
จีนชิงหักดาบผู้นำโลกในเวทีจี20 ปรับหยวน เล่นเกมซื้อเวลา
ถึงเวลาที่บรรดาผู้นำโลกจะต้องขับเคี่ยวชิงโอกาส และความได้เปรียบในเวทีเศรษฐกิจโลกอย่างการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (จี20) แล้วในช่วงปลายสัปดาห์นี้
เวทีระดับผู้นำที่เผยถึงความร้อนแรงตั้งแต่ยังไม่มีการเปิดฉาก โดยประเด็นที่จะได้รับการหยิบยกมาเป็นเรื่องหลักก็คงเป็นเรื่องของความหวาดผวาว่าวิกฤตเศรษฐกิจโลกจะรีเทิร์น
อีกทั้งยังมีประเด็นดังที่ผุดขึ้นมาและไม่พลาดที่ต้องหยิบขึ้นมาเป็นประเด็นโจมตีเพื่อหาบทสรุปและข้อตกลงก็คือ เรื่องของค่าเงินหยวน
แต่ประเด็นร้อนนี้ คาดว่าอาจจะตกชั้น และไม่ร้อนแรงอย่างที่คิดแล้ว หลังจีนเปิดฉากเล่นเกมซื้อและยื้อเวลา ชิงบทเด่นประกาศจะปรับค่าเงินหยวนให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นก่อนการประชุม
จีนรู้ดีในประเด็นนี้มาโดยตลอดว่าจะต้องตกที่นั่งอยู่ในฐานะไม่ต่างจากผู้ร้ายในสายตาของนานาประเทศที่ป่วนความสมดุลการค้าโลก
จีนจึงปล่อยไม้เด็ดประกาศปรับหยวนไว้รอ
แม้จีนจะออกมาขึ้นค่าเงินหยวน โดยให้เหตุผลแบบหัวชนฝาว่า หยวนไม่ได้เกี่ยวกับดุลการค้าโลก การปรับค่าเงินหยวนให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นก็เป็นการช่วยตัดลดตัวเลขเกินดุลทางการค้า และลดการพึ่งพาการส่งออกเพื่อนำไปสู่การพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ที่สำคัญคือเป็นเพียงการตัดสินใจที่เกิดจากเหตุผลภายในประเทศล้วนๆ
เป็นการแทงกั๊กว่า จีนไม่ได้เดินเกมตามคำขู่ของประเทศใดๆ และไม่ได้มีนัยใดๆ ที่เชื่อมโยงกับประเด็นการค้าโลก อย่างที่ประเทศอื่นได้กล่าวหาไว้
แต่อีกนัยหนึ่งเชื่อว่า มองให้ลึกลงไป การประกาศขยับตัวของค่าเงินหยวนในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งการเดินหมากทางการเมืองของทางการจีนเท่านั้น
ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ที่พร้อมจะโรมรันมายังรัฐบาลปักกิ่ง การประกาศปรับค่าเงินก็เพื่อชิงหักดาบที่บรรดาผู้นำประเทศต่างๆ เตรียมจะฟาดฟันลงมาที่จีนในการประชุม จี20 ระหว่างวันที่ 2627 มิ.ย.นี้ ที่โตรอนโต ของแคนาดา
มุมมองหนึ่งของอดีตนักเศรษฐศาสตร์ชาวจีนจากองค์กรการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เอสวอร์ พราแสด เชื่อว่าทั้งหมดทั้งมวลก็เพียงเพื่อพยายามจะดึงเรื่องค่าเงินลงจากเวทีโต๊ะเจรจา จี20 และหันไปหาประเด็นที่เป็นปัญหาต่อความมั่นคง และเสถียรภาพการเงินโลกเรื่องอื่นๆ แทน อย่างเรื่องของปัญหาหนี้ในประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งรวมถึงสหรัฐก็ต้องติดร่างแหนี้ไปด้วย
จีนมีตัวเลขหนี้สาธารณะอยู่ที่เพียง 20% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในขณะที่สหรัฐมีเกือบ 100%
รวมทั้งเปลี่ยนจากการเป็น
“เป้าโจมตี” ในเวที จี20 มาเป็นประเทศผู้เรียกร้องสิทธิในประเด็นที่เกี่ยวโยงกับตนเองแทน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโควตาออกเสียงของไอเอ็มเอฟ ที่จะช่วยเพิ่มอำนาจให้กับประเทศกำลังพัฒนา หนุนการปฏิรูปทางการเงินของโลก และเป็นโอกาสทองในการโต้เรื่องการปกป้องทางการค้าเพียงแค่จีนประกาศว่าจะปรับค่าเงินหยวนให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น คนส่วนมากก็ยิ้มรับและวาดฝันถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเป็นผลดีต่อภาคการส่งออก ตลาดโลกปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยกลบรูรั่วช่องโหว่ของเรื่องนี้ไปหมดสิ้น
แต่ดูกันให้ถี่ถ้วน ตีความในรายละเอียด จีนไม่แม้แต่จะเอ่ยถึงสิ่งใดที่เป็นรูปธรรมและความชัดเจนออกมาเลย อย่างเรื่องของระยะเวลาในการปรับค่าเงินว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และจะมากน้อยเพียงใด
นั่นยิ่งเพิ่มความชัดเจนว่า แท้จริงแล้วการประกาศปรับค่าเงินในครั้งนี้ ก็ไม่ได้ต่างจากการซื้อเวลาให้ตัวเองได้
เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับที่ เบน ซิมพ์เฟนดอร์เฟอร์ นักเศรษฐศาสตร์จากทางธนาคารโรยัล แบงก์ ออฟ สกอตแลนด์ ในฮ่องกง มองว่าการปรับค่าเงินจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งอาจจะกระเตื้องเพิ่มขึ้นจากเดิมในช่วง 3% ภายในระยะเวลา 12 เดือน ซึ่งนั่นถือเป็นตัวเลขที่น้อยมาก
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงจีนก็เป็นเพียงผู้ที่รอดพ้นจากวิกฤตการโจมตีจากผู้นำโลกในเวที จี20 ลอยลำไปโดยง่าย
ที่เหลือก็คงเป็นหน้าที่ของพี่ใหญ่อย่างสหรัฐที่ต้องห้ำหั่นกับจีนเองต่อไป
สิ่งที่ทุกคนต้องจับตามองกันต่อไปก็คือจีนจะยื้อเวลาได้นานแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ ต้องโห่ร้องให้กับความสามารถในการเอาตัวรอดของจีนในเวที จี20 ครั้งนี้
อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่า จีนจะเดินเข้ามาในการประชุมครั้งนี้แบบไม่หวั่น และออกไปแบบไม่เจ็บตัว เพราะการประกาศปรับค่าเงินหยวนก็ไม่ต่างจากการปูพรมสร้างทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบไว้ล่วงหน้าแล้ว







