
กรรมการป.ป.ท.แจงตั้งเลขาฯเป็นไปตามกฎหมาย
คณะกรรมการ ป.ป.ท.แจงแต่งตั้งรองเลขาฯ เป็นไปตามกฎหมาย ยืนยันไม่ขัดแย้งประธาน
คณะกรรมการ ป.ป.ท.แจงแต่งตั้งรองเลขาฯ เป็นไปตามกฎหมาย ยืนยันไม่ขัดแย้งประธาน
เมื่อวันที่ 23 มี.ค.เวลา 13.00 น. ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นายกนก พรรณรักษา พร้อมด้วย นายถวิล อินทรักษา นายประสิทธิ์ แสนศิริ นายปรีชา จำปารัตน์ คณะกรรมการ ป.ป.ท. ร่วมกันแถลงข่าวกรณีที่นายโสภณ จันเทรมะ ประธานกรรมการ ป.ป.ท. ออกมาระบุเกี่ยวกับเรื่องการแต่งตั้งรองเลขาธิการ ป.ป.ท. โดยระบุว่า การแต่งตั้งดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ
นายกนก กล่าวว่า การแต่งตั้งดังกล่าวคณะกรรมการ ป.ป.ท. เสียงข้างมากจำนวน 4 คน มีความเห็นแตกต่างจากนายโสภณ เกี่ยวกับเรื่องการแต่งตั้งในตำแหน่งรองเลขาธิการ ป.ป.ท. เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งการแต่งตั้งดังกล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ท. ไม่มีอำนาจเกี่ยวข้อง โดยอำนาจการแต่งตั้งเป็นของฝ่ายบริหารที่จะดำเนินการแต่งตั้งตามกฎหมาย ซึ่งจากข้อเท็จจริงที่ปรากฎทางกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการสรรหา และแต่งตั้งตามกฎระเบียบและกฎหมายอย่างถูกต้อง ดังนั้น การที่นายโสภณมีความเห็นว่า การแต่งตั้งในตำแหน่งดังกล่าว ไม่ชอบนั้น จึงเป็นความเห็นส่วนตัว ซึ่งไม่ใช่ความเห็นพ้องของคณะกรรมการ ป.ป.ท. ทั้งคณะ
นายกนก กล่าวถึงการแก้ไขกฎหมายว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่จะเสนอให้ฝ่ายนิติบัญญัติพิจารณาเห็นชอบ โดยเฉพาะ พรบ.มาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2551 ที่ถูกแก้ไขนี้ ก็ดำเนินการตามอำนาจของฝ่ายบริหารที่นำเอาข้อบกพร่องและปัญหาในทางปฏิบัติ ซึ่งหากใครมีข้อเสนอก็สามารถเสนอความเห็นได้ หากข้อเท็จจริงและอุปสรรคต่างๆได้ถูกเสนอ กระทั้งได้รับการแก้ไขผ่านครม.จนไปถึงคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจแก้ไขแล้ว ก็ยังสามารถเสนอความเห็นต่างต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ด้วย
"ในคณะกรรมการ ป.ป.ท. ทั้ง 5 คน ไม่ว่าจะเป็นประธานหรือกรรมการ เสียงเท่ากันหมด ซึ่งการที่พวกเราทั้ง 4 คนมาชี้แจงนั้น ไม่ได้เกิดความขัดแย้งกับประธาน แต่เราอยากเห็นความถูกต้อง เพื่อไม่ให้เรื่องขยายออกไป เพราะว่า สำนักงาน ป.ป.ท. เป็นหน่วยงานที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งควรจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่การที่พวกผมแถลงข่าวในวันนี้ ไม่ใช่การขัดแย้งกัน"นายกนก กล่าว
นอกจากนี้ กรณีที่มีการเสนอข่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีความเห็นขัดแย้งกับสำนักงาน ป.ป.ท. เกี่ยวกับเรื่องการจัดสัมนานั้น นายกนก กล่าวว่า การจัดสัมนาของสำนักงาน ป.ป.ท. เกี่ยวกับข้อขัดข้องในการปฏิบัติของสำนักงาน ป.ป.ท. ที่จ.กาญจนบุรี ทางคณะกรรมการ ป.ป.ท. เสียงข้างมากให้การสนับสนุนเพื่อแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ แต่ไม่ใช่การต่อต้านตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด
คณะกรรมการ ป.ป.ท. กล่าวอีกว่า ยืนยันว่า ภายในคณะกรรมการ ป.ป.ท. ไม่มีความขัดแย้งแต่อย่างใด แต่มีเพียงการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างเท่านั้น ซึ่งตนเชื่อว่า ทุกหน่วยงานหรือองค์กรก็คงมีความคิดเห็นที่แตกต่างเกิดขึ้นอยู่แล้ว เพราะหากไม่มีความคิดเห็นแตกต่าง เชื่อว่า การพัฒนาก็จะไม่เกิดขึ้น ทั้งนี้ หากกรณีที่มีความเห็นต่างในการทำงาน เราก็ใช้วิธีการลงมติเสียงข้างมาก เพื่อต้องการทราบว่าจะมีความคิดเห็นไปในทิศทางใด
ทั้งนี้ กรณีที่จะมีการควบรวม 2 หน่วยงานระหว่าง ป.ป.ท. กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นั้น นายกนก กล่าวว่า การที่จะยุบรวม 2 หน่วยงานดังกล่าวหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสนช.และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการชี้ขาดในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม การจะยุบรวมหรือไม่นั้น การทำงานก็ไม่ต่างจากเดิม แต่อยู่ที่ผู้ปฏิบัติ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญกว่าหลักการเสียอีก







