posttoday
บุษบกยอดปรางค์ วัดไพชยนต์พลเสพย์

บุษบกยอดปรางค์ วัดไพชยนต์พลเสพย์

22 มีนาคม 2558

บุษบกยอดปรางค์ ที่อยู่วัดไพชยนต์พลเสพย์นั้น กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ในรัชกาลที่ 1

โดย...ส.สต

บุษบกยอดปรางค์ ที่อยู่วัดไพชยนต์พลเสพย์นั้น กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ในรัชกาลที่ 1 ทรงสร้างประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

มีเรื่องปรากฏว่าเมื่อกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทสวรรคตแล้ว การพิทักษ์รักษาวังหน้าหละหลวมถึงมีผู้ร้ายเข้าไปลักเครื่องบูชาในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงโปรดฯ ให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ลงไว้ในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดา ราม (ปรากฏในจดหมายเหตุครั้งรัชกาลที่ 3 ว่าตั้งไว้บนฐานชุกชีทางด้านใต้) แต่บุษบกยอดปรางค์นั้นยังคงอยู่ในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ จนสิ้นรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 2 ไม่ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์กลับไปไว้วังหน้า บุษบกนั้นตั้งว่างอยู่เปล่าๆ กรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ ในรัชกาลที่ 2 จึงโปรดฯ ให้ย้ายเอาไปไว้ที่อื่น (จะเอาไปไว้ที่ไหนไม่ปรากฏ) แล้วตั้งพระที่นั่งเศวตฉัตร ในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์แทนบุษบก

ถึงรัชกาลที่ 3 กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ จึงโปรดฯ ให้เอาบุษบกยอดปรางค์นั้น ไปตั้งเป็นที่ประดิษฐานพระประธานที่พระอุโบสถ วัดไพชยนต์พลเสพย์ ซึ่งเป็นวัดที่พระองค์ได้ทรงสร้างขึ้นในคลองปากลัด จังหวัดพระประแดง แต่เมื่อยังเป็นเจ้าต่างกรมอยู่ในรัชกาลที่ 2

สังเกตดูบุษบกนั้นเป็นฝีมือช่างชั้นหลังปะปนของเดิมอยู่ สันนิษฐานว่าเห็นจะทอดทิ้งจนดูชำรุดทรุดโทรมมาก กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ ในรัชกาลที่ 3 เสด็จไปทอดพระเนตรเห็นทรงสังเวชพระหฤทัย จึงโปรดฯ ให้เอาไปถวายเป็นพุทธบูชา (อย่างว่า “ปล่อยพระพุทธบาท”) เห็นจะต้องบูรณปฏิสังขรณ์มาก จึงปรากฏฝีมือช่างสมัยหลังปะปนอยู่ถึงปานนี้

อนึ่ง นามว่า “ไพชยนต์พลเสพย์” พิเคราะห์คำ “ไพชยนต์” ดูหมายจะเอาบุษบกนั้นเป็นนิมิต และคำว่า “พลเสพย์” มาแต่สร้อยพระนามของกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ ในรัชกาลที่ 3 ซึ่งถวายบุษบกนั้น ชวนให้เห็นว่านามไพชยนต์พลเสพย์คงจะเป็นนามใหม่ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงขนานนาม

พระวินิจฉัยของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพที่ว่า รัชกาลที่ 4 ทรงขนานนามวัดนี้ก็ดูน่าจะเป็นจริง เพราะพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงชำนาญในทางอักษรศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง คงจะขนานนามพระอารามหลวง ซึ่งสร้าง “พระพุทธไพชยนตมงคลสถาน” แต่รัชกาลที่ 2 และเรียกกันเป็นสามัญว่า “วัดวังหน้า” นี้ให้ไพเราะขึ้น โดยผูกเป็นศัพท์มคธในหนังสือตำนานพระอารามหลวง ก็ปรากฏชื่อพระอารามหลวงซึ่งรัชกาลที่ 4 พระราชทานนามหลายพระอาราม เช่น วัดทอง พระราชทานนามว่า วัดกาญจนสิงหาสน์ วัดตะเคียน พระราชทานนามว่า วัดมหาพฤฒา
ราม เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว