บวรศักดิ์มั่นใจไปเยอรมันได้ประโยชน์
บวรศักดิ์แจงไปเยอรมนีได้ประโยชน์ สร้างความเข้าใจประชาธิปไตยในไทยร่วมกัน ยัน 2559 มีเลือกตั้งแน่นอน
บวรศักดิ์แจงไปเยอรมนีได้ประโยชน์ สร้างความเข้าใจประชาธิปไตยในไทยร่วมกัน ยัน 2559 มีเลือกตั้งแน่นอน
เมื่อวันที่ 23 มี.ค. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้กลับมาทำหน้าทีประธานการประชุมคณะกมธ.ยกร่างฯ หลังจากเดินทางกลับมาจากประเทศเยอรมนีระหว่างวันที่ 15-20 มี.ค. เพื่อพิจารณาเจตนารมณ์และถ้อยคำเป็นรายมาตรา
ทั้งนี้ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวาณิช กมธ.ยกร่างฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ได้ร่วมเดินทางไปที่ประเทศเยอรมนี สรุปภาพรวมของการศึกษาดูงานต่างประเทศว่า ทางคณะได้เข้าพบบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเมือง, เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย โดยได้รับข้อมูลและข้อคิดที่ประโยชน์ที่จะใช้ในการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบเป็นอย่างยิ่ง
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า สำหรับการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ประเทศเยอรมนีได้ใช้มากนานกว่า 66 ปีแล้วและมีพัฒนาการจัดการเลือกตั้งให้ยึดโยงกับระบบนี้มาโดยตลอด ประเทศเยอรมนี คล้ายกับประเทศไทยหลายเรื่อง เช่น การใช้ระบบ 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีสส.จากระบบเขต และ ระบบบัญชีรายชื่อที่เลือกจาก 16 มลรัฐ ขณะที่การเลือกตั้ง สส.นั้นจะพบว่าจะมีจำนวน สส.ที่เกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ หรือ โอเวอร์แฮง ประมาณ 5 – 38 คน ทั้งนี้ในกระบวนการคิดคะแนน มีผู้ใหญ่ของสภาฯ หรือ ศาลรัฐธรรมนูญให้ข้อสังเกตว่าวิธีคิดคะแนนของประเทศเยอรมนีมีความซับซ้อน และรายละเอียดถูกกำหนดไว้ในกฎหมายลูก และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะในรัฐธรรมนูญเยอรมนีเขียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งไว้เพียง 3 บรรทัด คือ เน้นให้การเลือกตั้งโปร่งใส อิสระ เป็นธรรม และเป็นการลับ ดังนั้นหากประเทศไทยจะนำระบบเลือกตั้งและการคำนวณคะแนนมาใช้บุคคลที่ร่วมพูดคุยระบุว่า ขึ้นอยู่กับการกำหนด ว่าจะมีการชดเชยหรือไม่
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวอีกกว่า นอกจากนั้นยังได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการสนับสนุนเงินให้พรรคการเมือง ที่ประเทศเยอรมนี จะใช้วิธีพิจาณาข้อมูลประกอบ เช่น จำนวนคนที่มาลงคะแนนเลือกตั้ง, จำนวนสมาชิกพรรคที่กำหนดให้ต้องบริจาคเงินให้พรรคการเมืองด้วย เป็นต้น จึงทำให้การดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองเยอรมนีมีความเข้มแข็ง โดยกฎหมายและรัฐธรรมนูญได้ให้การส่งเสริมด้วย สำหรับการเลือกตั้งรอบที่ผ่านมา แม้มี 34 พรรคการเมืองลงสมัครรับเลือกตั้งแต่มีเพียง 5 พรรคเท่านั้นที่ได้ส.ส.เข้าสู่สภา เนื่องจากประเทศเยอรมนีใช้จุดตัด 5%เป็นเกณฑ์ในการให้ได้สส.เข้าสภา เพื่อพัฒนาระบบพรรคการเมืองให้เข้มแข็ง มีการรวมตัว นอกจากนั้นแล้วนักการเมืองได้ยึดประเพณีและมารยาททางการเมือง แม้ว่ารัฐบาลจะมีเสียงข้างมากในสภาหรือไม่ก็ตาม ส่วนการทำหน้าที่ฝ่ายค้านสามารถทำหน้าที่ได้ ดังนั้นการปกครองในประเทศเยอรมัน จุดเน้นสำคัญ คน และสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง
ด้านนายบวรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการจัดสรรคะแนนให้กับสส.บัญชีรายชื่อ ได้สอบถามกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่าหากนำคะแนนรวมจากภาค แล้วจัดสรรให้บัญชีรายสชื่อจะถูกต้องหรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบว่าน่าจะเหมาะสมและมาถูกทางแล้ว ขณะที่การจัดการเลือกตั้งนั้นมีข้าราชการประจำเป็นผู้กำกับดูแล ส่วนการพิมพ์บัตร และจัดการเลือกตั้งส่วนท้องถิ่นจะเป็นผู้ดำเนินการและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
“การไปครั้งนี้ได้ประโยชน์ เขาก็ได้ประโยชน์ ได้ประโยชน์สองด้าน เขาสอบถามถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญและกระบวนการเลือกตั้ง ผมได้อธิบายให้ฟังและยืนยันความมั่นใจว่าประเทศไทยมีเลือกตั้งแน่ และไม่ช้าไปกว่าปี 2559 แน่นอน หากจะนับเวลาไวสุด คือ ต้นปี แต่อย่างช้าสุดไม่เกินกลางปี 2559”นายบวรศักดิ์ กล่าว
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้พบกลุ่มสมาชิกสส.มิตรภาพไทย – เยอรมนี การพูดในช่วงแรก ว่า ประชาธิปไตยต้องเชื่อในเสียงข้างมาก และใครได้เสียงข้างมากต้องยอมรับ ซึ่งน.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธาน สปช. ได้กล่าวกับตนว่า คนที่พูดนี้ทำท่าจะเป็นคนสอนหนังสือพวกเรา ทำให้ตอบกลับไปว่า สิ่งที่สส.กลุ่มมิตรภาพฯ ถูกต้อง แต่ส่วนตัวมองว่าเสื้อตัวเดียวใส่ไม่ได้ทั้งโลก โดยได้ยืมคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. มา และระบุด้วยว่า วัฒนธรรมการเมืองของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า จากนั้นได้สอบถามกลับไปว่า ประเทศเยอรมนีเคยเกิดเหตุการณ์แบบประเทศไทยหรือไม่ ทั้งการยื่นคำแปรญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกมาตรา สส.ฝ่ายเสียงข้างมากยกมือปิดประชุมตลอดเวลา การลงมติในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่สส.หนึ่งคนนำบัตรของบุคคลอื่นไปลงคะแนนแทนกัน การลงมติผ่านร่างกฎหมาสำคัญอย่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมตอนตีสี่ ทำให้ส.ส.เยอรมนีตกใจ จากนั้นเสียงของเขาก็อ่อนลง ทำให้สร้างความเข้าใจระหว่างกัน นอกจากเราจะได้จากเขา เขาก็เห็นสถานการณ์ของประเทศตามสมควรด้วย







