posttoday
ดีเอสไอแจ้งข้อหาศุภชัยเพิ่มคดียักยอก-ลักทรัพย์

ดีเอสไอแจ้งข้อหาศุภชัยเพิ่มคดียักยอก-ลักทรัพย์

24 เมษายน 2558

"ดีเอสไอ" พบ 33 สัญญากู้เงินจากนิติบุคคลในคดีสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่นมีการปลอมแปลง4 แบบ

"ดีเอสไอ" พบ 33 สัญญากู้เงินจากนิติบุคคลในคดีสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่นมีการปลอมแปลง4 แบบ

เมื่อวันที่ 24 เม.ย.เวลา 12.00 น.ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 3 พร้อมด้วยพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวะกุล ผอ.ส่วนตรวจ 2 สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ และศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ ดีเอสไอ และพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ ร่วมกันแถลงผลการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ยักยอกทรัพย์ สหกรณ์ฯคลองจั่น ว่า การประชุมในวันนี้คณะพนักงานสอบสวนได้รายงานความคืบหน้าทางคดี จำนวน 4 เรื่อง คือ  1.ติดตามการทำงานของคณะกรรมการชุดต่างๆ 2.การดำเนินคดีแจ้งข้อหานายศุภชัย เพิ่มเติมในคดีที่ 64/2557 กรณียักยอกเงิน และข้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงิน 27 ล้านบาท 3.รายงานผลการปฏิบัติงาน และ4.กรณีนายศุภชัยขอความเป็นธรรม

พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ดีเอสไอได้เดินทางไปแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมนายศุภชัย ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม 2 ข้อหา คือ ฐานความผิดยักยอกทรัพย์ และลักทรัพย์ หลังจากพบว่านายศุภชัยมีการเบิกเงินออกจากสหกรณ์ฯคลองจั่น จำนวน 8 ครั้ง ซึ่งจากนี้ คาดว่า จะส่งสำนวนการฟ้องให้กับอัยการได้ภายในต้นเดือนพ.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม นายศุภชัยได้ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมมายังดีเอสไอ เกี่ยวกับคดีที่ 64/2557 โดยระบุว่าได้คืนเงินกับทางสหกรณ์ฯคลองจั่นไปแล้ว ซึ่งดีเอสไอจะนำเรื่องดังกล่าวแนบไปในสำนวนการสอบสวนที่จะส่งให้อัยการพิจารณาในช่วงต้นเดือนพ.ค.นี้ เพื่อให้พิจารณาและให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย

พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวต่อว่า การประชุมในวันนี้ ที่ประชุมยังมีมติรับคดีการฟอกเงินของนายศุภชัยและนายสถาพรเป็นคดีพิเศษ โดยสำนักคดีอาญาพิเศษ 3 เป็นผู้รับผิดชอบคดี ซึ่งคาดว่า ต้นเดือนพ.ค.นี้ จะเรียกพยานมาให้ปากคำเพิ่มเติมต่อไป

พ.ต.ท.ปกรณ์ กล่าวว่า ในวันนี้ได้ประสานกับนายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความส่วนตัวของพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เพื่อขอเข้าให้ปากคำกรณีที่มีชื่อรับเช็คจำนวน 878 ฉบับ จากนายศุภชัย โดยทราบว่าทางทนายความจะมีการประชุมกับทางวัดพระธรรมกายในวันที่ 25 เม.ย.นี้ ก่อนจะแจ้งต่อดีเอสไอว่าจะเข้าพบวันไหน ทั้งนี้ ในส่วนของการสอบสวนพยานที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงิน ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา พยานส่วนใหญ่ได้เลื่อนกำหนดทั้งหมด จึงทำให้พนักงานสอบสวนต้องมีการจัดกลุ่มสอบพยานใหม่อีกครั้ง โดยมีทั้งพยานกลุ่มเดิมและกลุ่มใหม่

พ.ต.ท.ปกรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับคดีที่ 146/2556 ที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 6 คนไปแล้ว คือ นายศุภชัย, นายสถาพร, นายวัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์, นายจิระเดช วงเพียรกุล และพวก ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ต้องหาที่ได้รับเช็คจากนายศุภชัย โดยดีเอสไอจะดำเนินการชี้แจงรายละเอียดว่าได้รับเช็คมาจำนวนเท่าไหร่ และมีพฤติกการณ์อย่างไร ซึ่งตรงนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบสัญญากู้เงินจาก 27 นิติบุคคล จำนวน 33 สัญญา โดยพบว่า มีสัญญากู้เงิน 4 ลักษณะ คือ 1.สัญญากู้เงินปลอมทั้งหมด 2.สัญญากู้เงินปลอม เพื่อเบิกเงินจริง 3.สัญญากู้เงินปลอม เพื่อปกปิดหนี้ และ4.สัญญากู้เงินจริง และมีมูลหนี้จริง นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังมีมติให้เชิญพนักงานอัยการจากสำนักงานอัยการสูงสุดเข้าร่วมสอบสวนกับดีเอสไอทุกคดี

พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวถึงกรณีที่ ดร.มโน เลาหวนิช อดีตลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ซึ่งเคยยื่นเรื่องร้องเรียนมายังดีเอสไอ เพื่อขอให้คุ้มครองพยาน ว่า กรณีดังกล่าว คาดว่า ภายในสัปดาห์จะนำเรื่องเข้าที่ประชุม เพื่อพิจารณาว่าจะคุ้มครองหรือไม่

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว