
มท.เตือน53จังหวัดรับมือพายุถล่ม
ตั้งแต่กลางดึกวันที่ 23 มี.ค. ต่อเนื่องถึงช่วงบ่ายวันที่ 24 มี.ค. เกิดพายุฤดูร้อน
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
ตั้งแต่กลางดึกวันที่ 23 มี.ค. ต่อเนื่องถึงช่วงบ่ายวันที่ 24 มี.ค. เกิดพายุฤดูร้อน ทำให้เกิดลมกระโชกแรง และฝนฟ้าคะนองสร้างความเสียหายในพื้นที่ 14 จังหวัด ทั่วประเทศ ประกอบด้วย จ.ศรีสะเกษ มหาสารคาม นครพนม ยโสธร สกลนคร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ ตรัง กำแพงเพชร ลำปาง กาญจนบุรี และตาก รวม 24 อำเภอ 36 ตำบล
ฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กำลังเร่งสำรวจความเสียหาย และได้ประสานจังหวัดและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ประสบภัย เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น
แม้สถานการณ์พายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นจะหนักหน่วง บ้านเรือนประชาชน ต้นไม้ เสาไฟฟ้า ป้ายโฆษณา ถูกลมพัดเสียหาย รวมทั้งฝนตกหนักทำให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขัง ภายในเมืองประสบปัญหาการจราจรติดขัด พื้นที่การเกษตรเสียหาย แต่สถานการณ์ในห้วง 4 วัน นับจากนี้ก็ถือว่ายังน่าวิตก ซึ่งต้องเตรียมพร้อมรับมือ
“จากการประสานข้อมูลสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่าในช่วงวันที่ 25-28 มี.ค.นี้ หลายพื้นที่ของประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก ควรตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคงงดเว้นการใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดบริเวณที่โล่งแจ้ง เพราะอาจเกิดฟ้าผ่า ส่วนเกษตรกรให้จัดทำที่ค้ำยันต้นไม้หรือที่กำบัง เพื่อป้องกันพืชผลเสียหาย อีกทั้งห้ามหลบพายุบริเวณใต้ต้นไม้ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง ห้ามจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ไม่แข็งแรง รวมถึงห้ามเข้าใกล้บริเวณที่มีสายไฟฟ้าขาดหรือเสาไฟฟ้าล้ม เพราะอาจได้รับอันตรายจากไฟฟ้าดูด” อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าว
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 16 ลงวันที่ 24 มี.ค.ว่า บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีน ยังคงแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ประกอบกับยังมีคลื่นกระแสลมตะวันตกจากประเทศพม่าเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันนี้ถึงวันที่ 27 มี.ค. บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาและสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประสานผู้ว่าราชการจังหวัด 53 จังหวัด แยกเป็น ภาคเหนือ 17 จังหวัด ภาคกลาง 8 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด และภาคตะวันออก 8 จังหวัด ให้เตรียมพร้อมรับมือวาตภัย ซึ่งมีลักษณะอากาศแปรปรวน พายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย อีกทั้งตรวจสอบสิ่งก่อสร้างและป้ายโฆษณาให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง ตัดแต่งกิ่งไม้บริเวณริมถนนและพื้นที่ชุมชน เพื่อป้องกันการล้มทับ ก่อให้เกิดอันตรายได้







