posttoday
ยกแรกศึกน้ำมัน

ยกแรกศึกน้ำมัน

24 เมษายน 2558

ผ่านไตรมาสแรกของปีนี้มาแล้ว สิ่งที่เริ่มเห็นได้ชัดถึงความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมน้ำมันโลกก็คือ

โดย...ธนพล ไชยภาษี [email protected]

ผ่านไตรมาสแรกของปีนี้มาแล้ว สิ่งที่เริ่มเห็นได้ชัดถึงความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมน้ำมันโลกก็คือ ราคาน้ำมันที่เริ่มเขยิบขึ้นมาอยู่ที่ราวๆ 56 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในตลาดโลก จากราคาต่ำสุดในปีนี้ที่ราวๆ 47 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล คร่าวๆ นั้นถือว่าราคาปรับขึ้นมาประมาณ 17% ในช่วงระยะเวลาไม่ถึงเดือน สิ่งนี้พอจะบอกได้หรือไม่ว่า ใครคือผู้แพ้ ใครคือผู้ชนะ ในสงครามราคาน้ำมันที่ระอุขึ้นมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา

แน่นอนว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมการขุดเจาะน้ำมันจากแหล่งหินดินดานหรือเชลออยล์ ในสหรัฐนั้น ได้กระตุ้นให้กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก หรือโอเปก กระโจนเข้าเล่นเกมสงครามราคาด้วยการคงกำลังการผลิตเอาไว้เท่าเดิม แม้ว่าปริมาณน้ำมันจะล้นตลาด เพื่อกดราคาให้ผู้ผลิตเชลออยล์ในสหรัฐไม่สามารถทนอยู่ได้ เนื่องจากต้นทุนการผลิตน้ำมันจากเชลออยล์นั้นสูงกว่า

ผลจากราคาที่ตกต่ำลงอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมานั้น น่าจะบอกได้ว่า ในยกแรกกลุ่มโอเปกน่าจะเป็นผู้ชนะ เพราะว่าในขณะนี้บรรดาผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในสหรัฐ เช่น บริษัท คอนติเนนตัล รีซอร์สเซส ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกการผลิตน้ำมันจากเชลออยล์ ต้องลดแท่นขุดเจาะลงจากเดิมที่ 50 เหลืออยู่ที่ 31 แท่นเท่านั้น ส่วนบริษัทน้ำมันอื่นๆ ก็ลดแผนการสำรวจและขุดเจาะใหม่ๆ ครับ

ขณะที่สำนักงานด้านพลังงานสหรัฐ ก็ประเมินว่า การผลิตน้ำมันในสหรัฐจะลดลง 2.4 หมื่นบาร์เรล/วันด้วย ซึ่งถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่บ่งบอกได้ชัดเจนว่า อุตสาหกรรมน้ำมันในสหรัฐได้ผลกระทบหนักจากราคาที่ต่ำลงไป

กระนั้นก็ตามครับ แม้ว่าในยกแรกนี้โอเปกจะเป็นผู้ชนะ แต่ทว่าในระยะยาวนั้นก็ไม่แน่นอน เพราะต้องไม่ลืมว่า กลไกที่แท้จริงตามธรรมชาติที่เป็นตัวกำหนดราคาน้ำมันนั้นก็คือ ดีมานด์และซัพพลาย เห็นได้ชัดว่าทันทีที่ปริมาณการผลิตน้ำมันในสหรัฐนั้นลดลง ราคาน้ำมันก็ดีดขึ้นมาทันที

และเมื่อราคาน้ำมันดีดขึ้นมานั้นก็จะทำให้บริษัทน้ำมันในสหรัฐกลับไปผลิตน้ำมันได้อีกครั้งหนึ่ง รวมไปถึงการผลิตน้ำมันจากเชลอออยล์ด้วยเช่นกัน

ดังนั้น สิ่งที่โอเปกกำลังเล่นเกมอยู่เพื่อทำลายเชลออยล์ในสหรัฐนั้น แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่จะเป็นผู้ผูกขาดตลาดน้ำมันในตลาดโลกโดยบิดเบือนกลไกธรรมชาติของราคาน้ำมันอยู่ ซึ่งในระยะยาวนั้นถือว่าเป็นเรื่องยากครับ ในเมื่อเชลออยล์นั้นคือความหวังใหม่ของอุตสาหกรรมน้ำมันสหรัฐทีเดียว ที่ในอนาคตสหรัฐอาจจะพึ่งพาพลังงานได้ด้วยตัวเอง และจะสามารถส่งออกได้อีกด้วย

และต้องไม่ลืมว่า เชลออยล์ไม่ได้มีเฉพาะในสหรัฐ แหล่งใหญ่อีก 2 แหล่งของโลกอยู่ที่ยุโรปตะวันออก และจีน ที่ในอนาคตหากการผลิตจากทั้งสองแหล่งนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นกอบเป็นกำ ราคาน้ำมันในตลาดโลกก็จะยิ่งสะเทือนหนักมากกว่านี้ครับ

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว