
ชะลอเปิดเสรีปลูกป่าไปอีก5ปี
“หม่อมอุ๋ย” สั่งชะลอโครงการปลูกป่าเสรีออกไปอีก 5 ปี
“หม่อมอุ๋ย” สั่งชะลอโครงการปลูกป่าเสรีออกไปอีก 5 ปี
ที่ประชุมคณะอนุกรรมการศูนย์อำนวยการเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ครั้งที่ 2/2558 เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติให้ชะลอการเปิดเสรีการลงทุนปลูกป่าในประเทศไทยให้กับต่างชาติออกไป 5 ปี
ทั้งนี้ ในส่วนของการพิจารณายกเลิกข้อสงวนเพื่อให้นักลงทุนนอกอาเซียนสามารถเข้ามาลงทุนในอาเซียน (Foreign-owned Asian-based Investors) กลับไม่มีการพิจารณา โดยรายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบเรื่องดังกล่าวไปแล้วในการประชุมครั้งที่ 1/2558 เมื่อวันที่ 23 ก.พ.
สำหรับมติของที่ประชุมครั้งที่ 1/2558 ระบุว่า การถอดข้อสงวนของไทยใน Headnote ของความตกลงว่าด้วยการลงทุนอาเซียน ขอให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เร่งดำเนินตามกระบวนการภายใน เพื่อถอดข้อสงวนของไทยใน Headnote
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ประกาศในที่ประชุมว่าได้ยุติการเปิดเสรีให้ต่างชาติเข้ามาปลูกป่าแล้ว โดยจะสงวนการลงทุนปลูกป่าสำหรับคนไทยต่อไปอีก 5 ปี ส่วนตัวเป็นห่วงว่าหากเปิดเสรีจริงอย่างน้อยต้องให้ต่างชาติเช่าที่ดินไม่ต่ำกว่า 50 ปี และคนไทยก็จะกลายเป็นเพียงลูกจ้างของคนต่างชาติเท่านั้น
“ผมมีโอกาสเข้าไปชี้แจงว่า ถ้าเปิดคนไทยรับไม่ได้เยอะแยะ ท่านก็ยืนยันว่ายังไม่มี ไม่เคยคิดจะเปิด เพียงแต่มันเป็นเรื่องที่รัฐบาลเก่าๆ ทำกันมา มันเป็นข้อผูกพันที่รัฐบาลในปี 2542 เจรจาไว้ ตอนนี้ท่านรองนายกฯ สั่งในที่ประชุมว่าจะยังไม่เปิด ให้สงวนไว้ให้คนไทยอีก 5 ปี จะยังไม่ให้คนต่างชาติมาปลูก เพราะคนไทยยังไม่พร้อม” นายประพัฒน์ กล่าว
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการหารือในเรื่องดังกล่าวและมีมติสงวนแนวคิดนี้ต่อไปก่อน ซึ่งแนวคิดนี้มีผลผูกพันมาตั้งแต่ปี 2540 และทุกรัฐบาลก็มีการสงวนและเลื่อนออกไป รวมทั้งรัฐบาลนี้ด้วย เพราะเข้าใจว่ามีผลกระทบอย่างมากและไม่มีใครอยากเปิดเสรีในเรื่องดังกล่าวแน่นอน ยืนยันว่าขณะนี้มีการสงวนและเลื่อนออกไป แต่คงจะยกเลิกไม่ได้
พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้รับทราบข้อมูลการประชุมช่วงเย็นของวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ส่วนตัวเห็นว่าต้องหยุดดำเนินการเรื่องนี้เอาไว้ก่อน จึงได้มอบหมายให้คณะทำงานไปแจ้งต่อ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ให้ทราบว่าให้หยุดเรื่องนี้ไว้ก่อน เพราะต้องขอเวลาหารือเป็นการภายใน เพื่อศึกษาข้อมูลรอบด้านพร้อมกับพิจารณาข้อดีและข้อเสีย ขณะเดียวกันเรารับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ ด้วย







