในจังหวัดต่างๆ รวม 13 แห่ง มีสัญญาซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกิดขึ้น 20 สัญญา คิดเป็นจำนวนสลากตามสัญญา 183,000 เล่มหรือ 18,300,000 ฉบับ ทั้งๆ ที่ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นนักการเมืองกับพวกที่ไปหลอกลวงสหกรณ์ต่างๆและประชาชน ไม่ได้รับโควตาสลากจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเลยแต่ประการใด

มีเพียงรายเดียวที่ได้รับโควตาสลากการกุศลจากสำนักงานสลากฯเพียงงวดละ 15 เล่ม เท่านั้น

“สหกรณ์ต่างๆ ต้องจ่ายเงินค่าจองซื้อสลากให้กับขบวนการหลอกลวงไปเป็นเงินทั้งสิ้น 7,556ล้านบาท โดยคดีนี้มีผู้เสียหายที่เข้ามาร้องทุกข์กว่า 1,500 รายมูลค่าความเสียหายมากกว่า8,000 ล้านบาท”

คดีแชร์ข้าวสาร เกิดขึ้นช่วงปี 2550 กระจายไปทั่วประเทศเจ้าหน้าที่ฟ้องดำเนินคดีกว่า 6 คดีมีผู้เสียหายรวม 2,100 ราย แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้เสียหายจากแชร์ข้าวสารมีมากกว่า 5 หมื่นราย แต่มีกระบวนการขัดขวาง ขม่ขู่คุกคามผู้เสียหายที่จะเข้าพบพนักงานสอบสวน ประกอบกับผู้เสียหายบางรายเป็นผู้มีชื่อเสียงในสังคมในภาคธุรกิจ เกรงว่าจะส่งผลกระทบกับชื่อเสียงและธุรกิจของตน จึงไม่ประสงค์จะเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี แชร์ข้าวสารสร้างความเสียหายกว่า 538 ล้านบาท มีผู้ถูกดำเนินคดี 71 ราย

แชร์หลอกลวงให้ประชาชนนำเงินไปลงทุนผ่านอินเทอร์เน็ตในค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือเงินยูโร เงินปอนด์ และเงินสกุลอื่นๆซึ่งเป็นการหลอกลวงที่อันตรายเพราะประชาชนไม่มีโอกาสได้ทราบเลยว่าบริษัทดังกล่าวได้ประกอบธุรกิจจริงหรือไม่ โดยสืบสวนพบว่าไม่มีการทำธุรกิจใดๆเป็นเพียงการนำเงินลงทุนจากสมาชิกใหม่ไปจ่ายหมุนเวียนให้กับผู้ลงทุนรายเดิมเท่านั้น หรือที่เรียกกันว่า มันนี่เกม มีคดีเกิดขึ้นจำนวน 3 คดี มีผู้เสียหาย 320ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 80ล้านบาท ส่วนผู้ต้องหาถูกจับกุมดำเนินคดี 18 ราย

คดีแชร์ก๋วยเตี๋ยว อ้างการสร้างรถเพื่อขายก๋วยเตี๋ยวทั้งที่จริงไม่มีการขาย หรือทำรถขึ้นมาหลอกเพียงไม่กี่คัน เพื่อให้เห็นว่ามีการดำเนินกิจการ ชวนให้ประชาชนหลงเชื่อ มีประชาชนต้องตกเป็นเหยื่อกว่า 1,054 ราย สร้างความเสียหายไว้กว่า 223 ล้านบาทสามารถตามจับกุมผู้กระทำผิดได้7 ราย

คดีแชร์ยางพารา ซึ่งเป็นลักษณะการหลอกให้ลงทุนเก็งกำไรราคายางในขณะนั้น เช่นราคาในขณะนี้ 80 บาท หากซื้อตอนนี้ในอนาคตจะสามารถขายราคาได้ 90 บาท ช่วงแรกผู้ร่วมลงทุนจะได้กำไรจากต้นทุนที่ลงไป จึงเป็นแรงดึงดูดใจให้เกิดการร่วมลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ คดีแชร์ยางพาราระบาดในพื้นที่ จ.ขอนแก่นและกระบี่ มีผู้ตกเป็นเหยื่อกว่า2,000 ราย มูลค่าความเสียหาย440 ล้านบาท มีผู้ต้องหา 14 ราย

ล่าสุด คดีแชร์ลูกโซ่ยูฟัน ของบริษัท ยูฟัน นั้น หลังจากมีผู้สมัครเป็นสมาชิกแล้วก็จะได้รับเงินสกุล“ยูโทเคน” แทนจำนวนเงินที่นำมาลงทุน โดยเงินสกุลดังกล่าวบริษัทได้กำหนดขึ้นมา เพื่อใช้ซื้อ-ขายสินค้าระหว่างสมาชิกด้วยกัน และจะมีการซื้อ-ขายกันในระบบอีคอมเมิร์ซเท่านั้น โดยผู้ที่ถือเงินสกุลดังกล่าวไว้ บริษัทอ้างว่าสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดจริงในมูลค่าสูงกว่า ทำให้มีคนหลงเชื่อไปลงทุนกับบริษัทกว่า 1.2แสนราย มูลค่าความเสียหายกว่า3.8 หมื่นล้านบาท

พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ อดีตผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษดีเอสไอ มือปราบแชร์ลูกโซ่ ระบุว่า รูปแบบของแชร์ลูกโซ่เน้นการหาสมาชิกเพิ่มเรื่อยๆ มีหัวหน้าทีมมีการให้โอนเงินเข้าไปร่วมลงทุนส่วนแผนการตลาดต่างๆ ก็จะมีค่าตอบแทนสูงเพื่อเป็นจุดดึงดูดคน และนั่นคือจุดอ่อนที่ประชาชนหลายคนต้องพลาดตกเป็นเหยื่อ

ส่วนใหญ่เกิดจาก “ความโลภ” กับผลตอบแทนที่สูงกว่าท้องตลาดจนเกินความเป็นจริงแม้จะมีการเตือนให้ระวังการลงทุนลักษณะดังกล่าว แต่ด้วยผลกำไรคนจำนวนไม่น้อยยอมเสี่ยงลงทุนกับเงินออมที่เก็บมาตลอดทั้งชีวิตสุดท้ายต้องสูญเปล่าเพราะผลตอบแทนล่อตาล่อใจ

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว