
"วิษณุ"ยันใช้งบกลางเยียวยาผู้ชุมนุมได้
"วิษณุ"ยันใช้งบกลางเยียวยาผู้ชุมนุมได้แต่ต้องระวังอย่าให้เกิดการเลือกปฎิบัติเพราะอาจผิดกม.ได้
"วิษณุ"ยันใช้งบกลางเยียวยาผู้ชุมนุมได้แต่ต้องระวังอย่าให้เกิดการเลือกปฎิบัติเพราะอาจผิดกม.ได้
เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ทำหนังสือตอบข้อหารือของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เรื่องเสร็จที่ 480/2558 ของคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 2 ที่มีนายวิษณุ เครืองาม เป็นประธาน เรื่องการชดเชยเยียวยาตัวเงินตามหลักมนุษยธรรมให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง (พ.ศ. 2556-2557) ตามที่สปน.ได้มีหนังสือที่ นร 0105.03/1487 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พร้อมเอกสารข้อเท็จจริง
โดยคำตอบของคณะกรรมการกฤษฎีกา ระบุว่า การจ่ายเงินชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม กปปส.ระหว่างปี 2556 - 2557 ใช้งบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็น อยู่ในอำนาจที่ ครม.จะสามารถกระทำได้ แต่การจ่ายเงินดังกล่าวจะต้องช่วยเหลือเป็นการทั่วไป มิได้มุ่งหมายจะให้ประโยชน์แก่บุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ส่วนการจ่ายเงินเยียวยาจะมีอัตรา หลักเกณฑ์ และวิธีการอย่างไร เป็นเรื่องที่ครม.จะพิจารณากำหนดตามความเหมาะสม ให้คำนึงถึงความเป็นธรรม ตลอดจนความพร้อมด้านงบประมาณของภาครัฐ ซึ่งอาจนำผลการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาหลักเกณฑ์และเสนอแนวทางการเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองในปี 2556-2557 ที่ได้แต่งตั้งไว้แล้ว มาประกอบการพิจารณากำหนดแนวทางดังกล่าวต่อไปได้
เมื่อเวลา 16.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 2 เห็นว่า คำถามที่สปน.ส่งมาเป็นคำถามที่ไม่ใช่ข้อกฎหมาย โดยเป็นปัญหาเรื่องวิธีการปฏิบัติ เนื่องจากคณะกรรมการกฤษฎีกาจะตอบเฉพาะข้อกฎหมายเท่านั้น โดยที่สปน.ถามมาคือ อยากรู้ว่าเอาเงินมาจากงบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็นผิดหรือไม่ ได้ตอบไปว่า ไม่ผิด การจ่ายจากงบกลางจะจ่ายเพื่ออะไรก็ได้หากมีเหตุจำเป็น ซึ่งการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับกระทบจากการชุมนุม 5 ครั้งที่ผ่านมาออกมาจากงบกลางทั้งนั้น
ส่วนเป็นการลำเอียงเลือกปฏิบัติหรือไม่ที่จ่ายแต่ละกลุ่มแตกต่างกัน ได้ตอบไปว่า ไม่ทราบว่าการจ่าย 5 ครั้งที่ผ่านมาแต่ละครั้งเป็นอย่างไร ตรงนี้ไม่ใช่ปัญหาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ไม่ใช่ข้อกฎหมาย เป็นเรื่องที่สปน.ต้องไปดูเองตามหลักเกณฑ์ แต่ระวังแล้วกันหากลำเอียงเลือกปฏิบัติอาจจะผิดกฎหมายได้ เพราะขณะนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังไต่สวนอยู่ ความจริงเราอยากให้รอผลการไต่สวนของป.ป.ช.ก่อนเพื่อจะได้ชัดเจนกว่านี้ เพราะทราบว่าป.ป.ช.จะวินิจฉัยเร็วๆ นี้ ควรรอฟังป.ป.ช. หากไม่ผิดก็ทำไป แต่หากผิดช่วยดูหน่อยว่าผิดเพราะอะไร จะได้ไม่ไปทำผิดซ้ำเหมือนเขา
“การตอบครั้งนี้สปน.ไม่ได้อะไรเท่าไหร่ เพราะคำถามที่ส่งมาคลุมเคลือ ดังนั้น ช่วยถามมาใหม่ให้ชัดๆ อยากรู้อะไรกันแน่ แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาว่าไม่มีกฎหมายรองรับคงไม่ใช่ เพราะมันมี เคยมีการใช้งบกลาง ไม่ได้ไปเอางบที่ไหนมา ซึ่งงบกลางจะเอาไปใช้อะไรก็ได้อยู่แล้วตามมติครม. ซึ่งนี่คือสิ่งที่คณะกรรมการกฤษฎีกาตอบไป ที่คำตอบกว้าง เพราะสปน.ถามมากว้าง อ่านไม่รู้เรื่องว่าเขาเขียนว่าอะไร วันประชุมคณะกรรมการกฤษฎีกายังเชิญสปน.มาเลยว่าถามว่าอะไร เขายังตอบไม่ถูกว่าจะถามอะไร”นายวิษณุ กล่าว
กำลังศึกษาทางออกปมพลเรือนขึ้นศาลทหาร
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย กล่าวถึงกรณีผู้เห็นต่างออกมาต่อต้านการนำพลเรือนขึ้นศาลทหารว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 24 มี.ค. ตนได้เชิญทางกรมพระธรรมนูญ กระทรวงกลาโหม มาสอบถาม ซึ่งได้ข้อมูลบางอย่าง แต่ยังไม่ครบถ้วน จึงได้ให้ทางกรมพระธรรมนูญทำเพิ่มเติมในบางกรณี ซึ่งเรื่องนี้ถ้าจำเป็นจะชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ แต่เวลานี้กำลังดูข้อมูล สถิติ และคดีอยู่ ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้ผู้ที่อยู่ในกระบวนการศาลทหารกลับไปใช้ศาลพลเรือน นายวิษณุ กล่าวว่า ในขณะนี้กำลังศึกษาข้อมูลอยู่ว่าจะหาทางออกและจะแก้ไขข้อสงสัยอย่างไร แต่ต้องดูข้อมูลก่อน เพราะได้มาแล้ว แต่ไม่ครบ
แจงนายกฯพูดผิดเลือกตั้งปลายปี
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุจะมีการเลือกตั้งปลายปีนี้ว่า เข้าใจว่านายกฯต้องการสื่อว่ารัฐธรรมนูญประกาศใช้ปลายปีมากกว่า เพราะเวลาท่านพูดจะอธิบายถึงโรดแม็พ ซึ่งพอรัฐธรรมนูญประกาศใช้จะเข้าโรดแม็พระยะที่ 3 ทันที อย่างไรก็ตาม เวลานี้พอจะพูดกันว่าจะเลือกตั้งเมื่อไรต้องไปคิดเผื่อให้ตรงกับความเป็นจริง จะมโนเอาคงไม่ได้ ตนพยายามจะอธิบายระยะเวลาต่างๆ ให้ฟัง พอพูดมากก็บ่นว่าทำไมถึงนานจัง ก็ไม่รู้ ต่อไปนี้ตนจะไม่พูด จะถอยกลับมา และบอกเพียงว่ารัฐธรรมนูญประกาศปีนี้ดีกว่า







