
ตำรวจบุกถามอัยการฟ้องคดีผู้มีอิทธิพลภูเก็ตล่าช้า
รอง ผบช.ภ.8เข้าพบอัยการจังหวัดภูเก็ตถามเหตุผลฟ้องคดีผู้มีอิทธิพลล่าช้า
รอง ผบช.ภ.8เข้าพบอัยการจังหวัดภูเก็ตถามเหตุผลฟ้องคดีผู้มีอิทธิพลล่าช้า
เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีผู้มีอิทธิพลภูเก็ตซึ่งนักการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการ ผู้มีอิทธิพล และกลุ่มผู้ยึดครองพื้นที่สาธารณะชายหาดหลายรายตกเป็นผู้ต้องหา ซึ่งมีการจับกุมดำเนินคดีไปตั้งแต่เดือนก.ย.2557 และสรุปความเห็นสั่งฟ้องต่อพนักงานอัยการไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการส่งฟ้องต่อศาลนั้น
ล่าสุดพล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (รอง ผบช.ภ.8) ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ได้นำคณะพนักงานสอบสวนเข้าพบอัยการจังหวัดภูเก็ต เพื่อยื่นหนังสือด่วน สอบถาม ติดตาม ความคืบหน้า การดำเนินคดี
พล.ต.ต.ปวีณกล่าวว่า เป็นการร่วมปรึกษาหารือแนวทางการดำเนินคดี ให้รวดเร็ว เป็นธรรม เนื่องจากเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และเป็นคดีติดตามนโยบายของรัฐบาล และ คสช.
รอง ผบช.ภ.8 กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ มีการรวบรวมพยานหลักฐาน และ สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการ รวม 20 คดี ผู้ต้องหา กว่า 200คน เบื้องต้น สรุป คดีที่ศาลพิพากษาแล้ว 1 คดี คือแท็กซี่ป้ายดำที่หาดกะรน อัยการสั่งฟ้อง 14 คดี ยังไม่มีคำสั่ง 6 คดี คดีที่ยังไม่ฟ้องเป็นของนักการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการ ผู้มีอิทธิพล เช่น ยังไม่สั่งฟ้อง นายทวี ทองแช่ม นายกเทศมนตรีกะรน และพวก คดีบุกรุกหน้าหาดกะรน รวมทั้ง คดี ของนายเปี่ยน กี่สิ้น อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองป่้าตองและพวก
"เมื่อถามอัยการ ถึง ข้อเท็จจริง การยังไม่สั่งฟ้อง คดี ดังกล่าว ได้รับคำชี้แจงว่า ผู้ต้องหา ร้องขอความเป็นธรรม ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณา ต้องทำตามกระบวนการกฎหมาย และอัยการ จะรายงานให้ ตำรวจภูธรภาค 8 รับทราบ การทำงานของชุดเฉพาะกิจตำรวจภูธรภาค 8 ที่เข้าปฏิบัติการปราบปรามผู้มีอิทธิพล แท็กซี่ป้ายดำ ฯลฯ นั้น ทำการสืบสวน ครบ 100% ออกหมายจับ 100% จับกุม 100% สอบสวนเสร็จสิ้นครบ100% ไม่มีงานค้าง แต่มีงานต้องทำอีกมาก จึงมอบให้ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ทำงานต่อที่มีอำนาจเต็มจัดการความผิดที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด และให้รายงานให้ตำรวจภูธรภาค 8 รับทราบเพื่อได้รายงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทัพเรือภาคที่ 3 กองทัพภาคที่ 4 คสช. รัฐบาล รับทราบความคืบหน้าของคดี การทำงานมีกรอบระยะเวลา ล่าช้ากว่านี้ไม่ได้ จะมีการติดตามถามความคืบหน้าของคดีเป็นระยะต่อไป"พล.ต.ต.ปวีณ กล่าว







