posttoday
กรีซเน่าไม่หยุด เสี่ยงหนี้สูญลุ้น 1 พ.ค.

กรีซเน่าไม่หยุด เสี่ยงหนี้สูญลุ้น 1 พ.ค.

22 เมษายน 2558

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

วิกฤตความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้กรีซยังคงเป็นปัญหาที่ต้องจับตาดูอย่างละสายตาไม่ได้ เพราะจนถึงขณะนี้รัฐบาลกรีซกับกลุ่มเจ้าหนี้ “ทรอยก้า” ซึ่งประกอบไปด้วย คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ยังไม่สามารถหาข้อยุติในประเด็นการชำระหนี้อย่างเป็นรูปธรรมแต่อย่างใด

กลุ่มเจ้าหนี้ทรอยก้าไม่ยอมรับแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจของกรีซ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้กรีซรับเงินกู้งวดสุดท้าย 7,200 ล้านยูโร โดยกรีซส่งแผนการปฏิรูปไปแล้วถึง 2 ครั้ง แต่กลุ่มเจ้าหนี้ไม่เชื่อว่าแผนปฏิรูปเศรษฐกิจใหม่จะสามารถทำให้กรีซชำระหนี้ได้แต่อย่างใด

กรณีดังกล่าวทำให้รัฐบาลใหม่ซึ่งนำโดยพรรคไซรีซามีท่าทีผ่อนคลายลงมาก ถึงแม้ในช่วงแรกตัวแทนการเจรจาหลักอย่างนายกรัฐมนตรี อเล็กซิส ไซปราส และยาริส วารูฟากิส รัฐมนตรีคลัง แสดงความมั่นใจว่าจะสามารถเจรจาให้เจ้าหนี้ทรอยก้ายกหนี้ให้ได้

ที่เป็นเช่นนี้เพราะหากกรีซไม่ได้รับเงินกู้ก้อนดังกล่าว จะไม่มีเม็ดเงินสำรองเพียงพอสำหรับการชำระหนี้ให้กลุ่มเจ้าหนี้ ซึ่งจะส่งผลให้กรีซตกอยู่ในสถานะผิดนัดชำระหนี้ในที่สุด เนื่องจากกรีซมีกำหนดต้องชำระหนี้แก่ไอเอ็มเอฟภายในวันที่ 1 และ 12 พ.ค.นี้ เป็นจำนวนเงินเกือบ 1,000 ล้านยูโร

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่ากรีซจะไม่สามารถชำระเงินกู้ให้แก่ไอเอ็มเอฟได้ โดยหนึ่งในนั้นคือ ไรน์ฮาร์ด ครูส นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารยูบีเอส ซึ่งแสดงความเห็นไว้ว่า กำหนดการชำระหนี้ให้แก่ไอเอ็มเอฟซึ่งจะมีขึ้นในอีก 2 สัปดาห์นั้นกระชั้นชิดเกินไป และรัฐบาลกรีซอาจไม่สามารถหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ได้

ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ถึงแม้กรีซอาจโชคดีสามารถปลดล็อกเงินกู้งวดสุดท้ายหรือหาแหล่งกู้ยืมจากที่อื่นมาเพื่อชำระหนี้แก่ไอเอ็มเอฟได้อย่างทันท่วงที แต่กรีซยังต้องเผชิญกับการชำระหนี้ให้กับพันธบัตรครบอายุที่อีซีบีอีกเป็นมูลค่า 6,700 ล้านยูโร ในเดือน ก.ค.และ ส.ค.นี้เช่นกัน ซึ่งนับเป็นเงินก้อนใหญ่ที่กรีซยังไม่สามารถหาแหล่งเงินสำหรับชำระเงินกู้ดังกล่าวได้

หากกรีซไม่สามารถชำระหนี้ให้แก่อีซีบีได้ย่อมจะกระทบต่อเงินช่วยเหลือสภาพคล่องฉุกเฉิน ซึ่งทางอีซีบีตั้งขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือภาคธนาคารของกรีซ และเป็นสิ่งเดียวที่ค้ำจุนไม่ให้ธนาคารเอกชนสัญชาติกรีซล้มละลายในปัจจุบัน

แน่นอนว่า หากกรีซผิดนัดชำระหนี้ย่อมหมายความว่ามูลค่าของพันธบัตรกรีซจะดิ่งลงอย่างรวดเร็ว และอีซีบีก็ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือกรีซได้อีกต่อไป

ทั้งนี้ ก่อนหน้าการเกิดวิกฤตหนี้ยุโรปในปี 2012 กรีซขึ้นชื่อเรื่องนโยบายทางการคลังที่หละหลวม ซึ่งนำมาใช้ในนโยบายประชานิยมต่างๆ และหลังจากที่กรีซหันมาใช้สกุลเงินยูโรที่มีความน่าเชื่อถือ ทำให้กรีซสามารถระดมทุนผ่านพันธบัตรได้ง่ายขึ้นเพื่อนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่าย

กรณีดังกล่าวกลายเป็นตัวเร่งให้ระดับหนี้สาธารณะของกรีซเพิ่มขึ้นสูงถึงเกิน 171.3% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในช่วงก่อนเกิดวิกฤตอย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากวิกฤตการเงินปี 2009 ทำให้กรีซเสี่ยงจะผิดนัดชำระหนี้ จนต้องเข้ารับโครงการช่วยเหลือด้านการเงินจากกลุ่มเจ้าหนี้ทรอยก้า โดยแลกกับการที่กรีซต้องแลกกับการใช้มาตรการรัดเข็มขัดด้านการคลัง

มาตรการดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันว่า มีขึ้นเพื่อให้กรีซมีความสามารถในการชำระหนี้คืนแก่กลุ่มเจ้าหนี้ได้เท่านั้น โดยไม่ได้สนใจสภาพเศรษฐกิจของกรีซเลยแม้แต่น้อย โดบมีคนว่างงานโดยเฉลี่ยอยู่ที่ราว 25% มาโดยตลอด จากการที่กรีซถูกบังคับให้ปรับลดขนาดราชการ อันเทอะทะลง

นอกจากนั้น วิกฤตหนี้กรีซยังไม่ใช่แค่การผิดนัดชำระหนี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงปัญหาความขาดแคลนสภาพคล่องด้วย

เป็นที่ทราบกันดีว่า ขณะนี้คลังของกรีซนั้นร่อยหรอเต็มที เนื่องจากหลังจากที่พรรคไซรีซาซึ่งก้าวสู่อำนาจเมื่อเดือน ม.ค. ประกาศไม่ยอมรับมาตรการรัดเข็มขัด ซึ่งกำหนดโดยกลุ่มเจ้าหนี้ทรอยก้า กลุ่มเจ้าหนี้ก็สั่งสกัดการส่งมอบเงินกู้งวดต่อไปให้กรีซทันที

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อความสามารถในการชำระหนี้ของกรีซเท่านั้น แต่ยังจะกระทบต่อค่าใช้จ่ายประจำของรัฐบาล เช่น การจ่ายเงินเดือนให้ข้าราชการ และเงินบำนาญอีกด้วย

สภาพคลังที่ร่อยหรอยังเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่รัฐบาลกรีซยอมโอนอ่อนผ่อนตามข้อเรียกร้องของกลุ่มเจ้าหนี้เพื่อแลกกับเงินกู้งวดสุดท้าย ซึ่งไม่ใช่เพื่อการชำระหนี้คืนแก่ไอเอ็มเอฟเท่านั้น แต่ยังเพื่อต่อลมหายใจให้รัฐนาวากรีซขับเคลื่อนต่อไปได้อีกด้วย

ภาวะดังกล่าวยังพิสูจน์ได้จากกรณีที่นายกรัฐมนตรีไซปราสออกคำสั่งเมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา ให้ริบงบประมาณหน่วยงานท้องถิ่นมาไว้ที่ธนาคารกลาง สำหรับการจ่ายเงินเดือนให้ราชการ จ่ายบำนาญ รวมถึงชำระหนี้คืนไอเอ็มเอฟ นับเป็นหลักฐานชัดเจนว่ากรีซกำลังขาดสภาพคล่องอย่างหนัก

ล่าสุด ทุกสายตากำลังจับต้องไปที่การประชุมรัฐมนตรีคลังยุโรปที่กรุงริกา ประเทศลัตเวีย ในวันที่ 24 เม.ย.นี้ ซึ่งจะมีการพิจารณาการแผนปฏิรูปและการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่กรีซ ถือเป็นการประชุมครั้งสำคัญที่จะชี้ชะตาว่ากรีซจะรอดพ้นจากความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ได้หรือไม่

ในปัจจุบันกรีซถือหนี้สินทั้งหมดซึ่งเกิดจากทั้งการระดมทุนผ่านพันธบัตรและการกู้เงินจากกลุ่มเจ้าหนี้ทรอยก้ารวมแล้วเป็นเงินกว่า 3.13 ล้านยูโร ซึ่งกรีซจะต้องใช้เวลาอีกนานและชำระเงินอีกหลายงวดกว่ากรีซจะเป็นอิสระทางการเงินอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม หากกรีซผิดนัดชำระหนี้ ผลกระทบจะไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะกรีซอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเสถียรภาพของยูโรโซนโดยภาพรวม

กรณีที่กรีซผิดนัดชำระหนี้หรือการมีสถานะทางการเงินถือเป็นการละเมิดข้อตกลงในการเป็นกลุ่มประเทศผู้ใช้สกุลเงินยูโร และเป็นเหตุให้กรีซต้องออกจากยูโรโซนได้เลยทีเดียว

นอกจากนี้ หากทางเจ้าหนี้ปล่อยให้กรีซขาดแคลนสภาพคล่องเช่นนี้ต่อไป ก็มีความเป็นไปได้ที่กรีซจำเป็นต้องพิมพ์สกุลเงินของตนเองออกมาเพื่อการใช้จ่ายภายในประเทศ ซึ่งหมายความว่ากรีซต้องออกจากยูโรโซน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นว่ากระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของสกุลเงินยูโรเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากกรีซผิดนัดชำระหนี้ก็จะทำให้อีซีบีกลายเป็นธนาคารที่ถือหนี้เสียของกรีซไว้จำนวนมหาศาล ซึ่งในฐานะผู้ดูแลเงินสกุลยูโรถือหนี้เสียจำนวนมากย่อมส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของสกุลเงินยูโรด้วยเช่นกัน 

อย่างไรก็ตาม หากกลุ่มเจ้าหนี้ให้ความช่วยเหลือกรีซโดยไม่สนใจความสามารถในการชำระเงินคืนและให้กรีซออกจากมาตรการรัดเข็มขัด ก็จะส่งผลต่อเสถียรภาพและความเรียบร้อยของยูโรโซนเลยทีเดียว เนื่องจากหากกรณีกรีซจะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ในการเรียกร้องของกลุ่มประเทศยุโรปใต้ เช่น สเปนและอิตาลี ที่ต้องขอความช่วยเหลือด้านการเงินจากกลุ่มทรอยก้าและเข้าสู่มาตรการรัดเข็มขัดเหมือนกัน

ไอเอ็มเอฟเคยระบุไว้ในแถลงการณ์การประชุมร่วมกันระหว่างไอเอ็มเอฟและธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ประจำฤดูใบไม้ผลิยกให้ปัญหาหนี้กรีซเป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่จะสั่นคลอนเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ได้เลยทีเดียว

ปัญหาวิกฤตหนี้กรีซจึงยังไม่จบลงในช่วงเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีความเสี่ยงจะกลายเป็นปัญหาของโลก นับเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ต้องจับตาทิศทางการเจรจาระหว่างฝ่ายกรีซกับยูโรโซนอย่างละสายตาไม่ได้ทีเดียว

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก