
หนีไม่พ้น
ถือเป็นการตัดสินใจที่ยังคงอยู่ในการคาดการณ์ของบรรดานักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกค่ะ สำหรับผลการประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งชัดเจนแล้วว่าได้ตัดคำว่า “อดทน” ทิ้งไป
ถือเป็นการตัดสินใจที่ยังคงอยู่ในการคาดการณ์ของบรรดานักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกค่ะ สำหรับผลการประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งชัดเจนแล้วว่าได้ตัดคำว่า “อดทน” ทิ้งไป
แต่กระนั้น ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ก็ไม่ได้เป็นตัวรับประกันว่าเฟด ภายใต้การนำของ เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการเฟด จะประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย.นี้ ตามที่คาดการณ์กันไว้
และเป็นตัวเยลเลนเองที่ประกาศแบบเสียงดังฟังชัดว่าแค่เพียงเพราะเฟดตัดคำว่า “อดทน” ออกไปจากแถลงการณ์ ก็ไม่ได้หมายความว่าเฟดจะไม่อดทนหรือหมดความอดทนอย่างเด็ดขาด
เรียกได้ว่าเป็นความชัดเจนตามสไตล์ของเฟดในระดับหนึ่งว่า อย่างน้อยเฟดจะไม่สุ่มสี่สุ่มห้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยโดยไม่คำนึงถึงทิศทางสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ แม้ว่าปัจจัยเงื่อนไขเศรษฐกิจบางประการอย่างอัตราการจ้างงาน ตัวเลขการว่างงาน และภาวะเงินเฟ้อจะเข้าเกณฑ์ที่เฟดกำหนดไว้
ก็ถือว่าเรื่องอัตราดอกเบี้ยนี้ยังคงต้องเดินหน้าลุ้นกันต่อค่ะ
อย่างไรก็ตาม เอาเข้าจริงๆ แล้วประเด็นที่น่าสนใจครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่กรอบเวลาการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเท่ากับข้อเท็จจริงที่สะท้อนให้เห็นว่า จนแล้วจนรอด เฟดก็ไม่อาจหลีกหนีหรือปลีกตัวเองออกจากระบบการเงินของโลกตามที่ตนเคยมั่นอกมั่นใจก่อนหน้านี้
เท้าความกลับไปในช่วงแรกๆ ที่เฟดประกาศยุตินโยบายผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) พร้อมกับส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เฟดแสดงความมั่นใจว่าตนเองไม่น่าจะเผชิญปัญหา แม้นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งจะทักท้วงให้ระวัง เนื่องจากธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะยุโรปกับญี่ปุ่นกำลังอัดฉีดคิวอีเต็มที่
มาวันนี้เสียงที่เคยมั่นใจเริ่มออกอาการอ้อมแอ้ม แถมในแถลงการณ์ฉบับล่าสุด คณะกรรมการเอฟโอเอ็มซีก็ยอมรับในที่สุดว่า นโยบายการเงินของสหรัฐยากจะแยกตัวหรือไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายการเงินของประเทศต่างๆ ได้
หลักฐานยืนยันที่ดีที่สุดก็คือ การแข็งตัวของค่าเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งนับตั้งแต่กลางปี 2014 ค่าเงินเหรียญสหรัฐเทียบกับ 10 สกุลเงินหลักของโลก แข็งค่าแล้วกว่า 18% พ่วงด้วยรายงาน
ผลกระทบเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่า
ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการแข่งขันในภาคการส่งออกที่ลดลง รายได้ของบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติลดลง และราคาสินค้านำเข้าทยอยปรับลดจนส่งผลต่อเงินเฟ้อของประเทศ ซึ่งปัจจัยทั้งหมดจะกลายเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของสหรัฐต่อไป
สหรัฐในวันนี้น่าจะรู้ซึ้งได้เสียทีค่ะว่า ระบบการเงินทั่วโลกเชื่อมโยงแนบแน่นจนยากจะปลีกหนีพ้น แม้จะเป็นมหาอำนาจเบอร์หนึ่งของโลกอย่างสหรัฐก็ตาม







