posttoday
แจงวางกลไกป้องกันรัฐบาลอ่อนแอจากเลือกตั้งMMPแล้ว

แจงวางกลไกป้องกันรัฐบาลอ่อนแอจากเลือกตั้งMMPแล้ว

20 เมษายน 2558

"สุจิต" ยอมรับระบบเลือกตั้งเอ็มเอ็มพี อาจทำให้รัฐบาลอ่อนแอ แต่ กมธ.ยกร่างฯ วางกลไกป้องกันไว้แล้ว

"สุจิต" ยอมรับระบบเลือกตั้งเอ็มเอ็มพี อาจทำให้รัฐบาลอ่อนแอ แต่ กมธ.ยกร่างฯ วางกลไกป้องกันไว้แล้ว 

วันที่ 20 เม.ย. การอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญโดยสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)  คณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญได้นำเสนอหลักการสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ในส่วนของโครงสร้างระบบการเมืองและการสร้างความปรองดอง ดังนี้

นายสุจิต บุญบงการ รองประธานกรรมาธิการ(กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ คนที่ 3 กล่าวว่า เจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญในการสร้างระบบการเมืองที่ใสสะอาดและสมดุล คณะกมธ.ยกร่างฯ ได้ยึดหลักประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุม ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนให้มีความเหมาะสมกับบริบทของสังคม โดยนำหลักการของประเทศต่างๆมาปรับใช้ ไม่ใช่คิดขึ้นเองทั้งหมด เช่น ระบบรัฐสภาของประเทศอังกฤษ ซึ่งไม่ได้นำแบบดั้งเดิม (Classic) ในลักษณะ "Westminister" มาใช้

อย่างไรก็ตามแม้รัฐธรรมนูญในอดีตจะมีการนำหลักการดังกล่าวมาปรับใช้ แต่กลับสร้างปัญหานำไปสู่การปกครองโดยรัฐบาลพรรคเดียว จนเกิดเผด็จการรัฐสภาและขยายขอบเขตอำนาจไปยังสถาบันต่างๆในระบบการเมืองโดยมิชอบ ดังนั้นคณะกมธ.ยกร่างฯ จึงได้สังเคราะห์กลไกที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว เริ่มจากการบัญญัติที่มาของ สส. สว. คณะรัฐมนตรี และผู้บริหารในระดับท้องถิ่น ซึ่งมีการบัญญัติคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม รวมถึงกำหนดให้มีการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เพื่อให้ได้ผู้นำทางการเมืองที่ดี นอกจากนั้นยังมีการบัญญัติหลักการเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรมในการบริหารระบบราชการของบุคคล โดยกำหนดให้มีสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ เพื่อกำกับให้บุคคลปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม หากไม่ปฏิบัติตามจะถูกพิจารณาถอดถอน เนื่องจากกระทำผิดหลักจริยธรรม เป็นต้น

"ที่ผ่านมามีการตีความกฎหมายเข้าข้างตนเอง เพื่อให้ตนเองได้ประโยชน์ เอื้อผลประโยชน์พรรคพวกเพื่อพ้อง ดังนั้นจึงกำหนดการมาตรการต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งผู้นำที่ดี " นายสุจิต ระบุ 

นอกจากนั้นคณะกมธ.ยกร่างฯ ยังได้สร้างกลไกที่เป็นรูปธรรม คือระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม (Mixed-Member Proportional System : MMP ) นอกจากนั้นพลเมืองยังสามารถจัดลำดับรายชื่อของผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ แทนที่จะให้พรรคการเมืองจัดลำดับฝ่ายเดียว ข้อดีของระบบดังกล่าวจะทำให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างผู้สมัคร สส. และผู้ลงคะแนน และกำจัดผู้สมัคร สส. ในบัญชีรายชื่อที่ไม่เหมาะสมออกไป นอกจากนั้นแล้วยังเพิ่มประสิทธิภาพในการระบบเลือกตั้ง โดยให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีหน้าที่กำกับควบคุมการเลือกตั้ง แต่ให้คณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) ทำหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งแทน เพื่อให้การซื้อเสียงลดน้อยลงอีกด้วย 

"อย่างไรก็ตามเรามีมาตรการบางประการ ป้องกันไม่ให้เกิดความอ่อนแอรัฐบาลผสมที่จะเกิดขึ้นจากระบบสัดส่วนผสม จึงต้องมีมาตรการไม่ให้เกิดความอ่อนแอ การบริหารของรัฐบาลไม่ให้อยู่ใต้แรงกดดันของพรรคที่ต้องการจะล้มรัฐบาลเพียงอย่างเดียว หรือเปลี่ยนขั้วรัฐบาลโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร จึงได้บัญญัติในมาตรา 181 คณะรัฐมนตรีสามารถขอมติไม่ไว้วางใจตนเองได้ และในมาตรา 182 คณะรัฐมนตรีกฎหมายฉบับใดมีฐานะเหมือนการลงมติไม่ไว้วางใจ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจน การเสนอมติไม่ไว้วางใจ จะต้องเป็นเรื่องที่รุนแรงจริงๆ ไม่ใช่หาเรื่องลงมติไม่ไว้วาง"นายสุจิต กล่าว

สำหรับระบบวุฒิสภาเป็นแบบพหุนิยม โดยไม่ได้บัญญัติ สว. มีที่มาจากการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว เพราะจะซ้ำซ้อนกับการเลือกตั้ง สส. ฉะนั้นจึงเป็นที่มาของ สว. เป็น  3 กลุ่ม คือ 1. การเลือกกันเองของอดีตข้าราชการพลเรือนและข้าราชการทหาร 2. กลุ่มวิชาชีพ อาชีพ รวมถึงเกษตรกรและแรงงาน ฯลฯ และ 3. การเลือกตั้งโดยตรงในแต่ละจังหวัดที่ผ่านกลั่นกรองของคณะกรรมการในชั้นต้น

ทั้งนี้ในส่วนของคณะรัฐมนตรี เจตนารมณ์ของคณะกมธ.ยกร่างฯ นายกรัฐมนตรีจะเลือกโดย สส. แต่ไม่ได้บัญญัติไว้ว่านายกฯ จะต้องเป็น สส. เพราะให้เป็นดุลพินิจของ สส. ในแต่ละบริบทที่ต้องการนายกฯ ที่เป็น สส. หรือไม่ โดยเฉพาะในสถานการณ์วิกฤต ซึ่งหากผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ เป็น สส. จะต้องอาศัยเสียงเกินกึ่งหนึ่ง แต่ถ้าไม่ใช่ สส. จะต้องอาศัยเสียง 2 ใน 3 ของสภาฯ อย่างไรก็ตามสภาฯ ยังมีอำนาจหน้าที่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ ขณะที่นายกฯ มีอำนาจในการกราบบังคมทูลยุบสภาฯ ดังระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ กล่าวว่า การสร้างความปรองดองเริ่มจากการสร้างความเข้าใจของ 3 ฝ่าย คือ แดง เหลือง และฝ่ายที่สามให้เกิดความรู้รักสามัคคี นอกจากนั้นยังได้วางกลไกต่างๆ ในร่างรัฐธรรมนูญ คือ 1. สร้างระบบเลือกตั้งให้ได้รัฐบาลผสม เพราะจะใช้ระบบเดิมไม่ได้ พิจารณาจากเหตุความวุ่นวายในอดีตตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งหากเลือกใช้ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม จะทำให้เกิดพรรคการเมืองเสียงข้างมากพรรคเดียว แล้วนำพรรคเล็กที่ไม่มีอำนาจต่อรองเข้าร่วม และจะมีพรรคการเมืองฝ่ายค้านพรรคเดียวนั้นเป็นไปได้ยากมาก ฉะนั้นจึงอยากขอให้ สปช. สนับสนุนให้เกิดรัฐบาลผสม เพื่อสร้างความปรองดองระหว่างพรรคการเมืองและความปรองดองระหว่างสี

"ภาคใต้จะไม่เป็นของประชาธิปัตย์ (ปชป.) ภาคเหนือ อีสาน จะไม่เป็นของเพื่อไทย(พท.) ทั้งหมด กรุงเทพฯ ไม่เป็นของ ปชป. เกือบหมด ระบบนี้จะสร้างความปรองดองระหว่างกัน นานเหลือเกินที่กลายเป็นมายาคติว่าแต่ละภาคผูกขาดอยู่กับพรรคใดพรรคหนึ่งเท่านั้น ระบบผสมจะทำให้ได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้น " นายเอนก กล่าว 

นอกจากนั้นจะเกิดความปรองดองระหว่างตัวแทนของประชาชนในการเลือก สว.  เพราะจะมี สว. ที่มาจากการเลือกตั้ง และอีกส่วนหนึ่งจะมาจากตัวแทนวิชาชีพ อดีตข้าราชการ ผู้ใช้แรงงาน และเกษตรกร กล่าวคือจะได้บุคคลที่เป็นตัวแทนของประชาชนในแต่ละกลุ่มเข้าร่วมการพิจารณากฎหมายของรัฐสภา เพราะ สว. สามารถเสนอกฎหมายได้ด้วย

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ให้อำนาจของประชาชนมากขึ้น ประชาชนไม่ใช่เจ้าของประชาธิปไตยเพียง 4 นาที ที่ให้อำนาจนักการเมือง 4 ปี อีกต่อไป แต่ประชาชนจะมีอำนาจโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบและการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผ่านเวทีสมัชชาพลเมือง สภาตรวจสอบภาคประชาชน สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ และการลงประชามติถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (Impeachment List)  ฉะนั้นการให้ประชาชนมีบทบาทมากขึ้น จะเป็นการปรองดองระหว่างประชาชนและรัฐบาลที่มาจากการเลือก  เพราะในอดีตประชาชนสามารแสดงบทบาทได้ทางเดียวคือการเดินสู่ท้องถนน แต่ร่างรัฐธรรมนูญนี้ออกแบบให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบได้อย่างกว้างขวาง จึงทำให้เกิดการปรองดองในอีกมติหนึ่ง

ทั้งนี้ในทางปฏิบัติ คณะกมธ.ยกร่างฯ ได้บัญญัติให้มีคณะกรรมเสริมสร้างการปรองดองแห่งชาติ เพื่อดูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางการเมือง และเสนอกฤษฎีกาอภัยโทษ รวมถึงสร้างความเข้าใจกับทุกคนให้เห็นถึงความแตกต่าง ส่งเสริมให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ คณะกมธ.ยกร่างฯ ไม่สามารถพูดว่าประเทศไทยเกิดสันติสุดได้โดยฝ่ายเดียว ทุกภาคส่วนจะต้องช่วยกันให้ข้อคิดเห็น ร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่มีเจตนาซ่อนเร้นเอาไว้ การไม่บัญญัติรายละเอียดเพื่อเป็นการเปิดช่องให้ สปช. ได้มีส่วนร่วมในการนำเสนอวิธีการในส่วนดังกล่าว

"ประเด็นท้ายสุดการปฏิรูปคือการปรองดอง นายเหลือเกินที่เรามีความขัดแย้ง ระหว่างข้าราชการ ประชาชน นักการเมือง หวังว่าการปฏิรูปครั้งนี้จะนำไปสู่การปรองดองได้อย่างแท้จริง " นายเอนก กล่าว
 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก