posttoday
เล่ห์กลคืนเงินบาปของธรรมกาย

เล่ห์กลคืนเงินบาปของธรรมกาย

23 มีนาคม 2558

ในบรรดาคดีที่สร้างความเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก นอกจากคดีรับจำนำข้าวของนักโกงเมืองแล้ว

โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง

ในบรรดาคดีที่สร้างความเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก นอกจากคดีรับจำนำข้าวของนักโกงเมืองแล้ว คดียักยอกเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่สร้างความเสียหายเป็นวงเงินมากกว่าหมื่นล้านบาท แต่คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่การโกงเงินจำนวนมากๆ อย่างนี้จะเกี่ยวพันกับวัดพระธรรมกาย วัดที่ถือเงินตราเป็นสรณะ วัดที่เป็นเหลือบแสวงหาผลประโยชน์จากศาสนา

ในทางพุทธศาสนานั้น ความบังเอิญไม่มีในโลก กรณีธัมมชโยก็เช่นกัน ธัมมชโยเข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์จำนวนมหาศาล เพราะจิตใจของเขาคิดแต่ผลประโยชน์ ท่องแต่บทสวดมนต์ “กุศลาเอาเงินมา กุศลาเอาเงินมา” ธัมมชโยไม่ใช่ลูกศิษย์พระพุทธเจ้า แต่เป็นเดียรถีย์ที่ปลอมบวชในพระศาสนา เข้ามาเพื่อทำลายพุทธศาสนา โดยอาศัยศรัทธาของชาวพุทธที่ต้องการบุญโดยไม่ได้ศึกษาถึงแก่นแท้ของพุทธศาสนา

ธัมมชโยมีเรื่องที่พัวพันกับการเงินตลอดมาและด้วยผู้เกี่ยวข้องได้รับประโยชน์จากเงินบาป ธัมมชโยจึงเอาตัวรอดมาได้ทั้งจากคดีทางโลกและคดีทางธรรม กรณีเบียดบังยักยอกทรัพย์สินของวัดเป็นของตัวเอง ธัมมชโยใช้วิธีคืนเงิน ส่วนคดีปัจจุบันที่เกี่ยวพันกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ธัมมชโยคงติดใจวิธีการที่เคยใช้ได้ผลมาแล้ว จึงได้ใช้วิธีคืนเงินให้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นอีก เพื่อจะได้หลุดพ้นจากคดีความ

คดีเกี่ยวกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น พอจะแยกได้เป็น 3 ประเภท คือ 1.คดีอาญาที่ DSI กำลังดำเนินการกับ ศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตฯ ยักยอกเงินของสหกรณ์ ซึ่งน่าจะมีหลายคดีที่กำลังติดตามกันอยู่ 2.คดีฟื้นฟูกิจการสหกรณ์ และ 3.คดีแพ่งที่สหกรณ์ฟ้องเรียกเงินคืนจากเครือข่ายวัดพระธรรมกายที่มีธัมมชโยเป็นหัวหน้า

ข่าวการยอมคืนเงินของธัมมชโยเป็นการคืนเงินในคดีที่สหกรณ์เครดิตฯ ฟ้องเรียกเงินคืนจากวัดพระธรรมกายและธัมมชโย ซึ่งมีคำถามค้างคาใจ ว่า หากมีการคืนเงินให้กับสหกรณ์แล้ว ธัมมชโยกับพวกก็จะพ้นผิดอีกครั้งใช่หรือไม่

ผมได้รายละเอียดบันทึกข้อตกลงการคืนเงินจากคอลัมน์ทนายคลายทุกข์ในโพสต์ทูเดย์ อ่านดูแล้วจะเห็นเล่ห์กลที่ซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัด บันทึกข้อตกลงทำกันไว้ 5 ข้อ ได้แก่ 1.เงินบริจาคเป็นเช็ค 13 ฉบับ เป็นเงิน 684,780,000 บาท ตั้งแต่ปี 2552-2553 ตามฟ้อง สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ตกลงยอมรับว่าวัดพระธรรมกายและธัมมชโยได้รับเช็คบริจาคโดยสุจริต ไม่รู้เห็นถึงการได้มาของจำนวนเงินดังกล่าว ตามที่ให้การต่อสู้คดีไว้ 2.อ้างเรื่องเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ทวงบุญคุณว่าเพื่อให้สมาชิกได้รับเงินคืนจึงยอมคืนเงินทั้งหมดให้ โดยอ้างว่าเป็นเงินกองทุนของคณะศิษย์ 3.การคืนเงินผ่อนเป็น 6 งวด ตั้งแต่เดือน มี.ค.-ส.ค.นี้

4.สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นไม่ติดใจดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญากับวัดพระธรรมกายและธัมมชโย ซึ่งสหกรณ์ยังมีหน้าที่ต้องไปแจ้ง ปปง. และ DSI ว่า ไม่ติดใจดำเนินคดีกับวัดพระธรรมกายและธัมมชโยและยังผูกมัดว่าถ้าวัดพระธรรมกายและธัมมชโยถูกฟ้องร้องเมื่อไร ทางกองทุนของลูกศิษย์จะไม่จ่ายเงินงวดที่เหลือและสหกรณ์ต้องคืนเงินที่ได้รับไปแล้วด้วย ซึ่งหากคดีที่สหกรณ์ฟ้องศุภชัยที่ยักยอกเงินไปบริจาค ถ้าถึงที่สุดแล้วปรากฏว่าเงินนั้นไม่ใช่เงินของสหกรณ์เครดิตฯ สหกรณ์ต้องคืนเงินทั้งหมดให้กับกองทุน และ 5.ภาระการจ่ายเงินคืนให้กับสหกรณ์เครดิตฯ เปลี่ยนจากวัดพระธรรมกายและธัมมชโยเป็นกองทุนโดย ศักดิ์ชัย เก่งกิจโกศล เป็นผู้รับผิดชอบแทน

จากข้อตกลงการชำระเงินคืนมีข้อน่าสังเกต ประการแรก กองทุนโดยลูกศิษย์นั่น คือใครบ้าง ตามบันทึกข้อตกลง มีเพียง ศักดิ์ชัย เก่งกิจโกศล เท่านั้น ที่เป็นตัวแทนกองทุน โดยเงินจำนวนเกือบ 700 ล้านบาท ผมก็อยากรู้ว่าลูกศิษย์คนไหนบ้างที่เป็นคนออกเงิน ใครที่มีเงินมากมายที่จะนำมาใช้คืน การอ้างเรื่องสงสารสมาชิกหรือเพื่อเศรษฐกิจโดยรวมเป็นคนละเรื่องกับความผิด-ถูก เป็นเรื่องแปลกครับ ถ้าคดีนี้วัดพระธรรมกายและธัมมชโยถูกกลั่นแกล้ง ลูกศิษย์ลูกหาทำไมเอาเงินให้กับคนที่เอาเรื่องเท็จมาฟ้องวัดและอาจารย์ของตน ถ้าใครหาเรื่องมาฟ้องวัดและอาจารย์โดยไม่มีมูล ก็ชอบที่จะต่อสู้คดี หาทางจัดการคนเลวที่มาหาเรื่อง ไม่เอาเงินไปจ่ายให้กับคนไม่ดีที่มาหาเรื่อง ซึ่งจะเท่ากับเป็นการสนับสนุนให้คนมาหาเรื่อง การเอาเงินจ่ายอย่างนี้เป็นตรรกะที่ผิดเพี้ยน 

ประการที่ 2 สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นไปรับปากได้อย่างไร ว่าถ้าวัดพระธรรมกายหรือธัมมชโยถูกดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็น ปปง.หรือ DSI สหกรณ์เครดิตฯ จะต้องรับผิดชอบด้วยการคืนเงินให้กับกองทุน และธัมมชโยรับบริจาคโดยสุจริตไม่รู้ที่มาของเงินที่นำมาบริจาค

ประการที่ 3 การทำบันทึกนี้เท่ากับปลดภาระหนี้ทั้งของวัดพระธรรมกายและธัมมชโยให้หลุดพ้นจากความรับผิดทั้งหมด ความรับผิดชอบกลับไปตกกับกองทุน ซึ่งในบันทึกมีเพียงศักดิ์ชัยเท่านั้น บันทึกนี้ี้เป็นการแปลงหนี้หรือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ที่ทำให้หนี้เดิมระงับ หากกองทุนโดยศักดิ์ชัยไม่ชำระเงินตามข้อตกลง วันนี้สหกรณ์เครดิตฯ ไม่มีสิทธิที่จะไปเรียกร้องเอากับวัดพระธรรมกายและธัมมชโยอีกต่อไปแล้ว ประเด็นคือศักดิ์ชัยเป็นใคร มีหลักทรัพย์ มีความสามารถเพียงพอที่จะรับผิดชอบเงินจำนวนเกือบ 700 ล้านบาท ได้หรือไม่

เป็นอันว่าคดีแพ่งที่วัดพระธรรมกายและธัมมชโยถูกฟ้องนั้น วันนี้วัดพระธรรมกายและธัมมชโยลอยตัวหลุดพ้นความรับผิดเรียบร้อยแล้ว คำถามที่อยากจะถามสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น คือ มั่นใจว่ากองทุนของลูกศิษย์ที่ว่านี้ มีจริงหรือ และศักดิ์ชัยมีความสามารถที่จะชำระหนี้จำนวนนี้หรือ

โจรห่มเหลือง คือมหาโจรที่เหนือโจรทั่วไปจริงๆ

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย