posttoday
ปรับโฉมเกษตรแบบพันธสัญญา

ปรับโฉมเกษตรแบบพันธสัญญา

05 เมษายน 2558

การปฏิรูปภาคเกษตร ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องใหญ่ ซึ่ง ดร.กอบศักดิ์ ออกตัวว่า เป็นอีกเรื่องที่อยากทำ

การปฏิรูปภาคเกษตร ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องใหญ่ ซึ่ง ดร.กอบศักดิ์ ออกตัวว่า เป็นอีกเรื่องที่อยากทำ ให้เป็นเกษตรรูปแบบพันธสัญญา ให้มีสัญญาที่เป็นธรรม เพราะอยากจะเปลี่ยนชีวิตเกษตรกร ตามด้วยการมีประกันภัยภาคเกษตร ซึ่งแนวคิดนี้คือ สุดท้ายแล้วเกษตรกรอยู่ด้วยตัวเองยาก เพราะขณะนี้บริษัทเกี่ยวกับการเกษตรรายใหญ่ก็ใช้เทคโนโลยีเข้าควบคุมการผลิตทั้งหมด แม้กระทั่งโรงงานต่างๆ
ที่มีทุน สามารถคอนโทรลจากกรุงเทพฯ ได้หมดเลย และทางเดียวที่จะทำได้ต้องมีพี่เลี้ยง คือ เป็นพวกกับเขา

ดร.กอบศักดิ์ ระบุว่า แต่การเป็นพวกกับเขาสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันก็คือ สัญญาไม่เป็นธรรม ดังนั้นต้องทำให้เกิดกรอบความสัมพันธ์ที่เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ซึ่งมันจะไปกันด้วยดี และกำลังคิดเรื่องนี้เพื่อออกกฎหมายเขียนลงในรัฐธรรมนูญ แต่ก็เตรียมการให้มีกฎหมายออกมาประกอบ

ดร.กอบศักดิ์ ย้ำเสียงเข้มว่า ส่วนสุดท้าย คือ เรื่องของการยกเครื่อง เพราะว่าไทยช้ากว่าคนอื่น มีหลายมาตราที่ดี อย่างเช่น เรื่องกฎหมาย แต่ต้องแก้ไขให้ดีขึ้น อีกทั้งที่ผ่านมาแก้ยาก แล้วก็โครงสร้างบางอย่างมีปัญหา เช่น โครงสร้างที่ทำให้มีการผูกขาด เพราะเมื่อผูกขาดอาจจะดูดีสำหรับคนคนนั้น แต่ทั้งหมดมันไม่ดี ดังนั้นต้องแก้ของเดิมโดยใช้อันใหม่แทน

“ถ้าเกิดเรื่องปฏิรูปเหล่านี้เกิดขึ้น ถือว่าทำงานให้กับประเทศได้แล้ว เพราะแต่ละเรื่องเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงหมดเลย จะทำให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่ง ผมคิดว่าในแบงก์ชาติมันทำได้จำกัดมาก แต่ตรงนี้เป็นงานที่ผมชอบมาก เพราะว่ามันทำได้ทุกอย่าง ปฏิรูปได้ทุกอย่าง แล้วมันไม่มีหมวกไม่มีอะไรเลย หมายความว่าเราตั้งใจมาทำ แล้วเราก็มีทีมงานทำเต็มที่เลย”

เสร็จแล้วอันสุดท้าย เรื่องของการยกเครื่อง มันเป็นสิ่งที่ฉุดรั้งประเทศ คิดง่ายๆ ว่า ถ้าเกิดจัดการรัฐวิสาหกิจได้ ทำกำไรทุกอันนะ รัฐบาลก็จะมีเงินไปช่วยเหลือคนจนเยอะขึ้นจากเดิม ลงทุนได้เยอะจากเดิม แต่เนื่องจากตอนนี้ต้องเอาเงินบางส่วนมาช่วยอุ้มรัฐวิสาหกิจ อาจจะไม่ใช่เงิน แต่ว่ามันเป็นภาระตลอดเวลา กองไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ มันเป็นที่ว่าจะต้องตอบโจทย์อะไรที่มันอยู่ข้างในแต่ว่ามันไม่ดี

ดร.กอบศักดิ์ ฉายภาพต่อว่า มีการคิดเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ และกำลังมีแนวคิดที่จะจัดทำเป็นแผนระยะยาว ไม่ว่าใครจะเข้ามาหรือออกไป ก็จะมีทิศทางอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยุทธศาสตร์แห่งชาติก็จะรวมถึงแผนสภาพัฒน์ ซึ่งกำลังจะคุยว่าปรับแผนอย่างไร เพราะอย่างน้อยมันจะรับการวัดตัวของคนที่เข้ามาคอยผลักดัน Main Agenda ของประเทศ ซึ่งต้องได้รับการ Support อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี เพราะว่านี่เป็นพื้นฐานสำคัญ ซึ่งในนั้นก็จะเขียนให้รัฐบาล Develop กลไกของพวก PPP มันก็จะเป็นอันใหม่ที่ทำให้รัฐบาลสามารถทำอันนี้ได้ แล้วก็อาจจะไปแก้ พ.ร.บ.งบประมาณให้มีข้ามปี เพราะปัจจุบันมีงบประมาณได้ไม่เกิน 5 ปี จึงกำลังคิดว่าทำอย่างไรให้โครงสร้างพื้นฐานนั้นสามารถเดินได้

ดร.กอบศักดิ์ ยืนยันว่า ถ้าเกิดทำตรงนี้ได้จะเป็นเรื่องดี แต่ว่าพวกนี้ก็ต้องมีคนหนึ่งทำ แนวคิดที่จะแก้กฎหมายอะไรต่างๆ ได้บ้าง เพื่อให้รับกับตัวรัฐธรรมนูญ แล้วก็จะมีเป้าหมายอุตสาหกรรม 3-4 อย่าง ที่จะเป็นเป้าหมายข้างหน้า ถ้าสามารถทำได้ก็อาจเป็นไปด้วยดี และการยกร่างรัฐธรรมนูญให้ครอบคลุมแล้วก็เป็นกระดุมเม็ดแรกแล้วก็วางคอนเซ็ปต์ต่างๆ ไว้

ในขณะเดียวกัน ก็หวังไว้ว่า พอทำรัฐธรรมนูญเสร็จ จะไปทำกฎหมายลูกประกอบ ซึ่งจะเป็นตัวเอาคอนเซ็ปต์นี้ไปใช้ ลักษณะเดียวกันตัวของกฎหมายลูก ก็จะมีกฎหมายประกอบส่วนหนึ่ง กฎหมายลูกส่วนหนึ่ง ซึ่งก็หวังว่ามันจะเป็นกฎหมายที่วางกรอบใหม่ให้กับประเทศไทย แล้วภายใต้กรอบนี้ทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไป

“เราเห็นประสบการณ์ ปี 2540 และ 2550 ก็เป็นกฎหมายเรื่องการเงินการคลังที่บอกว่าต้องออก แต่เขาไม่ยอมออก ทั้งๆ ที่เขียนไว้ ซึ่งถ้าเกิดอย่างนี้เราฟ้องได้เลย เพราะว่าคนไม่ออกทำขัดรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นคนที่ไม่ยอมทำก็ฟ้องได้ เพราะว่ามันแล้วแต่ว่าท่านจะทำไม่ทำ ตอนนี้เราก็มีตรงนี้ส่วนหนึ่ง แล้วก็มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปอีกอันหนึ่งเพื่อมารับไม้ ที่จะทำก็คือ กฎหมายปฏิรูปแล้วหลังจากนั้นเราก็จะไปเขียนแผนแม่บทการปฏิรูปทิ้งไว้ เพื่อให้เห็นว่าความตั้งใจของเราที่ทำทุกอย่างเหล่านี้มีอะไรบ้าง เพื่อให้สภาขับเคลื่อนรับไว้แล้วก็ไปทำต่อได้เลย แต่ผมคิดนะครับว่า ถ้าเกิดทำได้ตามนี้ ด้านอื่นรวมๆเศรษฐกิจก็จะเป็นประมาณนี้ ถ้าเกิดทำได้อย่างนี้ ผมว่าเศรษฐกิจไทยจะเปลี่ยนแปลง และก็จะทำให้สมดุลขึ้นและก็วิ่งได้เร็วขึ้น”

ดร.กอบศักดิ์ ระบุด้วยว่า ฉะนั้นนี่คือหัวใจของเรื่องที่พูดถึงต้องยกเครื่อง แต่คิดว่าระยะสั้นก็ต้องแก้ก่อน ถ้าวันนี้การที่เศรษฐกิจไปได้ไม่ดี มันทำให้การปฏิรูปเดินลำบากขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่าประชาชนจะมีอารมณ์ดีถ้ากระเป๋ามันตุงใช่มะ ถ้ากระเป๋าตุง อยากปฏิรูปอะไรก็ทำได้ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น พอกระเป๋ามันแฟบ ก็กังวลใจ ดังนั้นคิดว่าระยะสั้น ต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่าปัญหาคืออะไร แล้วจะออกจากปัญหายังไง ซึ่งปัญหาส่วนหนึ่งก็มาจากค่าเงินที่มันแข็งเกินไป

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว