posttoday
รธน.ส่อไม่ผ่าน วัดใจยื้ออำนาจ คสช.

รธน.ส่อไม่ผ่าน วัดใจยื้ออำนาจ คสช.

25 มีนาคม 2558

ประเมินเสียงค้านเวลานี้ คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะดึงดันเข็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปจนถึงปลายทาง

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ประเมินเสียงค้านเวลานี้ คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะดึงดันเข็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปจนถึงปลายทาง โดยเฉพาะกับหลายๆ ประเด็นที่ถูกตั้งแง่ว่าจะเป็นชนวนนำไปสู่ความขัดแย้งและสร้างปัญหามากมายในอนาคต

หลายฝ่ายเลยวิเคราะห์ไปทางเดียวกันว่า หากยังไม่มีการปรับแก้ไขเนื้อหาที่ถูกต่อต้าน คงยากที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะชี้ขาดให้ความเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ​

สอดรับกับ “สัญญาณ” จาก ศ.เทียนฉาย กีระนันทน์​ ประธาน สปช.​​​ ที่ระบุว่า "สปช.คงไม่ปล่อยรัฐธรรมนูญที่มีตำหนิออกไป อย่าคาดหวังว่าเราต้องเห็นชอบเท่านั้น ผมไม่คิดว่ามีธงอยู่ ไม่จำเป็น ถ้าเราปล่อยรัฐธรรมนูญที่มีตำหนิออกไปแล้ว ประเทศมีปัญหา สู้ยอมฆ่าตัวตายดีกว่า"

ยิ่งเวลานี้ แทบทุกวงการพร้อมใจกันออกมาสะท้อนความเห็นเป็นห่วงว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาและจะพาสังคม “ถอยหลังเข้าคลอง” เมื่อ​หลายจุดที่เป็นปัญหาล้วนแต่เป็นเรื่องสำคัญ ที่ถือเป็นหัวใจของกลไกระบบการเมือง

ไล่มาตั้งแต่ประเด็นที่มานายกรัฐมนตรีซึ่งเปิดช่องไม่บังคับต้องเป็น สส. หรือระบบเลือกตั้ง สส.แบบเอ็มเอ็มพี ที่มีต้นแบบจากเยอรมัน ซึ่งมองว่าจะบอนไซพรรคใหญ่ และเพิ่มอำนาจต่อรองให้พรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก

เรื่อยมาจนถึงประเด็นที่มา สว.​ กับการยกเลิกระบบเลือกตั้งโดยตรง ​จนถูกมองว่าขาดการยึดโยงกับประชาชน และจะเป็นกรุรวมบิ๊กข้าราชการเกษียณอายุ ​ซึ่งไม่ตอบโจทย์ทางการเมือง และไม่สอดรับกับเส้นทางปฏิรูปข้างหน้า

ที่สำคัญยังมีบรรดาองค์กรใหม่ที่จะเกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ ทั้งเข้ามาควบคุมกลั่นกรองการทำงานของฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ รวมทั้งองค์กรใหม่ที่สานต่อภารกิจปฏิรูป ซึ่งถูกมองว่ามีอำนาจเหนือในมือมากเกินไป ​

เสียงวิพากษ์วิจารณ์คัดค้านเหล่านี้ ไม่ได้มีแค่นักการเมืองที่ถูกมองว่าเป็นฝ่ายเสียประโยชน์​ แต่มีหลายกลุ่มหลายสาขาอาชีพที่เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาและนับวันคนเหล่านี้จะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อาจถึงขั้นเป็นปัจจัยที่ สปช.จะต้องนำมาประกอบการพิจารณาชี้ขาดว่าจะผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่

​​ขณะนี้กรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมืองใน สปช.เริ่มประกาศจองกฐินเตรียมชำแหละร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในวันที่ 17 เม.ย.นี้ เป็นที่เรียบร้อยในฐานะที่ได้รับมอบหมายจาก ศ.เทียนฉาย ให้ทำหน้าที่ศึกษาในประเด็นสำคัญๆ​ ไล่เรียงกันมาทั้ง 6 ประเด็น

ได้แก่ 1.ระบบรัฐสภา 2.ที่มาของนายกรัฐมนตรี ​3.องค์กรอิสระ 4.รูปแบบพรรคการเมือง 5.การจัดการเลือกตั้ง ที่จะให้จัดโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือจะให้มีคณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) และ 6.บทเฉพาะกาล

หัวข้อเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งหากไม่มีการปรับเปลี่ยน หรือไม่มีคำชี้แจงจาก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญที่พอจะรับฟังได้ ก็คงยากที่ สปช.จะยอมปล่อยผ่าน

“หากเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยก็เชื่อว่า กมธ.ยกร่างฯ จะรับฟัง ซึ่งการอภิปรายคงไม่ใช่เป็นการเอาชนะกัน เพราะทุกคนอยากให้รัฐธรรมนูญออกมาดีที่สุด และเป็นประโยชน์ต่อประเทศ บรรยากาศก็คงเป็นไปด้วยความประนีประนอม ซึ่งหลักคิดของ กมธ.ปฏิรูปการเมืองและ กมธ.ยกร่างฯ ไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่เป็นประเด็นที่เราต้องศึกษาถกเถียงกัน” ​วันชัย สอนศิริ หนึ่งใน กมธ.ปฏิรูป กล่าว

อย่าลืมเรื่องปัญหา “เกาเหลา” ในอดีตระหว่าง บวรศักดิ์​ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และ สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปการเมือง ซึ่งอาจเติมเชื้อทำให้การพิจารณาของ สปช.​ดุเดือดมากยิ่งขึ้น

ครั้งนั้นแนวคิดเรื่องเลือกตั้งตรงนายกรัฐมนตรีของสมบัติ​ถูกถล่มจากบวรศักดิ์ว่าจะทำให้มีอำนาจเป็น “ซูเปอร์ประธานาธิบดี”​ จนต้องปิดประตูตายแนวคิดนี้

​​รอบนี้ถ้าหาก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ฟังเสียง สปช. ​ร่างรัฐธรรมนูญ​คงจะผ่านด่าน สปช.ไปได้ยาก

คำถามต่อไปคือ หากร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่ผ่านจะเกิดอะไรขึ้น แน่นอนว่ากระบวนการตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ระบุชัดเจนว่า กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และ สปช.จะต้องพ้นตำแหน่ง ​ทุกอย่างวนกลับไปนับหนึ่งกันใหม่อีกรอบ

นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ สปช. และ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะต้องชั่งน้ำหนักให้ดีว่าจะหาทางประนีประนอมพบกันตรงกลางเพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้ หรือจะยอมให้ทุกอย่างวนกลับไปเริ่มต้นกันใหม่

ยิ่งเวลานี้มีเสียงออกมาดักคอว่า หาก สปช.ตีตก​ร่างรัฐธรรมนูญ ​ก็อาจเป็นแผนการยื้ออยู่ในอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่อไป เพื่อทำให้ทุกอย่างสามารถเดินหน้าต่อไปได้

ดังจะเห็นว่าเวลานี้ ทั้งเรื่อง “ปฏิรูป” ​​หรือ “รัฐธรรมนูญ” หรือ “ปรองดอง” ยังไม่เห็นความคืบหน้าที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น หากปล่อยให้ทุกอย่างเดินหน้าไปอย่างกระท่อนกระแท่นเช่นนี้ คงยากที่การปฏิรูปครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ และจะทำให้ทุกอย่างที่พยายามทำมาล้มเหลวทั้งหมด

​ทุกอย่างชวนให้คิดถึง​คำพูด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ว่า “ผม​จะไม่ยอมให้ปฏิรูปครั้งนี้เสียเปล่า”

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ