posttoday
รวบแก๊งวัยรุ่นคลิปฉาวฉุนถูกสาวใหญ่ปาดหน้าคว้ามีด-ไขควงทุบกระจกรถ

รวบแก๊งวัยรุ่นคลิปฉาวฉุนถูกสาวใหญ่ปาดหน้าคว้ามีด-ไขควงทุบกระจกรถ

04 เมษายน 2558

ผบช.น. แถลงรวบแก๊งวัยรุ่น โมโหถูกสาวใหญ่ ปาดหน้า คว้ามีด-ไขควงทุบกระจกรถ แถวสายไหม

ผบช.น. แถลงรวบแก๊งวัยรุ่นคลิปฉาว โมโหถูกสาวใหญ่ ปาดหน้า คว้ามีด-ไขควงทุบกระจกรถ  แถวสายไหม

เวลา 11.00 น. วันที่ 4 เม.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพรามหมณกุล ผบช.น. แถลงข่าวว่า พ.ต.อ.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผกก.สน.สายไหม พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผกก.สน.บก.น.2 จับกุมนายรักชาติ กรุดหรุ่น อายุ 20 ปี เทคนิคช่างกลแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง  นายเอ (นามสมมติ) และนายบี (นามสมมติ) อายุ 17 ปีเท่ากัน ข้อหาร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ พกพาอาวุธมีด สืบเนื่องจากวันที่ 15 มี.ค. คนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน ขี่กวดไล่ทำร้ายคู่อริที่ขี่รถจักรยานยนต์หนี บริเวณถนนเพิ่มสิน ปากซอยเพิ่มสิน 42 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม.

จากนั้นเวลาไล่เลี่ยกัน  นางอิสริญาพรณ์ รุ่งประเสริฐ อายุ 44 ปี ขับรถเก๋งฮอนด้า รุ่นแจ๊ซ สีเหลือง ทะเบียน ณษ 4254 กรุงเทพมหานคร เลี้ยวขวาจะเข้าซอยอย่างกะทันหันเกิดตัดหน้ากลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว รถจักรยานยนต์ชนรถเก๋งบริเวณประตูด้านซ้ายรถจักรยานยนต์ล้มลง วัยรุ่นชาย 4 คน โมโหวิ่งปรี่เข้ามาใช้มีดและไขควง ทุบกระจกรถจนแตก พร้อมด่าทอข่มขู่อย่างอุกอาจ  ซึ่งผู้เสียหายติดกล้องไว้หน้ารถยนต์นำภาพที่บันทึกไว้โพสต์ลงในโลกออนไลน์จนเป็นคลิปฉาวโด่งดัง
 
พ.ต.อ.ธีระชัย  กล่าวว่า ผู้ก่อเหตุมีทั้งหมด 4 คน จับได้แล้ว 3 คน เหลือเพียง นายกฤษณะ หรือเบ็น สุขกุลปริวัฒน์ อายุ 24 ปี หัวหน้าแก๊ง อยู่ระหว่างติดตามจับกุม จากการสืบสวนสอบสวนพบด้วยว่า นอกจากกลุ่มผู้ต้องหาข่มขู่ใช้มีดทุบกระจก ไล่ทำร้ายกลุ่มวัยรุ่นคู่อริแล้วยังก่อลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ของคู่กรณีอีกด้วย จึงแจ้งเพิ่มเติมข้อหา ลักทรัพย์ ด้านนายรักชาติ ให้การรับสารภาพว่า ลงมือก่อเหตุใช้มีดทุบกระจกรถผู้เสียหาย เพราะโมโหที่ขับรถปาดหน้า นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.สายไหม ดำเนินคดีต่อไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา "ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์,พกพาอาวุธมีไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยเปิดเผย หรือไม่มีเหตุอันสมควร และทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ และลักทรัพย์" ก่อนนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้านนาง อิสริญาพรณ์ ผู้เสียหาย กล่าวว่า ขับรถมากับหลาน กำลังจะแวะร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อขนม แต่เห็นรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวขับมา และได้เฉี่ยวชนกับรถของตัวเอง ซึ่งเมื่อชนกันแล้ว ตัวเองก็ตัดสินใจไม่ปลดล็อครถและไม่ลงจากรถ เพื่อความปลอดภัยและได้มองไปโดยรอบเพื่อสำรวจสถานการณ์จากนั้นได้ลดกระจกฝั่งตัวเองลงพร้อมยกมือขึ้นกล่าวขอโทษและยินดีที่จะชดใช้ความเสียหาย ซึ่งตัวเองจำหน้าคนที่ทุบกระจกรถและใช้มีดชี้หน้าได้แม่น  จากนั้นจึงเห็นว่ากลุ่มที่ทุบกระจกรถตัวเองได้เดินหนีไป

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก