
งานหิน ธปท.รอรับผู้ว่าคนใหม่
ปลายไตรมาส 3 จะมีประเด็นเศรษฐกิจที่น่าจับตามองมากที่สุด คือ การตั้งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
ปลายไตรมาส 3 จะมีประเด็นเศรษฐกิจที่น่าจับตามองมากที่สุด คือ การตั้งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่แทน ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ที่จะหมดวาระที่ 2 ในวันที่ 30 ก.ย. 2558
ทางคณะกรรมการ ธปท. ได้ทำหนังสือไปถึงกระทรวงการคลัง เพื่อขอให้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาตัวผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่แล้ว เพราะจำเป็นต้องแต่งตั้งก่อนที่ผู้ว่าการคนเก่าจะลุกจากเก้าอี้ เพื่อไม่ให้การทำงานสะดุด
ที่น่าสนใจก็คือ การแต่งตั้งผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ในครั้งนี้ ไม่ง่ายในการหาคนที่มีคุณสมบัติครบเครื่องทั้งบู๊และบุ๋น เข้ามาบริหารนโยบายการเงินของประเทศ เพราะคนเก่งระดับอาวุโสที่เคยสนใจสมัครตำแหน่งผู้ว่าการ ธปท.มาแล้วอย่าง ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล หรือบัณฑิต นิจถาวร ล้วนแต่สูงวัยเกินคุณสมบัติที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ธปท.แล้วทั้งสิ้น
ยังเร็วเกินไปที่จะฟันธงว่ารัฐบาลจะเลือกให้ขึ้นมาเป็นผู้ว่าการ ธปท. แต่ภารกิจที่ผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่จะต้องเจอ ล้วนแต่เป็นงานหินทั้งสิ้น
งานโหดที่ผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ต้องเจอ มีทั้งที่เป็นงานต่อเนื่องที่ผู้ว่าการ ธปท.คนเก่าดำเนินการค้างไว้ และเป็นงานเฉพาะหน้าที่จะต้องจัดการให้ราบรื่น โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศยังมีปัญหา การส่งออกชะลอตัวลง ความเชื่อมั่นลดลง และภาคต่างประเทศยังผันผวน
งานค้างที่ผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่จะต้องดำเนินการ คือ การดูแลการปรับเปลี่ยนระบบเอทีเอ็มของธนาคารพาณิชย์จากระบบแถบแม่เหล็กให้เป็นบัตรฝังชิป เพื่อแก้ไขปัญหาการสกิมมิ่ง ที่ ธปท.ขีดเส้นให้ธนาคารพาณิชย์ทั้งหมดต้องดำเนินการให้เสร็จและเริ่มใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2559
เรื่องนี้ทางธนาคารพาณิชย์เปรยต่อ ธปท.หลายครั้งว่าอาจจะไม่สามารถทำได้ตามกำหนดของ ธปท. เพราะปริมาณบัตรมีมาก และยังมีปัญหาทางด้านเทคนิคที่ต้องคำนึงถึงอีกหลายเรื่อง ซึ่งผู้ว่าการ ธปท.จะต้องทุบโต๊ะว่าจะผ่อนผันให้หรือไม่
งานต่อมาก็คือ การดูแลให้ธนาคารพาณิชย์ดำเนินการสำรองหนี้และเงินกองทุนให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์บาเซิล 3 ที่จะเปลี่ยนแปลงนิยามสินเชื่อบางประการ ซึ่งจะต้องดูแลให้ทุกธนาคารมีความเข้มแข็งรองรับการแข่งขันหลังจากเขตการค้าเสรีอาเซียน (เออีซี) มีผลบังคับใช้
ธปท.ยังต้องปรับปรุงและพัฒนาระบบการชำระเงินของประเทศให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ รองรับเศรษฐกิจดิจิทัลที่รัฐบาลกำลังโปรโมท และพยายามดึงให้บริษัทต่างชาติย้ายฐานสำนักงานใหญ่มาไว้ที่ไทย ซึ่งระบบการชำระเงินจะต้องดีพอและปลอดภัย รองรับปริมาณการเพิ่มขึ้นของทรานเซกชั่นที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่ ธปท.รับนโยบายจากคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ดมา ให้ดูแลและตรวจสอบธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ หวังจะให้เป็นมาตรฐานที่ดี และลดการเข้าแทรกแซงจากการเมืองเข้ามาทำให้ธนาคารเสียหาย ซึ่งจะเป็นการเพิ่มงานของ ธปท.ให้เพิ่มขึ้นอีกมาก
นั่นเป็นเรื่องงานภายในของ ธปท.เองที่ต้องดำเนินการ แต่งานภายในของ ธปท.ยังไม่ยากเท่างานบริหารนโยบายการเงิน สิ่งที่ผู้ว่าการ ธปท.เข้ามาจะต้องเจอทันที คือ ความผันผวนของค่าเงิน ซึ่งจะเกิดจากการที่เศรษฐกิจโลกเสียสมดุล เศรษฐกิจอเมริกาอาจจะฟื้นตัวจนทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในปลายไตรมาส 3
ในขณะเดียวกัน เศรษฐกิจของสหภาพยุโรป (อียู) และญี่ปุ่นยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งจะใช้นโยบายเดียวกัน คือ อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบด้วยการใช้นโยบายเชิงปริมาณ (คิวอี) ที่ทั้งสองมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกทยอยฉีดเงินเข้าสู่ระบบเป็นระยะตั้งแต่ปีนี้
ความต่างขั้วทางนโยบายทำให้ค่าเงินทั่วโลกแกว่งตัวแรง ตลาดเงิน ตลาดทุน และตลาดพันธบัตรจะผันผวนจากการไหลเข้าและออกของเงินทุนที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ซึ่งมีการคาดกันว่าหากเฟดขึ้นดอกเบี้ยจะดึงให้เงินไหลกลับไปสหรัฐ แต่ประเทศไทยยังมีความพยายามขย่มให้ดอกเบี้ยในประเทศลดลงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
สภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่องโดยมีการโยงต้นเหตุจากการส่งออกหดตัวลงมาก เพราะประเทศคู่ค้าแย่ แต่ค่าเงินบาทแข็งค่ากว่าประเทศคู่แข่งในภูมิภาคนี้ประมาณ 4-5% ก็ยิ่งทำให้การส่งออกลดลงมากเข้าไปอีก แต่เรื่องนี้ ธปท.ยืนยันว่าการส่งออกชะลอตัวลงจากปัญหาโครงสร้างของไทยเอง ที่ผลิตสินค้าล้าสมัยไม่ตรงตามความต้องการของตลาดและผู้ซื้อ
ความต่างของมุมมองในนโยบายดอกเบี้ยเป็นเรื่องที่ผู้ว่าการ ธปท.จะต้องใช้ความสามารถในการบริหารค่าเงินและบริหารการเมืองให้เกิดความสมดุล ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย
และความน่าหนักใจที่สุดของผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ที่จะต้องเจอ คือ แรงกดดันทางการเมืองที่จะมีอย่างมหาศาล เพราะตามโรดแมปของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หากร่างรัฐธรรมนูญเสร็จก็จะจัดให้มีการเลือกตั้ง อาจจะเกินเวลา 1 ปี แต่จะไม่เกินเวลาที่ผู้ว่าการ ธปท.อยู่ในตำแหน่ง 5 ปีอย่างแน่นอน
หากการคืนอำนาจให้ประชาชนของ คสช. เลือกตั้งแล้วได้กลุ่มการเมืองขั้วอำนาจเก่าเข้ามา ผู้ว่าการ ธปท.ก็ต้องเตรียมตัวที่จะต้องหาเหตุผลที่จะไม่ให้มีการนำเอาทุนสำรองทางการของประเทศออกไปลงทุน ซึ่งเป็นความต้องการของรัฐบาลทุนนิยมจ๋า ที่มีนโยบายต้องการนำเอาทุนสำรองของประเทศที่นอนอยู่เฉยๆ ออกไปหาผลตอบแทน
นอกจากนี้ ธปท.อาจจะต้องเผชิญกับความคาดหวังที่จะให้นำเอานโยบายการเงินมากระตุ้นเศรษฐกิจ ในขณะที่ ธปท.มองทางด้านเสถียรภาพเป็นหลัก การพิจารณาขึ้นหรือลงดอกเบี้ยจะดูแนวโน้มเศรษฐกิจระยะยาวมากกว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น
ความยากในการทำงานของ ธปท. ทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องมีคนที่ครบเครื่อง มีความรู้ทั้งด้านเศรษฐกิจมหภาคและเศรษฐกิจระดับครัวเรือน อีกทั้งมีบารมีที่จะทำให้ฝ่ายการเมืองและเอกชนฟังในสิ่งที่ ธปท.ส่งสัญญาณ
เมื่อโจทย์ที่ไม่ง่ายเหล่านี้มารวมกัน ก็ทำให้การควานหาตัวผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ทำได้ยาก และในสถานการณ์เศรษฐกิจขาลง การที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานก็ไม่ง่าย ใครจะเข้ามาสมัครเป็นผู้ว่าการ ธปท. ก็จะต้องคิดให้รอบคอบว่าจะสามารถจัดการกับปัญหาทั้งหมดได้
ความไม่ง่ายนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ที่จะต้องเฟ้นหาผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่เข้ามาช่วยเป็นมือไม้ในการบริหารเศรษฐกิจ ซึ่งในขณะนี้รายชื่อตัวเก็งที่โผล่ขึ้นมา ยังไม่มีใครครบเครื่องและมีบารมีพอที่จะเป็นเสาหลักสำคัญค้ำยันเศรษฐกิจไทย







