
“พิชัย” เตือน เศรษฐกิจอาจทรุดลงอีก
อดีต รมว. พลังงานเตือนรัฐบาลเศรษฐกิจอาจทรุดลงอีก
อดีต รมว. พลังงานเตือนรัฐบาลเศรษฐกิจอาจทรุดลงอีก
นาย พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า ในเทศกาลสงกรานต์นี้ ขออวยพรให้ทุกคนมีความสุข และอยากเห็นเศรษฐกิจฟื้นตามที่รัฐบาลพยายามจะบอก แต่จากข้อมูลทุกด้านพบว่าเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มที่จะแย่ลงไปกว่านี้ ทั้งๆที่ปัจจุบันก็แย่มากอยู่แล้ว การที่นายสมหมาย ภาษี รมว. คลัง ออกมาบอกว่าเศรษฐกิจกำลังจะฟื้นโดยวัดจากการเก็บภาษีได้มากขึ้น ทำให้ประชาชนรู้สึกเหมือนอยู่ในระบบเศรษฐกิจแบบแดร๊คคูล่าร์ ที่คิดแต่เรื่องภาษีและการสูบเงินออกจากระบบ แทนที่จะต้องเพิ่มเงินในกระเป๋าคน และยิ่งนายจักรมณฑ์ ผาสุกวณิช รมว. อุตสาหกรรม ออกมาบอกว่าเศรษฐกิจไม่ได้แย่และกำลังฟื้น แต่ที่แย่เพราะคนปล่อยข่าว ยิ่งไปกันใหญ่ แสดงให้เห็นว่าไม่ได้ติดตามภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริงเลย การที่ยังคงมองภาวะเศรษฐกิจที่ผิดพลาดนี้จะทำให้ออกนโยบายที่ผิดพลาดเหมือนที่ผ่านมา และผู้ที่ปล่อยข่าวจริงคือ ม.ร.ว ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ ที่ออกมายอมรับว่าเศรษฐกิจแย่ และพึ่งจะเป็นห่วงการส่งออกที่ลดลงอย่างมาก ทั้งๆที่ตนได้เตือนไว้นานแล้ว อีกทั้งยังเข้าใจผิดว่าการส่งออกที่ลดลงมาจากค่าแรง 300 บาท แสดงว่าไม่เข้าใจหลักคิดทางเศรษฐกิจเลย ประเทศไทยมีการจ้างงานเกือบ 100% แล้ว ดังนั้นจึงต้องก้าวขึ้นสู่อุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้นเพื่อ ให้ได้ มูลค่าเพิ่มมากขึ้น และสามารถจ้างงานในอัตราที่สูงขึ้น เพื่อให้แรงงานมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่การลงทุนดังกล่าวต้องหยุดชะงักจากภาวะการเมืองในปัจจุบัน และหลายอุตสาหกรรมจ่ายค่าแรงสูงกว่า 300 บาทอยู่แล้ว รัฐบาล ต้องชักจูงให้มีอุตสาหกรรมแบบนี้ให้มากขึ้น และหากปัจจุบันแรงงานไม่ได้ 300 บาท ก็จะไม่เพียงพอกับค่าครองชีพที่น้ำมันราคาถูกแต่ข้าวของกลับแพงขึ้น
ดังนั้นเพื่อชะลอไม่ให้เศรษฐกิจย่ำแย่ ไปกว่านี้ จึงอยากขอเสนอ 8 แนวทางดังนี้
1) เร่งการช่วยเหลือ ประชาชนที่มีรายได้น้อย โดยเฉพาะเกษตรกร โดยหามาตรการเสริมที่จะสร้างรายได้ที่ถาวร ไม่ใช่จะแจกเงินอย่างเดียว
2) หามาตรการให้ธุรกิจ SME สามารถกลับมาสร้างรายได้ การช่วยเหลือที่ผ่านมา ทำได้แค่เพียงยืดเวลาการปิดกิจการเท่านั้น
3) ปรับปรุงระบบการส่ง เสริมการลงทุน เพื่อดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่เป็นอนาคตของประเทศ เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยไม่ได้เป็นที่น่าสนใจของต่างชาติอีก แล้ว และเร่งให้มีการลงทุนอย่างแท้จริงไม่ใช่เพียงแค่ขอทิ้งไว้
4) ยกเลิกกฏหมายที่ไม่เป็นสากลทั้งหมดที่เป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยว และการลงทุน
5) เร่งการลงทุนโครงสร้าง พื้นฐาน เพราะหลายเดือนที่ผ่านมาไม่มีความคืบหน้าเลย
6) รัฐธรรมนูญใหม่ที่ร่าง ขึ้นจะต้องเป็นสากลเป็นที่ยอมรับ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ใช่เขียนรัฐธรรมนูญแบบต้องการให้ได้ผลที่คาดไว้ล่วงหน้า
7) ในเมื่อรัฐบาลยืนยันโรดแมป ก็สมควรที่จะกำหนดวันเลือกตั้งให้ชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะแก้ปัญหาการส่งออก การลงทุน และ การท่องเที่ยวได้
8) เปิดเสรีภาพให้ประชาชน ในการคิดและการแสดงออกเพื่อนำแนวคิดมาปรับปรุงประเทศให้ก้าวหน้า ไปได้ ซึ่งจะสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้นด้วย







