ร่างพ.ร.บ.สลากฯมีช่องโหว่ไม่แก้ปมขายแพง
นักวิชาการชี้ ร่างพ.ร.บ.สลากฯ มีช่องโหว่ ไม่ระบุการแก้ปัญหาขายแพงเกินราคา ให้อำนาจบอร์ดมากเกินไป
นักวิชาการชี้ ร่างพ.ร.บ.สลากฯ มีช่องโหว่ ไม่ระบุการแก้ปัญหาขายแพงเกินราคา ให้อำนาจบอร์ดมากเกินไป
เมื่อวันที่ 21เม.ย.58 เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพฯ ในเวทีเสวนา “การพัฒนากฎหมายการพนันที่รับผิดชอบต่อสังคม” จัดโดย ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน และมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ
รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า 3อันดับการพนันที่คนเล่นเป็นครั้งแรกและเป็นการพนันที่มีคนเล่นมากที่สุดในปี 2556 ได้แก่ หวยใต้ดิน สลาก และไพ่ ขณะที่คนเล่นพนันส่วนใหญ่เชื่อว่าได้รับผลกระทบจากการพนันค่อนข้างน้อย แต่30% ของคนไทยที่เล่นการพนันประสบปัญหาจากการพนัน และ2ใน3เคยคิดจะลดหรือเลิกเล่นการพนัน
นอกจากนั้นยังมีอีกหลายพฤติกรรมการเล่นพนันที่เป็นปัญหา ได้แก่ รู้สึกผิดกับการเล่นพนันของตนเอง เล่นพนันเพื่อให้ได้เงินที่เสียไปคืนมา เล่นพนันเกินกว่าความต้องการที่จะเล่นประสบปัญหาทางการเงิน เล่นพนันเกินความสามารถในการจ่ายหากเสียพนัน และกรณีร้ายแรงที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้วคือ การผูกคอตายของหนุ่มใหญ่ชาวสารภี ที่ขายมอเตอร์ไซค์มาซื้อสลาก เมื่อไม่ถูกรางวัลเลยเครียดหนักตัดสินใจผูกคอตายในที่สุด
ดร.นวลน้อย กล่าวว่า สำหรับร่างพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลพ.ศ….ไม่ได้พูดเรื่องการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคา แต่เป็นการแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับให้สำนักงานสลากมีอำนาจในการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้อำนาจบอร์ดมากเกินไป หลายเรื่องควรเขียนให้ชัดเจน เช่นสลากกินแบ่งเพื่อสาธารณประโยชน์คืออะไร กองทุนบริหารจัดการสลากจะดำเนินการอย่างไร ส่วนที่เป็นข้อดีคือมีการปกป้องเด็กและเยาวชน แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้ต้องมีกลไกจัดการ ต้องมีกองทุนลดผลกระทบปัญหาที่เกิดจากการพนันสลาก อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่า สลากเป็นการพนัน การแก้ไขกฎหมายสลากควรมีเจตนารมณ์ที่จะทำให้กฎหมายมีความทันสมัย เป็นกฎหมายการพนันที่รับผิดชอบต่อสังคม มีการปรับโครงสร้าง แยกการกำกับดูแลและการบริหารออกจากกัน และมีกองทุนลดผลกระทบ โดยมีวัตถุประสงค์หรือหลักการที่สำคัญคือ
1. เพื่อป้องกันไม่ให้การพนันเป็นต้นเหตุของอาชญากรรมหรือความไม่สงบเรียบร้อย
2.เพื่อเป็นหลักประกันว่าการพนันจะกระทำอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส
3.เพื่อป้องกันเด็กและเยาวชน และบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายหรือถูกใช้ประโยชน์จากการพนัน
"การแก้ไขปัญหาสลากเกินราคา การขายด้วยวิธีออนไลน์ สำนักงานสลากสามารถทำได้โดยไม่ต้องแก้ไขกฎหมาย แต่ต้องปรับเปลี่ยนระบบจัดสรรโควตาที่มีผลให้เกิดการผูกขาดในตลาดผลการสำรวจในงวด 1 ตุลาคม 2557 พบว่า ผู้ค้าสลากกว่า 80% ไม่ได้รับโควตา และ 90% มีการซื้อสลากจากคนกลาง เพราะผู้ได้รับโควตาบางส่วนได้สลากเพียง 1-2 เล่ม จึงต้องซื้อสลากจากพ่อค้าคนกลาง สำหรับปัญหาขายสลากไม่หมด พบว่ามีค่าเฉลี่ยที่ 53 ใบ เมื่อเปรียบเทียบกับการซื้อสลากมาขายเฉลี่ยที่ 8 เล่ม หรือ 800 ใบ แปลว่ามีสลากเหลือประมาณ 6-7% ตัวเลขนี้สำคัญมากต่อการดำเนินการเรื่องกองทุนรับซื้อคืน ส่วนเรื่องการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่นหวย 3 ตัว 2 ตัว ผลการสำรวจด้านผู้ซื้อพบว่า 72.2% ระบุว่าซื้อทั้งสลากและหวยใต้ดิน การเพิ่มผลิตภัณฑ์ไม่ใช่สินค้าทดแทน ไม่น่าจะมีผลต่อราคาสลาก" ดร.นวลน้อย กล่าว
รศ.พญ.สุพร อภินันทเวช ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ผลกระทบของการพนันต่อเด็กและเยาวชนมีแนวโน้มที่น่าห่วงและเริ่มเห็นชัดเจนรุนแรงขึ้น ขณะนี้เด็กและวัยรุ่นถูกกระตุ้นให้เริ่มเล่นพนัน ทำให้ติดพนันได้ง่าย โอกาสเลิกพนันมีน้อยมาก ที่ผ่านมาพบว่า ผู้ที่ติดพนันส่วนใหญ่ไม่ยอมเข้ารับการบำบัดรักษา หลายรายกลายเป็นโรคซึมเศร้า ผู้ที่รู้ตัวว่า ติดพนัน สามารถโทร 1323 สายด่วนปรึกษาปัญหาพนันของกรมสุขภาพจิต ขณะเดียวกันภาครัฐเอง ต้องส่งเสริมกิจกรรมสร้างทัศนคติ ปลูกฝั่งค่านิยมให้สังคมหลุดพ้นจากพนัน
นายรณวิทย์ สิมะเสถียร นักกฎหมายอิสระ กล่าวว่า เกือบทุกประเทศจะให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาการพนัน เนื่องจากรัฐไม่สามารถห้ามไม่ให้เกิดการพนันอย่างเด็ดขาดได้ เพราะจะนำไปสู่การเล่นพนันใต้ดินและกลุ่มมาเฟียตามมารัฐจึงยอมให้มีการเล่นพนันแบบมีเงื่อนไขคือ
1.ต้องไม่ไปกระตุ้นให้เกิดการติดพนัน
2.รางวัลต้องไม่ล่อใจมากเกินไป
และ3.การจ่ายผลตอบแทนต้องยุติธรรม และมีการจัดสรรเงินจำนวนหนึ่งตั้งเป็นกองทุนเพื่อการศึกษาวิจัย การบำบัดรักษา และการป้องกันกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะที่เป็นเด็กและเยาวชน เขาจะทำทุกทางไม่ให้เด็กและเยาวชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเข้ามาติดพนัน
“ขณะที่ไทยมีล๊อตเตอรี่มากว่า100 ปีแล้ว และการพนันอื่นๆ แต่ยังไม่มีการ คุ้มครองคนในประเทศอย่างจริงจัง ยังไม่มีองค์กรใดไปศึกษาดูแล จึงถึงเวลาแล้วที่จะมีกองทุนเพื่อการศึกษาและดูแลปัญหาจากการพนันเกิดขึ้น การที่รัฐบาลกำลังหาทางแก้ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลอยู่ในขณะนี้จึงควรคิดถึงความรับผิดชอบที่ต้องมีต่อสังคมด้วย” นายรณวิทย์ กล่าว
ดร.ธีรารัตน์ พันทวี วงศ์ธนะอเนก นายกสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องทำให้สังคมเข้าใจว่าการพนันคือปัญหาที่ภาครัฐไม่ได้ป้องกัน แต่กำลังจะสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆขึ้นมาเรื่อยๆ เช่น การคิดจะเพิ่มสลากชนิดใหม่ หรือเพิ่มช่องทางการขายอย่างร้านสะดวกซื้อที่เข้าใกล้ตัวเด็กมากขึ้น งานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าคนที่ติดการพนันส่วนใหญ่ติดมาตั้งแต่เด็ก และแนวโน้มเด็กจะติดการพนันมากกว่าผู้ใหญ่ถึง2เท่า ดังนั้นการป้องกันปัญหาจากการพนันต้องเริ่มป้องกันตั้งแต่ที่โรงเรียน มีชุดการเรียนรู้เรื่องการพนันสำหรับเด็กในวัยเรียน และทำควบคู่กับในครอบครัวและในสังคมไปพร้อมๆกัน ซึ่งต่างประเทศที่ทำแล้วประสบความสำเร็จ เช่น แคนาดา นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา เด็กของเขามีความเข้มแข็ง มีทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับปัญหาการพนัน การได้เปรียบของเจ้ามือ การคิดวิเคราะห์โอกาสที่จะชนะการพนัน รวมถึงบริการสำหรับคนติดพนัน
“ชุดการเรียนรู้นี้จะบูรณาการผสมผสานกับวิชาต่างๆ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับเด็กในวัยเรียน และมีตัวชี้วัดคือ สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนได้ เป้าหมายของชุดความรู้ คือ ลดปัญหาจากการพนันให้เหลือน้อยที่สุด และทำให้คนเล่นการพนันอย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้น เพื่อให้คนในสังคมอยู่กับการพนันอย่างเหมาะสม” ดร.ธีรารัตน์ กล่าว







